“เสด็จพ่อ” ขณะที่ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ตงฟางหลีก็กล่าวขึ้น “ให้ลูกดูอาการบาดเจ็บของฉิงเอ๋อร์ได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
เมื่อนางได้ยินคำพูดนี้ หัวใจพลันร่วงลงสู่ก้นเหวทันที
มุมปากมีความเย้ยหยันผุดขึ้นมา
อะไรกัน...
เหตุใดนางถึงได้สมองบิดเบี้ยวไปเชื่อเขาได้?
ตงฟางหลีเชี่ยวชาญด้านเสแร้งเป็นที่สุด ราวกับสุนัขจิ้งจอกตัวหนึ่ง ผู้ใดก็เดาไม่ออกว่าเขากำลังคิดสิ่งใด
ภายใต้สถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ เขาเฉลียวฉลาดเช่นนี้ ย่อมไม่แสดงสีหน้าเศร้าโศกหรือเสียใจออกมา และยิ่งไม่ทำเรื่องเสียท่าทีออกไป
ไม่แสดงออกมา ไม่ได้หมายความว่าไม่มี
เขายังปล่อยวางซูเตี่ยนฉิงไม่ได้
ฮ่องเต้เหลือบมองตงฟางหลีอย่าลึกล้ำ ก่อนจะพยักหน้าเป็นการอนุญาต
ตงฟางหลีเดินมาหยุดข้างกายซูเตี่ยนฉิง ใบหน้างดงามปกคลุมด้วยไอหมอกที่ผู้ใดเห็นแล้วก็ไม่รู้จักอยู่หนึ่งชั้น
เขายื่นมืออกไป นิ้วมือสั่นเบา ๆ
มือที่เห็นข้อต่อได้อย่างชัดเจนนั้นวางลงบนใบหน้าซูเตี่ยนฉิง ก่อนจะไล้ลงมาจนถึงลำคอของนาง
“อาการของนางเป็นอย่างไรบ้าง?” เขาหันไปถามหมอหลวงที่คอยดูแล
“ทูลท่านอ๋องเจ็ด แม่นางซูเสียเลือดมาก จึงอยู่ในอาการหมดสติพ่ะย่ะค่ะ แม้จะไม่มีอันตรายจนถึงชีวิต กลับไม่ทราบว่าจะฟื้นขึ้นมาเมื่อใด” หมอหลวงกล่าว
“เป็นเช่นนี้เอง” ในท้ายที่สุดนิ้วของตงฟางหลีก็วางลงบนข้อมือซูเตี่ยนฉิง ถอนหายใจออกมาแผ่วเบา ก่อนจะกลับไปยังตำแหน่งเดิม
ฮองเฮามองท่าทีของตงฟางหลีด้วยสายตาแวววาว
อ๋องเจ็ดมีความรู้สึกอย่างลึกซึ้งต่อฉิงเอ๋อร์ เมื่อเห็นฉิงเอ๋อร์หายใจรวยริน จะต้องเจ็บปวดเจียนจะขาดใจเป็นแน่
ตอนนี้เขาจะต้องจิตใจสับสน กับสิ่งที่ทำลงไปอย่างแน่นอน
ยามนี้ เป็นโอกาสดีที่จะโจมตีฉินเหยี่ยนเย่ว์
ฉินเหยี่ยนเย่ว์กำมือแน่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน