“ก่อนหน้านั้น ฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นเช่นไรทุกคนต่างก็รู้กันดี นางในคราก่อนกับนางในยามนี้ช่างแตกต่างกันลิบลับ นี่มิใช่หลักฐานที่ดีที่สุดหรือ”
“หึ” ตงฟางหลีเพียงส่งเสียงหัวเราะออกมา
พร้อมทั้งรอยยิ้มที่เจือไปด้วยความโศกเศร้าบาง ๆ “จิตใจมนุษย์น่ากลัวเสียยิ่งกว่าเหล่าพวกปีศาจเสียอีก เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ พระองค์ยังจำเรื่องราวในปีนั้นได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? เพียงเพราะดาวเภทภัยที่ไร้มูลที่มา ทำให้เสด็จแม่ของกระหม่อมกลายเป็นตัวอาเพศของแคว้นตงลู่ พระนางถึงได้ต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนั้น”
“เรื่องราวที่ผ่านมานานถึงสิบเอ็ดปี หากแต่เสด็จแม่ของกระหม่อมยังคงใช้ชีวิตราวกับตกอยู่ในห้วงฝันร้าย” น้ำเสียงของตงฟางหลีพลันเจือไปด้วยความสั่นเทา พร้อมทั้งเรียวคิ้วสวยที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า “ถึงแม้พระนางจักยังมีชีวิตอยู่ แต่จิตใจของพระนางได้ตายจากไปเมื่อสิบเอ็ดปีที่แล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมคิดว่าเรื่องราวในยามสิบเอ็ดปีที่แล้วจักไม่มีทางเกิดขึ้นมาแล้วเสียอีก มิคิดเลยว่า แผนการใส่ร้ายชื่อเสียงที่น่ารังเกียจเช่นนี้จักกลับมาอีกครั้ง”
“เสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ ฉินเหยี่ยนเย่ว์อย่างไรก็ย่อมเป็นฉินเหยี่ยนเย่ว์อยู่วันยังค่ำ นางหาใช่คนอื่นไม่ มิต้องเอ่ยถึงปีศาจนางไม้ตนใดเลย”
เมื่อฮ่องเต้เห็นตงฟางหลียกพระสนมอวิ๋นขึ้นมาเช่นนี้ สีหน้าของพระองค์จึงเต็มไปด้วยความหลากหลายอารมณ์ขึ้นมาในทันที
เรื่องราวในปีนั้น เขาทำผิดต่อพระสนมอวิ๋น ทั้งยังทำผิดต่อเจ้าเจ็ดด้วยเช่นกัน
เมื่อได้ยินเจ้าเจ็ดมีท่าทีปกป้องฉินเหยี่ยนเย่ว์เช่นนี้ กลิ่นอายรังสีฆ่าฟันเมื่อครู่จึงค่อย ๆ จางหายไป
“หากมิใช่ปีศาจสิงสู่แล้วละก็ เหตุใดจู่ ๆ นางจึงแตกฉานในทักษะการแพทย์ได้เล่า แล้วเหตุใดลักษณะนิสัยของนางจึงเปลี่ยนไปมากมายเช่นนี้? เจ้าเจ็ด เจ้าอย่าได้คิดช่วยนางเลย” ฮองเฮายังคงไม่แล้วไม่เลิก
ตงฟางหลีพลันเอาตัวมายืนบังฉินเหยี่ยนเย่ว์เอาไว้ ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีเย็นยะเยือกและสงบนิ่ง “นางหาใช่ปีศาจตนใดไม่ วันที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์มีไข้สูงนั้น นับว่าตรงกับวันครบรอบของท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงพอดี”
“ก่อนที่ท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงจักหายตัวไปนั้น ท่านได้ทิ้งคำพูดเอาไว้สองประโยค เสด็จพ่อ พระพันปี พวกท่านยังจำได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
สีหน้าของฮ่องเต้จึงมีท่าทีเคร่งขรึมไปในทันที
ท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงถือเป็นบุคคลสำคัญของราชวงศ์ตงลู่หวัง
ท่านนักพรตได้ร่วมมือกับจักรพรรดิองค์แรกในการกอบกู้แว่นแคว้น ทั้งยังทำคุณประโยชน์ให้กับแคว้นเอาไว้อีกมากมาย หลายปีต่อมาท่านนักพรตยังคงทิ้งเรื่องราวที่น่าอัศจรรย์ใจเอาไว้อีกด้วย
แม้แต่จักรพรรดิผู้ก่อตั้งยังยกย่องท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงเอาไว้ว่า ท่านนักพรตเป็นเทพเซียนหาใช่มนุษย์เดินดินไม่
เมื่อยี่สิบปีก่อน จู่ ๆ ท่านนักพรตเต๋าเทียนหลิงก็ได้หายตัวไป ทั้งยังมิอาจหาตัวพบ
บุคคลในตำนานผู้นั้นกลับทิ้งบทกลอนเป็นปริศนาเอาไว้เพียงสองประโยคเท่านั้น มิว่าจักเป็นเหล่าผู้มีความสามารถบัณฑิตจอหงวนคนใด หรือปรมาจารย์ผู้มีอิทธิฤทธิ์คนใดนั้น ล้วนแต่มิอาจไขปริศนานี้ออกมาได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน