เขาชะงักก่อนจะกล่าวเสริม “ไม่มีผู้ใดสามารถคาดเดาได้ว่าเสด็จพ่อทรงพระราชดำริอะไรอยู่ในพระทัย เจ้าก็อย่าคาดเดามั่วซั่ว เพียงแก้ปัญหาในแบบของเจ้าเองก็พอ”
หากมีอะไรผิดพลาด…ยังมีเขาอยู่
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รู้ว่าเขาอนุญาตจึงพยักหน้าอย่างหนักแน่น
ในเวลานี้ คนทั้งคู่มาถึงหน้าตำหนักเป่าลู่แล้ว
“ท่านอ๋องเจ็ดเสด็จถึงแล้ว พระชายาอ๋องเจ็ดเสด็จถึงแล้ว” ขันทียืนอยู่ที่ประตู เงยหน้าขึ้นและส่งเสียงดังก้อง
ตงฟางหลีเดินเข้าไปในตำหนักเป่าลู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ทันทีที่ก้าวเข้าไปก็รู้สึกว่ามีลมแรงพัดมา
ในลมแรงยังมีเสียงภาชนะใส่ของเคลื่อนตัดผ่านอากาศด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก
ตงฟางหลียืนบังตรงหน้าฉินเหยี่ยนเย่ว์ ปล่อยให้ถ้วยชาที่ลอยมากระแทกบนร่างของตน
น้ำชาไหลลงมาตามชุดเสื้อผ้า ทั้งที่มันร้อน แต่เขากลับไม่สะทกสะท้าน ดึงตัวฉินเหยี่ยนเย่ว์คุกเข่าลงบนพื้น
“ลูกคารวะเสด็จพ่อ คารวะพระพันปี ฮองเฮา พระสนมเจิ้น”
“เจ้าเจ็ด เจ้าช่างอาจหาญยิ่งนัก เจ้ายังเห็นเสด็จพ่ออยู่ในสายตาของเจ้าอยู่หรือไม่?” ฮ่องเต้ยืนอยู่ด้านหน้าพลางเดินไปมา ใบหน้านั้นดูซีดเซียว และเห็นได้ชัดว่าโกรธมาก
ผู้ที่ขว้างถ้วยน้ำชาเมื่อครู่นี้ก็คือเขา
“ลูกรู้ความผิดแล้ว” ตงฟางหลีลดสายตาลง “เสด็จพ่อโปรดสงบอารมณ์”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์แอบดึงแขนเสื้อของตงฟางหลี
คนงี่เง่าคนนี้ทำไมถึงสารภาพความผิดตั้งแต่แรกเลยเล่า?
ไม่ใช่ตกลงกันอย่างดีแล้วว่าจะให้นางจัดการหรือ?
ตงฟางหลีถอนหายใจและลดเสียงลงต่ำมาก “ให้เสด็จพ่อหายกริ้วก่อน”
“ท่านยอมรับผิด สุดท้ายจะไม่อาจแก้ตัวได้นะเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ขมวดคิ้วและทำความเคารพ “เสด็จพ่อเพคะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับท่านอ๋องเจ็ดเลย เสด็จพ่อได้โปรดอย่าไประบายโกรธกับผู้อื่นเลยเพคะ”
น้ำเสียงของนางไม่แข็งกร้าวไม่ถ่อมตัว “ลูกเป็นคนทำก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เสด็จพ่อโปรดมีสายตาเฉียบแหลมด้วยเพคะ”
คำพูดนี้กล่าวได้หยาบคายยิ่ง แบ่งแยกชัดเจนว่าฮ่องเต้ทรงไม่แยกถูกผิด ขาวดำไม่ชัดเจน
หลายคน ณ ที่นั่นมีท่าทีที่แตกต่างกันไป

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน