หลังจากซูเตี่ยนฉิงได้ยินเสียงนี้เข้า ก็มือไม้สั่นเทา ราวกับไม่กล้าเชื่อว่าตงฟางหลีจะปรากฏกายขึ้น ก่อนจะเก็บกระบี่ในมือกลับเข้าไปด้วยท่าทีแข็งกระด้าง
“เสด็จพี่หลี กลับมาแล้วหรือเพคะ?” ความเหี้ยมโหดบนใบหน้าของนางสลายหายไป นัยน์ตากลมโตเต็มไปด้วยไอน้ำและความใสซื่อบริสุทธิ์
น้ำเสียงของนางนั้นเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ในน้ำเสียงสั่นเครือนั้นมีความอ่อนแอแฝงอยู่ ราวกับว่าได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างมหาศาล
“ตอนที่ข้าไม่อยู่ พวกเจ้าจะพลิกฟ้ากันเลยหรือ?” ร่างเงาของตงฟางหลีมิได้โผล่ออกมา จึงได้ยินเพียงเสียงของเขาเท่านั้น “พวกเจ้าเห็นที่นี่เป็นอะไร!”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์รอดพ้นอย่างหวุดหวิด
หลังจากนางได้ยินเสียงของตงฟางหลี นับได้ว่าโล่งใจ
ทว่า เมื่อสงบอารมณ์ลงแล้วก็พบว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ตู้เหิงเคยพูดเอาไว้ว่า ตงฟางหลีเข้าวังไปแล้ว ยามบ่ายถึงจะกลับออกมาได้
เข้าวังมิใช่การออกไปตลาด มีการกำจัดเวลาที่เข้มงวดเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะสามารถกลับมาก่อนเวลาได้สักเล็กน้อย ก็มิอาจกลับมาเร็วได้ถึงเพียงนี้
และแม้ว่าเสียงนี้จะคล้ายคลึงกับเสียงของตงฟางหลีอยู่มาก ทว่า เมื่อลองตั้งใจฟังดูแล้ว ยังมีความแตกต่างเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่
อย่างเช่น เสียงตงฟางหลีใสกังวานและเย็นชาดั่งไข่มุกร่วงหล่นลงบนจาน แต่เสียงเมื่อครู่นี้แหบพร่ายิ่งนัก
นี่มิใช่เสียงของตงฟางหลี
ฉินเหยี่ยนเย่ว์คิดถึงความผิดปกติจุดนี้ได้ ซูเตี่ยนฉิงก็ย่อมคิดได้เช่นกัน
“เสด็จพี่หลี? เป็นท่านจริง ๆ หรือเพคะ?” ซูเตี่ยนฉิงมองไปรอบ ๆ เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่พบเงาของตงฟางหลี น้ำเสียงพลันแปรเปลี่ยนเป็นโหดร้ายขึ้นมา “มิใช่ท่านใช่หรือไม่?”
“ชั่วยามนี้ การเข้าเฝ้าประชุมขุนนางยามเช้ายังไม่ทันเลิก ท่านจึงยังกลับมาไม่ได้ ไสหัวออกมา เจ้าเป็นผู้ใดกันแน่ถึงได้แสร้งเป็นเทพแสร้งเป็นผีเช่นนี้?”
ซูเตี่ยนฉิงกล่าว พลางเงื้อกระบี่ยาวขึ้นสูงอีกครั้ง “ไม่ว่าผู้ใดจะอยู่ ล้วนมิอาจหยุดข้าให้สังหารหญิงแพศยาผู้นี้ได้”
เมื่อนางมั่นใจแล้วว่าเสียงนั้นไม่ใช่เสียงของตงฟางหลี ก็ยกกระบี่ยาวขึ้นอย่างดุร้าย ก่อนจะฟันลงไปยังฉินเหยี่ยนเย่ว์
ฉินเหยี่ยนเย่ว์คิดจะหลบหนี
เดิมไป๋โค้วก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว มิอาจลงจากเตียงได้เป็นแน่
ทว่านางมิเพียงแต่ลงจากเตียงมาเท่านั้น ยังดิ้นรนมาจนถึงที่นี้เพื่อรับกระบี่แทนนางเช่นนั้นหรือ?
เสียงแหบพร่าที่เลียนเสียงของตงฟางหลีเมื่อครู่ ก็เป็นเสียงของนางหรือ?
“ข้าเป็นหนี้ชีวิคของท่าน ในที่สุดก็ชดใช้ได้จนหมดแล้ว” ใบหน้าไป๋โค้วไร้ซึ่งสีเลือด นางพยายามหัวเราะอย่างยากลำบาก ลมหายใจแผ่วเบาราวกับเส้นไหม “รีบหนีไปเสียเถอะ ท่านมิใช่คู่ต่อสู้ของนาง ไปที่ห้องของท่านอ๋อง”
กล่าวจบ นางก็หลับตาลงราวกับสูญเสียเรี่ยวแรงทั้งหมดไป
“ไป๋โค้ว ตื่นสิ”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ตบแก้มไป๋โค้ว ร่างกายไป๋โค้วอ่อนแอถึงขีดสุด ทั้งยังเสียเลือดจำนวนมาก ร่างกายจึงค่อย ๆ เย็นเยียบอย่างช้า ๆ
“อย่าตายนะ ห้ามตาย” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ลนลานเล็กน้อย แล้วป้อนยาสองสามเม็ดเข้าปากของไป๋โค้ว “ไป๋โค้ว อย่าตายนะ”
ซูเตี่ยนฉิงร้อนใจขึ้นบ้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน