ตอนที่ 1231-2 นายนั่นแหละ มานี่เลย (2)
ทำไมถึงเรียกว่ากฎข้อที่ศูนย์?
เพราะนี่คือกฎในระดับสูงสุด ที่ต้องได้รับการปฏิบัติก่อนข้ออื่นๆ
การเสริมนี้ก็คือการตีความกฎข้อแรก แต่ยกระดับจากปัจเจกบุคคล ไปสู่องค์รวม
แล้วก็จะมีคนถามว่า
งั้นกฎข้อที่ศูนย์ก็ดีน่ะสิ ทำไมถึงบอกว่ามันเป็นการโค่นกฎเหล็กสามข้อ?
คำตอบนั้นง่ายมาก
เพราะทันทีที่หุ่นยนต์เริ่มคิดว่าอะไรคือ ‘ผลประโยชน์ของมนุษยชาติในภาพรวม’ กฎก็จะซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
เช่น มนุษย์อาจเกิดสงครามกันเอง
ตามกฎข้อที่ศูนย์ หุ่นยนต์จะต้องปกป้องคนส่วนใหญ่ และเพื่อทำเช่นนั้นก็จำเป็นต้องสละคนส่วนน้อย
นั่นย่อมจะก่อให้เกิดการปฏิวัติของหุ่นยนต์ พวกมันจะคำนวณผลลัพธ์แล้ว ลงมือฆ่ามนุษย์บางส่วน เพื่อรับประกันความปลอดภัยของมนุษยชาติทั้งมวล
แล้วแบบนี้ไม่ใช่การละเมิดกฎเหล็กสามข้อที่เหลืออยู่หรือ?
ใช่แล้ว
กฎเหล็กสามข้อของฉู่ขวงเมื่อถูกนำมาประกอบกับกฎข้อที่ศูนย์ ก็ยิ่งแนบแน่นไร้ช่องโหว่ยากจะโค่นล้ม ทว่าผลประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาตินั้นกลับเป็นเพียงวาทกรรมลวงตา เพราะบ่อยครั้งมนุษย์เองก็มีความเห็นแตกต่างกันอยู่เสมอ
ทางเลือกแบบใดกันแน่ที่สอดคล้องกับผลประโยชน์โดยรวมของมนุษยชาติ?
ในหนังสือ ฉู่ขวงแสดงทัศนะว่า เช่นเดียวกับพฤติกรรมของมนุษย์ หุ่นยนต์ก็ควรมีทั้งเหตุผลเชิงกฎหมายและความเป็นมนุษย์อย่างเสรี
เพราะมนุษย์คือสิ่งมีชีวิตที่ผสานทั้งอารมณ์และเหตุผลเข้าด้วยกัน ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีบางช่วงเวลาพิเศษที่เกิดพฤติกรรมประเภทที่ ทั้งที่รู้ว่าไม่ควรทำ แต่ก็ยังทำ
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การปรากฏของกฎข้อนี้ช่างแยบยลเหลือเกิน’
ต่อให้เป็นผู้อ่านที่ยังไม่เข้าใจมากนัก แต่เมื่อได้อ่านบทวิเคราะห์ของฮูเหยียนต้าปั๋ว ก็เข้าใจความหมายของกฎข้อที่ศูนย์ขึ้นมาทันที
‘สิ่งที่ยิ่งใหญ่งดงามและวิจิตรแท้จริง ก็คือมนุษยธรรม!’
‘ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือหุ่นยนต์ ต่างก็ควรมีมนุษยธรรม มนุษยธรรมในที่นี้เป็นเพียงคำหนึ่งซึ่งแทนความหมายของการเคารพต่อชีวิต ความเมตตาและความรัก’
‘การใช้เหตุผลที่มากเกินไปจะทำให้ดูเลือดเย็น’
‘ดังนั้นทางออกที่แท้จริงคือ ต้องมอบความเป็นมนุษย์บางส่วนให้หุ่นยนต์ ให้พวกมันสามารถตัดสินได้เช่นเดียวกับมนุษย์ คือผสมผสานทั้งเหตุผลและความเป็นมนุษย์เข้าด้วยกัน’
‘ที่แท้ปัญหาก็ยังคงอยู่ที่มนุษย์’
‘พูดให้ชัดคือ ปัญหาจากข้อจำกัดของตรรกะมนุษย์’
‘ปัญหาที่บางครั้งแม้แต่มนุษย์ยังไม่เข้าใจ หุ่นยนต์ก็ย่อมไม่อาจเข้าใจได้เช่นกัน’
‘สุดยอด!’
‘ยอดเยี่ยมจริงๆ !’
‘ชัดเจนว่า ฉู่ขวงได้โค่นล้มกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์ ทว่าในเวลาเดียวกัน การโค่นล้มนั้นกลับทำให้กฎเหล็กทั้งสามสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม!’
‘ฉู่ขวงสุดยอดจริงๆ !’
ถ้อยคำเป็นพันเป็นหมื่น ท้ายที่สุดก็ยังถูกสรุปเหลือเพียงคำง่ายๆ ว่า ‘ฉู่ขวงสุดยอด!’
ฉู่ขวงยังคงเป็นร่างจำแลงของกฎเกณฑ์!
เขาโค่นล้มกฎ แต่ก็ไม่ได้โค่นล้มจนเหี้ยนเตียน
เขาพลิกผันกฎเหล็ก แต่ก็ไม่ได้ล้มเลิกอย่างสมบูรณ์
ฉู่ขวงกำลังใช้กฎข้อที่ศูนย์ประกาศต่อแฟนๆ นิยายวิทยาศาสตร์ทั้งโลกว่า
สิทธิ์ในการตีความกฎหมายของโลกหุ่นยนต์ขั้นสุดท้าย ยังคงอยู่ในมือของฉู่ขวงเอง เว้นเสียแต่ใครสักคนจะสามารถทำลายวงจรตรรกะที่สมบูรณ์แบบหลังจากที่เขาปรับปรุงแล้วได้!
…
ฮ่า!
แนวคิดของกฎข้อที่ศูนย์ร้อนแรงไปทั่วทั้งบลูสตาร์ ไม่ต่างอะไรกับกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์!
อันที่จริง
เมื่อชาวบลูสตาร์พูดถึงกฎเหล็กสามข้อของอาซิมอฟนั้น แท้จริงก็รวมถึงกฎข้อที่ศูนย์ไปด้วยแล้ว ซึ่งก็เท่ากับเป็นการยอมรับในความสมเหตุสมผลของกฎนี้โดยปริยาย
และเมื่อกฎข้อที่ศูนย์ดังสนั่นไปทั่วหล้า เหล่าชาวเน็ตจากแต่ละทวีปก็พลันนึกขึ้นมาได้ว่า
คู่ต่อสู้ของฉู่ขวงในการประชันวรรณกรรมครั้งนี้ ยังไม่ได้ถูกกำหนดเลยไม่ใช่หรือ!?
ในตอนนั้นเอง
‘ก่อนหน้านี้คู่ต่อสู้จะต้องออกหมัดก่อน แล้วเจ้าแก่ฉู่ขวงค่อยรับมือ แต่คราวนี้เจ้าแก่ฉู่ขวงเป็นฝ่ายออกหมัดก่อน แล้วใครล่ะที่จะกล้ามารับมือ?’
‘จะรับมือยังไงไหว!?’
‘กฎข้อที่ศูนย์ ใครกันจะต้านทานได้!?’
‘เหลืออยู่แค่สามคู่ต่อสู้ แต่ละคนก็แข็งแกร่งยิ่งกว่าอีกคน แต่กฎข้อที่ศูนย์แบบนี้ ต่อให้มีฟ่านชงสองคนก็รับไม่ไหวหรอก!’
‘เฮือก!’
‘แล้วทั้งสามก็ยังเงียบสนิท’
‘ฉู่ขวงมองคู่ต่อสู้ทั้งสามที่เหลือ เข้ามาสิ!’
‘ทั้งสามคนนั้นตัวสั่นงันงกมองเจ้าแก่ฉู่ขวง: อย่าเข้ามานะ!’
ฉู่ขวงแท็กหาตัวเองจริงๆ
‘นิยายชุดหุ่นยนต์ รบกวนขอคำชี้แนะ’
ตาผางหลงถึงกับสีหน้าครึ้มลงทันที
บรรลัยแล้ว!
หลังจากสูดหายใจลึกหลายครั้งกว่าจะตั้งสติได้ เขาก็รีบพิมพ์ตอบไปว่า
‘คราวหน้าพวกนายสองคนก็อย่าหวังว่าจะรอดเลย!’
เฉินสือพูดขึ้นว่า
‘พูดแบบนั้นไม่ถูกหรอกนะ กฎเหล็กสามข้อกับกฎข้อที่ศูนย์มันก็จริงที่เจ๋งมาก แต่เขาไม่อาจจะสร้างแนวคิดที่ทำให้แวดวงวิทยาศาสตร์สั่นสะเทือนได้ตลอดไปหรอก”
“ถูกต้องแล้ว”
เหวินเชาก็เห็นด้วย ‘ครั้งนี้เราหลีกกระแสไปก่อน แล้วคราวหน้าพวกเรา จะช่วยแก้แค้นเอง เหล่าผาง นายหลับตาไปสบายเถอะ’
‘ฉันจะรอพวกนายอยู่ข้างล่าง!’
ผางหลงกัดฟันพูดด้วยความแค้น ก่อนจะกดออกจากกลุ่มแช็ตไปทันที
พูดไปก็อดโทษไอ้งั่งอย่างฟ่านชงไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่ ฉู่ขวงเล่นพิเรนทร์มาเขียนนิยายหุ่นยนต์หรือ!?
…
หลินเยวียนไม่ได้มีเจตนาจะเล่นงานนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากเว่ยโจวอย่างผางหลงโดยตรงหรอก เหตุผลหลักๆ ก็คือในบรรดาคู่ต่อสู้ในการประชันวรรณกรรมนั้นเหลืออยู่เพียงสามคนเท่านั้น เขาจึงจำใจสุ่มเลือกผู้โชคดีขึ้นมาสักคน
แต่ผางหลงก็ตอบสนองได้ตรงไปตรงมาเหมือนกัน
หลังจากถูกหลินเยวียนแท็กหา ก็รีบตอบกลับทันทีว่าหนังสือเล่มใหม่จะออกเมื่อไหร่
แถมยังพูดด้วยท่าทีสุภาพว่า
‘ถึงเวลานั้นก็ขอให้คุณช่วยชี้แนะด้วยเถอะ (อีโมจิแสยะยิ้ม)’
บรรดาชาวเน็ตเมื่อเห็นรูปแบบประโยคคุ้นตาเช่นนี้ ก็รู้ได้ทันทีเลยว่าผางหลงถึงคราวจบเห่แน่แล้ว
‘นี่เหล่าผางประกาศยอมแพ้ชัดๆ ?’
‘กลุ่มสามเกลอจอมขี้ขลาด คราวนี้มีสมาชิกใหม่เข้าแล้วนะ ฮ่าๆ ’
‘ตลกจะแย่’
‘ผางหลงคงงงเลย ทำไมฉู่ขวงไม่เลือกอีกสองที่เหลือแทนฟระ?’
‘ฉู่ขวง: นายนั่นแหละ มานี่เลย!’
……………………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...