ตงฟางหลีหนักใจ
ตอนนี้เขามิอาจเอื้อนเอ่ยออกไปได้
หากห้ามปราม หญิงผู้นี้จักต้องคิดว่าเขาปกป้องซูเตี่ยนฉิงอย่างไร้สมองเป็นแน่ และทำให้รุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อถึงตอนนั้น ก็จะยิ่งจบยากมากขึ้น
พูดกันตามตรงแล้ว หากมิใช่นิสัยที่แข็งกร้าวจนถึงที่สุดของนาง คงไม่ทำพฤติกรรมอย่างเช่นปะทะกับเสด็จพ่อ หรือเผชิญหน้าแบบเปิดเผยกับฮองเฮา
เงียบเอาไว้ เป็นเรื่องเดียวที่เขาสามารถทำได้ในยามนี้
“ยิ่งพูดก็ยิ่งน่าขัน” ฮองเฮาทรงมีโทสะจนหัวเราะออกมา “ฉิงเอ๋อร์งามดั่งบุปผา รู้หนังสือ จะทำเรื่องพรรค์นี้ออกมาได้อย่างไร?”
“ท่านมิใช่นางสักหน่อย รู้ได้เช่นไรว่านางทำไม่ได้?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองสายตาสงสัยของทุกคนแล้วหยัดกายขึ้นยืนตรง
“จริงสิ ก่อนที่จะเผชิญหน้ากับคำถามว่าหม่อมฉันทำร้ายซูเตี่ยนฉิง หม่อมฉันอยากจะถามฮองเฮาสักหน่อย ว่าองค์หญิงมู่เหยี่ยมีความสัมพันธ์กับแม่นางซูดีถึงเพียงนั้นหรือเพคะ?”
“เป็นเช่นนั้น” ฮองเฮาตอบ
“นี่ไม่แปลกหรือเพคะ?” น้ำเสียงของฉินเหยี่ยนเย่ว์เย็นเยียบลงกว่าเมื่อสักครู่นี้หลายส่วน
“มู่เหยี่ยเป็นน้องสาวของอ๋องเจ็ด น้องสาวไปพักที่จวนของพี่ชายสองวัน ไม่เป็นปัญหาอันใดมากนัก แต่ว่า การที่แม่นางซูมาอาศัยอยู่ที่จวนอ๋องเจ็ดเป็นเพื่อนมู่เหยี่ยเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? หญิงที่ตระกูลซูอบรมสั่งสอนออกมา ไม่รู้จักมารยาทและไม่อายถึงเพียงนี้หรือ?”
เมื่อฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวออกมา ทุกคนต่างพาตกตะลึงจนนิ่งไป
แม้กระทั่งพระพันปีที่มิได้เอ่ยแสดงทัศนคติออกมาโดยตลอดยังชักสีหน้า
สตรีนางหนึ่งที่ยังมิทันออกเรือนมาพักอาศัยอยู่ที่บ้านของบุรุษที่แต่งงานแล้ว อีกทั้งบุรุษผู้นั้นยังเป็นคนที่ชื่นชอบ จะต้องไร้ยางอายถึงเพียงใดถึงทำเรื่องนี้ออกมาได้?
พระพันปีทรงให้ความสำคัญกับชื่อเสียงมากที่สุด ลอบขมวดคิ้ว เห็นได้ชัดว่าเหยียดหยามพฤติกรรมของซูเตี่ยนฉิงเป็นอย่างยิ่ง
ฝูงชนมองหน้ากันอย่างไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรดี ไม่กล้าเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง
หากเป็นเรื่องจริง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องผิดมารยาท ตระกูลซูก็คงทนขายหน้าผู้อื่นมิได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน