ภายใต้การแนะนำของหลินหยาง เจ้าเมืองหนานหลี่เฉิง ชวี่เจิ้ง และคนอื่นๆ ก็เริ่มการรักษาตามลำดับ
หลังจากทำงานหนักอย่างต่อเนื่องมาสี่วัน ในที่สุดแขนขาของ หลินหยางก็สามารถฟื้นตัวขึ้นมาได้
และด้วยพละกำลังที่ค่อยๆฟื้นตัว ต่อมาการรักษาในภายหลังก็เริ่มง่ายขึ้นและง่ายขึ้นไปโดยปริยาย!
หลังจากทราบข่าวนี้แล้วหนานซิ่งเอ๋อร์ อ้ายหร่าน และคนอื่น ๆ ก็รีบมุ่งหน้าไปที่ตำหนักหลังภูเขาเทพ อีกทั้งพาฉินเจี้ยนหนู่ เม่ยเมิ่ง ฉางหลานฟู้ และคนอื่นๆ ที่จากไปก่อนหน้านี้ตามไปด้วย
เมื่อเห็นว่าในตอนนี้หลินหยางปลอดภัยดี ทุกคนก็หลั่งน้ำตาทันที
“พี่หลิน!”
ฉินเจี้ยนหนู่ไม่สามารถระงับความรู้สึกที่อัดอั้นของตนเองได้อีกต่อไป จึงรีบวิ่งเข้าไปพร้อมเอาตัวเองเข้าไปในอ้อมแขนของหลินหยาง จากนั้นก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้
ดวงตาของหนานซิ่งเอ๋อร์มีไฟลุกโชนทันที เธอหงุดหงิดมาก
อ้ายหร่านทำได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น
“ชิงเอ๋อร์ อาการบาดเจ็บของข้ายังไม่หายดีนะ ดังนั้นอย่าพึ่งตื่นเต้นเกินไป”
หลินหยางยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วนและพูดออกมาตรงๆ
“ขอโทษพี่หลินด้วย ข้าตกใจมากไปจริงๆ”
ฉินเจี้ยนหนู่รีบเงยหน้าขึ้นและเอามือเช็ดน้ำตาตนเอง
“ท่านอาจารย์ รู้สึกอย่างไรบ้าง?”
ดวงตาของฉางหลานฟู้เปลี่ยนเป็นสีแดง และถามด้วยเสียงแผ่วเบา
“ดูแล้วคงต้องใช้เวลาสักพักจึงจะฟื้นตัวได้เป็นปกติ”
หลินหยางยิ้มแต่เอามือแตะบริเวณหน้าอก ลึกๆในดวงตามีร่องรอยของความกังวลปรากฏขึ้นมา
แม้ว่าหัวใจมังกรจะถูกปลูกฝังเข้าไปในร่างกายอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้ความเสียหายของหัวใจมังกรรุนแรงเกินไป อีกทั้งนี่ยังเป็นผลมาจากการหลอมรวมหัวใจของหลินหยางเข้ากับหัวใจมังกร ระดับของมันสูงมาก การที่จะรักษาให้หายขาด แม้แต่ทักษะทางการแพทย์ในระดับปัจจุบันของหลินหยาง ยังเป็นเรื่องยากมากที่จะทำให้สำเร็จ
หัวใจของมังกรไม่สามารถเยียวยาให้หายได้ ดังนั้นพลังการฝึกฝนของหลินหยางจึงมีขีดจำกัด
แม้ว่าเขาจะเชี่ยวชาญพลังอันน่าสะพรึงกลัวของหัวใจมังกรแล้ว แต่ในขณะนี้เขาก็ยังไม่สามารถไปถึงระดับที่สามได้
แต่อย่างไรก็ตามในที่สุดก็รักษาชีวิตเอาไว้ต่อไปได้
เรื่องพวกนี้ ค่อยเอาไปคิดทีหลังก็ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้
“่ท่านผู้นำของเราช่างเยี่ยมยอดมาก! เผ่ามังกรบ้าบออะไรกัน ไอ้พวกเทพยุทธ์กระจอก ต่อหน้าท่านผู้นำของเรา พวกเขาก็เป็นได้แค่ไก่อ่อนและสุนัขเฝ้าบ้าน ไม่ควรค่าให้พูดถึง! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...”
จิ่วอวี้ร้องตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น
“อย่ามาพูดจาพร่อยๆตรงนี้นะ! ในบรรดาคนพวกนั้นเจ้าน่ะอ่อนแอที่สุด”
อวี่ปี้หงตะคอกอย่างเย็นชาและโจมตีไปที่จิ่วอวี้อย่างไร้ความปราณี
จิ่วอวี้เสียหน้าเล็กน้อย จึงยิ้มอย่างเก้ๆกังๆ และเกียจคร้านเกินกว่าจะโต้แย้ง
“อวี่ปี้หง เม่ยเมิ่ง ฉางหลานฟู้พวกเจ้าทุกคนมีความสามารถมาก เจ้าสามารถช่วยข้าย้ายมังกรกลไปทางซ้ายที่ทางเข้าเส้นเลือดมังกรใต้ดิน!”
หลินหยางพูดแล้วมอบงานให้ทุกคน
ทุกคนเข้าใจและดำเนินการทันที
ใครๆ ก็สามารถจินตนาการได้ว่าการเคลื่อนย้ายร่างมังกรเหล็กขนาดใหญ่เช่นนี้กลับไปสู่ดินแดนแห่งความเงียบและความตายนั้นยากเพียงใด
หากให้คนที่มาจากดินแดนแห่งความเงียบและความตายเป็นคนทำเรื่องนี้ มันคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำสำเร็จ แต่ทว่า โชคดีที่ความแข็งแกร่งของ ฉางหลานฟู้และคนอื่น ๆ นั้นไม่ธรรมดาและพวกเขาเป็นคนของชีพจรมังกรใต้ดินที่คุ้นเคยกับวิญญาณชั่วร้ายมาตั้งนานแล้ว การปล่อยให้พวกเขาทำ ก็เท่ากับลงมือครั้งเดียวช่วยทุ่นแรงไปสองเท่า
หลินหยางไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้อีกและรักษาตัวต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ห้าหลังจากที่เขาหายจากอาการบาดเจ็บ ลูกน้องคนหนึ่งของเถาเฉิงก็กลับมาจากชีพจรมังกรใต้ดิน
หลินหยางจำได้ว่าเขาเป็นผู้ให้ข้อมูลที่เถาเฉิง จัดการให้ไปตรวจสอบตระกูลมังกร
"เป็นอย่างไรบ้าง?"
หลินหยางถามเถาเฉิง
แต่ทว่าเถาเฉิงกลับเม้มริมฝีปากล่างและไม่พูดอะไร แล้วศีรษะเล็กน้อยไปพยักหน้าให้คนที่อยู่ข้างหลัง
ไม่นานคนที่สืบข้อมูลก็เดินนำร่างหนึ่งเข้ามา
เป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย บนร่างกายมีรอยแผลเหวอะหวะและอาการบาดเจ็บไปทั่ว
"เจ้าเป็นใครกัน?"
หลินหยางขมวดคิ้ว
“เขาบอกว่าทุกสิ่งที่เขาทำคือการฆ่าศัตรูที่ทรงพลังและดำรงรักษาเผ่ามังกรให้คงอยู่สืบไป”
“พวกเจ้าก็เลยเชื่องั้นเหรอ?”
“ไม่เชื่อเลยต่างหาก! หลงเสี้ยวเองก็ไม่เชื่อเช่นกัน และยืนกรานที่จะฆ่าเขา!”
“แต่ก็ยังไมลงมืองั้นเหรอ?”
“ใช่...แล้วหลงจื่อก็พูดอะไรบางอย่างอีกครั้ง ประโยคนี้ทำให้หลงเสี้ยวไมอาจปฏิเสธได้เลย”
หลงฉีส่ายหัว
“พูดว่าอะไร?”
หลินหยาง ถามอย่างลึกซึ้ง
“หลงจื่อ บอกว่าเขาผิดพลาดไปแล้ว แต่เขาไม่อยากให้เผ่ามังกรล่มสาย เขาตัดสินใจมอบทักษะและพลังการฝึกฝนตลอดชีวิตให้กับหลงเสี้ยว เพื่อให้เขาได้เป็น หลงจื่อ คนใหม่…”
หลงฉีกระซิบ
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้พูดออกมาหลินหยางก็เงียบไป
คนของเผ่ามังกร อาจตั้งคำถามถึงความตั้งใจเดิมของหลงจื่อ แต่จะไม่มีวันตั้งคำถามถึงความแข็งแกร่งของเขา!
“ข้าอยากจะฆ่าหลงจื่อทันที แต่หลงเสี้ยวก็หยุดข้าเอาไว้ เขาไม่พูดหรืออธิบายอะไรเลย เอาแต่เดินไปที่ตำหนักมังกรเพียงลำพังโดยมีร่างกายที่บอบช้ำของหลงจื่อ อยู่ในอ้อมแขน”
“ในตอนนั้น ไม่มีใครสามารถเข้าใกล้ตำหนักมังกรได้เลย ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น แต่จากคำพูดก่อนหน้าของ หลงจื่อ ข้าเลยเดาว่า ในตอนนั้นหลงเสี้ยวอาจจะดูดซับพลังที่หลงจื่อมอบให้!”
“ ข้ารู้สึกว่าสถานการณ์เริ่มแย่ลงเรื่อยๆอีกทั้งยังกังวลว่าหลงเสี้ยว ซึ่งมีพลังการฝึกฝนของหลงจื่อ จะมีแผนการอื่นและทำให้เผ่ามังกรถูกกำจัด ดังนั้นข้าจึงรีบตั้งใจมาที่นี่ แจ้งเรื่องนี้ให้ท่านหลินทราบ ข้าหวังว่าท่านหลินจะช่วงลงมือ อย่าให้หลงเสี้ยวกลายเป็นเครื่องมือในการแก้แค้นของหลงจื่อ !”
เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ หลงฉีก็คำนับกครั้ง
ในที่สุด หลินหยางก็ตระหนักได้ทันที
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หลงฉี จะไม่รู้ความเป็นไปของ หลงจื่อ
ที่จริงหลงจื่อน่าจะถูก หลงเสี้ยวกักขังไปแล้ว...
"เข้าใจแล้ว"
หลินหยางช่วยพยุงหลงฉีขึ้นและพูดอย่างไม่แยแสว่า: "ให้เวลาข้าฟื้นฟูร่างกายสักสองสามวัน เมื่ออาการบาดเจ็บของข้าหายดี ข้าจะไปหาหลงเสี้ยวด้วยตัวเอง!"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...