ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองไปยังตงฟางหลีโดยไม่รู้ตัว
ตงฟางหลีส่ายหัวเบา ๆ ส่งสัญญาณไม่ให้นางเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพระพันปี
นิ้วของเขางอเล็กน้อย ทำท่าทางให้โขกหัวขออภัยโทษ
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ไม่เต็มใจเล็กน้อย
นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วฝืนคุกเข่าลงมา “พระพันปีโปรดทรงอภัยโทษให้หม่อมฉันด้วยเพคะ เป็นเหยี่ยนเย่ว์ที่รีบร้อน ไม่สามารถถ่ายทอดความคิดออกมาได้ จึงทำให้พระพันปีเข้าพระทัยผิด เหยี่ยนเย่ว์รู้ความผิดแล้วเพคะ”
นางโขกหัวอย่างแรงหลายครั้ง บนหน้าผากจุดที่โขกหัวมีรอยแดงเล็กน้อย “เสด็จพ่อ พระพันปี มิใช่เหยี่ยนเย่ว์ก่อความวุ่นวายสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เหยี่ยนเย่ว์รู้สึกว่าเหล่าพระองค์พลาดประเด็นสำคัญไปเพคะ”
ตงฟางหลีขมวดคิ้วแล้วเหลือบมองนาง
ความตั้งใจดั้งเดิมของเขาคือการให้นางมีท่าทีอ่อนลงสักหน่อย ไม่แข็งข้อกับพระพันปี แล้วก็ไม่ทำให้พวกท่านระคายเคือง
อย่างไรก็ตาม สตรีผู้นี้กลับออกตัวขอโทษก่อนจะเริ่มแก้ตัวด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
เขาถอนหายใจอย่างเงียบ ๆ หากนางสามารถเชื่อฟังได้ล่ะก็ นางก็ไม่ใช่ฉินเหยี่ยนเย่ว์แล้วล่ะ
“องค์หญิงมู่เหยี่ยมาจวนอ๋องเจ็ดในหลายวันมานี้ ท่านอ๋องเจ็ดมีสุขภาพดีขึ้นได้อย่างเหมาะเจาะ ถึงกับกระปรี้กระเปร่าและออกไปเดินเล่นกับนางเพื่อคลายความเบื่อหน่ายได้ เรื่องนี้หากสืบสวนง่าย ๆ ก็ทรงทราบได้แล้ว” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กลัวจะถูกขัดจังหวะอีกครั้ง จึงดึงหัวข้อมาให้เข้าประเด็น
“เช้าตรู่วานนี้ ท่านอ๋องเจ็ดก็ไปประชุมเช้าที่ท้องพระโรง กระทั่งประมาณยามซื่อสามเค่อถึงได้กลับมา หลังจากที่เขากลับมาจึงทราบว่ามู่เหยี่ยได้รับบาดเจ็บ หม่อมฉันขอถาม เรื่องขององค์หญิงมู่เหยี่ยเกี่ยวข้องอันใดกับท่านอ๋องเจ็ดหรือเพคะ?”
สายตาของฉินเหยี่ยนเย่ว์ตกอยู่ที่องค์ฮ่องเต้ “เสด็จพ่อ ขอพระองค์ทรงตรวจสอบให้ชัดเจนเพคะ”
ฮ่องเต้มองไปรอบ ๆ นิ้วของเขาแตะงานแกะสลักบนเก้าอี้ประทับจนเป็นปกติวิสัย
เมื่อวานนี้เจ้าเจ็ดเข้าท้องพระโรงจริง
หลังจากเลิกประชุม ยังมาขอป้ายทองละเว้นโทษตายอย่างไร้ยางอาย
ครั้นพิจารณาอย่างถ้วนถี่แล้ว เรื่องนี้มิมีความเกี่ยวข้องกับเจ้าเจ็ดจริง ๆ
“ว่ามาสิ” ฮ่องเต้พยักหน้า
“ไม่กี่วันมานี้ที่มู่เหยี่ยมาจวนอ๋องเจ็ด ลูกป่วยและพักฟื้นอยู่ในห้องของท่านอ๋อง จึงมิได้พบหน้ากับมู่เหยี่ยเลย เมื่อวานเพิ่งจะอาการดีขึ้นเล็กน้อย ครั้นกลับมาที่เรือนโยวหลานที่ลูกอาศัยอยู่ ก็พบว่าสาวใช้ของลูกถูกแส้โบยเจ็บไปทั้งตัว หายใจรวยริน ส่วนสาวใช้อีกสองคนไม่เห็นแม้แต่เงาเลยเพคะ”
“หลังจากลูกซักไซ้ไล่เลียงอย่างละเอียดแล้วถึงได้ทราบว่า เป็นสาวใช้ของลูกที่ทำให้องค์หญิงมู่เหยี่ยขุ่นเคืองโดยไม่ได้ตั้งใจเลยถูกลงโทษ ลูกเป็นห่วงเกี่ยวกับความปลอดภัยของสาวใช้อีกสองคน จึงไปที่เรือนสมุนไพรที่องค์หญิงมู่เหยี่ยพำนักอยู่ ทันทีที่เข้าใกล้ กลับจะถูกขันทีรับใช้ข้างกายมู่เหยี่ยฆ่าปิดปากเพคะ”
“เหลวไหล เหลวไหลทั้งเพ!” พระสนมเจิ้นตบโต๊ะ
หากยืนยันได้ว่าขันทีรับใช้ข้างกายมู่เหยี่ยสังหารคน จะยิ่งเป็นความผิดร้ายแรง และจะกลายเป็นสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยต่อพวกเขาเป็นอย่างมาก
“ฉินเหยี่ยนเย่ว์ เจ้ากล้าโป้ปดเพียงนี้ มู่เหยี่ยจะไม่มีทางทำเรื่องพรรค์นั้น เจ้าใส่ความ เห็นได้ชัดว่าเจ้าเป็นคนตัดนิ้วของขันทีที่เฝ้าประตูอย่างไม่แยกถูกผิด เจ้ากล้าที่จะไม่เพียงแต่ไม่ยอมรับความผิดพลาด แต่ยังกล่าวหาอีกฝ่ายด้วย มีอย่างที่ไหนกัน”
“พระสนมเจิ้น โปรดระวังคำพูดของท่านด้วยเพคะ” ท่าทีของฉินเหยี่ยนเย่ว์เคารพนบนอบอย่างมาก “องค์หญิงมู่เหยี่ยสามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้หรือไม่ ท่านประจักษ์อยู่แก่ใจ เสด็จพ่อและพระพันปีก็ชัดแจ้งในเรื่องนี้เป็นอย่างดี สาวใช้ของหม่อมฉันเกือบตายเป็นความจริง และที่หม่อมฉันเกือบจะถูกขันทีสองคนนั้นฆ่าปิดปากก็เป็นความจริงเช่นกัน ต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ การโป้ปดเท่ากับการหลอกลวงฮ่องเต้ หม่อมฉันยังมิอาจหาญเพียงนั้นหรอกเพคะ”
“มู่เหยี่ยเป็นคนเช่นไร ท่านน่าจะรู้ดีกว่าหม่อมฉัน ท่านแน่ใจหรือว่าต้องการพูดต่อ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้เหล่อ232 เจ้าของเว็บเช็คให้หน่อยค่ะ...
ลองเข้าใหม่แล้วก็ไม่สามารถปลดล็อคได้...
ปลดล็อคไม่ได้...
ปลดล็อคอ่านไม่ได้...