“เหยี่ยนเย่ว์ แหวนที่นักพรตเต๋าเทียนหลิงทิ้งไว้ให้เจ้านั้นต้องใช้ให้ดี และอย่าลืมเก็บไว้เป็นความลับ” ฮ่องเต้ทรงตรัส
“ลูกจะจดจำไว้เพคะ”
“ไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องลูกศิษย์ของนักพรตเต๋าเทียนหลิงปรากฏตัวแล้ว กลัวเพียงแต่จะมีคนที่ตาไร้แววมาหาถึงประตูเรือนน่ะสิ เราจะให้องครักษ์จื่ออวี๋สองคนแก่เจ้าแล้วกัน” ฮ่องเต้หยุดไปเล็กน้อย แล้วทรงตรัสต่อไป “องครักษ์จื่ออวี๋พิเศษมาก เอาแบบนี้ เราอนุญาตให้เจ้าเรียกพวกเขาได้เพียงเดือนละหนึ่งครั้งเท่านั้น”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่แน่ชัดว่าเพราะเหตุใด
ทว่าครั้นตงฟางหลีได้ยินคำว่า “องครักษ์จื่ออวี๋” สี่คำนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไป เขารีบกดศีรษะของฉินเหยี่ยนเย่ว์ลง “ลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อ”
ฮ่องเต้แค่นยิ้ม “ขอบคุณไปไย เจ้าเจ็ด อย่าคิดว่าจะซ่อนความคิดหยุมหยิมของเจ้าจากเราได้นะ มา ส่งคืนมาให้เราเสีย”
ตงฟางหลีตกตะลึง
“อึ้งอันใด? เอาป้ายทองละเว้นโทษตายคืนมา” ฮ่องเต้ทรงตรัส “มีองครักษ์จื่ออวี๋แล้ว ก็มิจำเป็นต้องมีป้ายทองละเว้นโทษตายแล้วล่ะ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กังวลใจเล็กน้อย
นางยังไม่ได้แตะป้ายทองละเว้นโทษตายเลยด้วยซ้ำ แล้วเหตุใดจึงถูกรับกลับแล้วเล่า?
“เสด็จพ่อเพคะ สิ่งที่ส่งออกไปแล้ว จะเอากลับคืนไปได้เยี่ยงไรกันเพคะ?” นางกัดฟันพูด “นั่นคือรางวัลที่ลูกสมควรได้รับเพคะ ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับเรื่องของวันนี้เลยนะเพคะ”
“รับสั่งของท่าน…”
เสียงของนางลดลงเรื่อย ๆ
เพราะตงฟางหลีบิดต้นขาของนางอย่างแรง มันเจ็บมากจนนางพูดต่อไม่ได้
ฮ่องเต้ทรงพระราชดำริอยู่ครู่หนึ่งแล้วโบกพระหัตถ์ “ช่างเถอะ เจ้าอยากจะเก็บก็เก็บไว้เสีย แต่ว่าป้ายทองสามารถใช้ได้เพียงสามครั้งเท่านั้น หลังจากสามครั้งจะเป็นโมฆะ หวงแหนมันให้ดีล่ะ”
“กลับไปเสีย”
ทรงตรัสจบก็จับแขนเสื้อแล้วเยื้องย่างพระบาทออกไป
ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองไปยังพระขนองของฮ่องเต้ และใช้เวลาสักพักถึงจะคืนสติกลับมาได้
สำหรับนางนั้น…ในที่สุดความยุ่งวุ่นวายก็ผ่านไป
ฮ่องเต้ไม่ได้ทรงตรัสถามอะไรมากมายนัก และในที่สุดนางก็ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ
“ตงฟางหลี ประคองหม่อมฉันทีเพคะ หม่อมฉันยืนไม่ไหวแล้ว” หลังจากยืนยันว่าปลอดภัยแล้ว ขาสองข้างของนางก็กะเผลกเล็กน้อย หลังจากเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากก็ยื่นมือไปหาตงฟางหลี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน