ฮ่องเต้เคยชินกับพบเจอสถานการณ์ใหญ่ ๆ จึงรู้สึกประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะกลับมาดั่งเช่นปกติ พยักพระพักตร์แล้วทรงตรัสขึ้น “อาการป่วยนี้มีมาหลายปีแล้ว กินยาก็ไม่ดีขึ้น ครั้นอายุมากขึ้น มีเวลานอนกลับน้อยลงเรื่อย ๆ”
“เหตุใดพระองค์ไม่ลองเสวยสิ่งนี้เล่าเพคะ?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยื่นขวดยา “แหวนวงนี้มีความอัศจรรย์อย่างยิ่ง สามารถเลือกวัตถุดิบยาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอาการป่วยของพระองค์ได้ ยาเมลาโทนินนี้น่าจะสามารถปรับปรุงคุณภาพการบรรทมของพระองค์ได้นะเพคะ”
ฮ่องเต้หยิบขวดยาขึ้นมาและมองดู ขวดยาและเม็ดยานี้แตกต่างจากสิ่งที่เคยเห็นมาก่อนหน้านี้
เขายังเห็นด้วยตาตนว่าขวดยานี้ปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า จึงเชื่อแล้วหลายส่วน
“ความลับของแหวน ยังมีผู้ใดรู้บ้าง?”
“ไม่มีเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว “ก่อนหน้านี้ลูกเพียงคิดว่าฝันไป ทว่าต่อมาถึงได้รู้ว่าเป็นเพราะแหวน เสด็จพ่อเพคะ ลูกมิได้ตั้งใจที่จะซ่อนมันไว้เลย เป็นแหวนที่ปรากฏตัวออกมาเป็นเวลานานมิได้เพคะ ลูกไม่สามารถควบคุมมันได้ ยิ่งไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าแหวนวงนี้เป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย ดังนั้น...”
“มิต้องพูดแล้ว” ไม่มีอารมณ์ใด ๆ อยู่ในกระแสพระสุรเสียงของฮ่องเต้
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กังวลมาก
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ การแจ้งเรื่องแหวนออกไปนั้น อนาคตย่อมยากจะคาดการณ์ได้
หากฮ่องเต้ประสงค์จะยึดสมบัติ นางก็มิอาจหลีกหนีได้เลย
หากไม่แจ้งออกไป มิช้าก็เร็วจะถูกสงสัยเอาได้ ถึงเวลานั้นจะยิ่งยากขึ้นไปอีก
ยามนี้ มีเพียงการเดิมพันเท่านั้น
“นี่คือแหวนของนักพรตเต๋าเทียนหลิงจริง ๆ สินะ” พระสุรเสียงของฮ่องเต้นุ่มนวลลง
พระพักตร์ของพระองค์อ่อนโยนลง “เราเคยเห็นแสงเช่นนั้นมาก่อน”
“ในเวลานั้น เราอายุไม่ถึงสิบขวบปีและได้รับบาดเจ็บสาหัส เหล่าหมอหลวงต่างยอมแพ้ ทว่าหลังจากที่นักพรตเต๋าเทียนหลิงมาถึง เราเห็นแหวนบนมือของเขาส่องประกายไม่ชัดเจนนัก จากนั้นเราก็ถูกพาตัวไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง เราเห็นแสงประหลาด มีดประหลาด แล้วยังได้ยินเสียงติ๊ง ๆ ประหลาด ๆ อีกด้วย”
“หลังจากที่เราได้รับการช่วยชีวิต เราก็หลงลืมฉากที่พบเห็นท่ามกลางความสับสนไป ทำเป็นว่ามันคือความฝันไปเสีย บัดนี้มาคิดดูแล้ว นั้นมิใช่ความฝัน มันเกิดขึ้นจริง ๆ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่รู้ว่าควรจะตอบอะไรกลับไปดี

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน