ฉินเหยียนเย่ว์พลางเหลือบมองตงฟางหลีอยู่ครู่หนึ่ง
ยามที่นางกำลังถูกบีบคั้นให้จนมุมนั้น บุรุษผู้นี้กลับดึงนางขึ้นมาจากสถานการณ์ที่น่าลำบากได้อย่างง่ายดาย
ถึงแม้ว่านางจักไม่ค่อยเข้าใจในสิ่งที่ตงฟางหลีเอ่ยออกมาก็ตาม ทว่า เมื่อเห็นพระพันปีและฮ่องเต้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจออกไปนั้น
นางจึงได้มีโอกาสหายใจได้โล่งอกโล่งคอ พร้อมกับคิดหาทางรับมือต่อไป
“มีจันทรารวมจันทร์เสี้ยว กลอนประโยคนี้หาได้เข้าใจยากดั่งที่คิดไม่” ตงฟางหลีพลันหันกลับไปมองฉินเหยียนเย่ว์อยู่ครู่หนึ่ง พลางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “จันทราหาได้หมายถึงดวงจันทร์ไม่ หากแต่กล่าวถึงเดือนนั้น จันทรารวมหมายถึงกลางเดือนนั้น จันทร์เสี้ยวกล่าวถึงเหยี่ยนเย่ว์ เหยี่ยนเย่ว์คำนี้เดิมหมายถึงจันทร์ครึ่งเสี้ยว”
“เมื่อรวมความหมายทั้งหมดเข้าด้วยกันนั้น นั่นหมายความว่ากลางเดือนนั้น เหยี่ยนเย่ว์ตัวจริงจักปรากฏขึ้น นี่คือคำตอบของปริศนาท่อนแรกที่ท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงได้ทิ้งเอาไว้”
“เหยียนเย่ว์ตัวจริง?” ภายในใจของฮ่องเต้นึกสงสัยยิ่งนัก ทั้งยังเจือไปด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
วิธีการชักจูงเรื่องราวเหตุผลให้มีน้ำหนักมากพอนั้น เกรงว่าจักเป็นวิธีที่เจ้าเจ็ดช่วยหาข้อแก้ตัวให้กับฉินเหยียนเย่ว์มากกว่ากระมัง
ช่างโง่เขลาไร้สาระยิ่งนัก
เจ้าเจ็ดมิมีทางเลือกอื่นแล้วหรือ ถึงต้องใช้ปริศนาของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงมามีเอี่ยวด้วยเช่นนี้
ในราชวงศ์ตงลู่นั้น สถานะของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงนั้นสูงส่งศักดิ์สิทธิ์มากเสียจนผู้คนมิอาจลบหลู่ได้ ทั้งยังมิอาจหยิบยืมชื่อเสียงเขามาเพื่อใช้ประโยชน์อีกด้วย
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ได้โปรดอนุญาตให้ลูกกล่าวต่อไปด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” ตงฟางหลีสังเกตเห็นถึงท่าทีไม่สบอารมณ์ของฮ่องเต้ได้ ทว่า เขาหาได้มีท่าทีตื่นตระหนกไม่ เพียงแค่เอ่ยต่อไป
“ยามที่เหยียนเย่ว์มีไข้สูงในวันอายุครบรอบของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงนั้น นับว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่วันอายุครบรอบของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงก็เป็นช่วงกลางเดือนเช่นกัน นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ในหัวของเหยี่ยนเย่ว์ก็มักจะปรากฏเรื่องราวที่นางมิเคยล่วงรู้มาก่อนผุดขึ้นมาในหัว”
“ไม่นานมานี้ ปรมาจารย์ลัทธิเต๋าอวิ๋นเฮ่อแห่งวัดวั่นเฮ่อเองก็ได้ฝันติดต่อกันถึงเจ็ดวันว่าศิษย์ของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงมาเยือนแล้ว อีกทั้งเหยี่ยนเย่ว์ก็ฝันถึงเหตุการณ์ทำนองนี้เช่นเดียวกัน เรื่องราวเหตุการณ์บังเอิญที่เกิดขึ้นนั้น นั่นก็ชี้ให้เห็นแล้วว่าจันทรารวมจันทร์เสี้ยวนั้น ความหมายในกลอนนี้ก็คือเหยียนเย่ว์” ตงฟางหลีกล่าวพร้อมทั้งลอบสะกิดฉินเหยียนเย่ว์เบา ๆ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่ได้สติพลันตอบรับ พร้อมทั้งให้ความร่วมมือกลับในทันที “ทูลเสด็จพ่อเพคะ เป็นดังที่ท่านอ๋องเจ็ดกล่าวออกมาทุกอย่างเพคะ ยามที่หม่อมฉันไข้ขึ้นสูงนั้น ในฝันคลับคล้ายคลับคลาว่ามีคนผู้หนึ่งมอบแหวนวงหนึ่งให้กับหม่อมฉันเพคะ ทั้งยังเอ่ยกำชับกับหม่อมฉันอีกว่าให้ใช้มันให้เกิดประโยชน์มากที่สุด ช่วยเหลือผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก หลังจากที่หม่อมฉันสวมใส่แหวนวงนี้เข้าไปแล้ว ในหัวกลับปรากฏเรื่องราวแปลกประหลาดมากมายขึ้นมาในหัวของหม่อมฉัน”
ยามที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์เอ่ยออกมานั้น นางพลันยกมือของตนเองขึ้นเพื่อแสดงให้เห็นถึงแหวนที่อยู่ในมือของนางออกมา
วัสดุของแหวนหาได้โดดเด่นดูสะดุดตาไม่ อีกทั้งรูปทรงยังดูดาษดื่นยิ่งนัก หากมองผ่าน ๆ ก็สามารถรับรู้ได้ว่ามิได้เป็นของที่มีราคาแต่อย่างใด

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน