เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1232

ตอนที่ 1232 ยังจำเพลงของเราได้ไหม (1)

หนึ่งสัปดาห์ต่อมา

ผางหลงออกผลงานใหม่

ในฐานะหนึ่งในนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ระดับสูงของเว่ยโจว ต้องบอกว่าฝีมือการสร้างสรรค์ของผางหลงนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ ผลงานที่เผยแพร่ออกมาได้รับเสียงชื่นชมและยอดขายที่ดีเยี่ยม พูดกันตามตรงแล้ว ผลงานโดยรวมของเขายังเหนือกว่าฟ่านชง ผู้ซึ่งก็เป็นนักเขียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของเว่ยโจวเช่นกัน

แต่ก็น่าเสียดาย

เพราะคู่ต่อสู้ของผางหลงคือฉู่ขวง คือกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์และยิ่งไปกว่านั้นคือกฎข้อที่ศูนย์ที่มีตรรกะสมบูรณ์แบบยิ่งกว่า

ปลายเดือนกุมภาพันธ์

เมื่อผางหลงประกาศยอมแพ้ ฉู่ขวงก็สามารถคว้าชัยชนะแปดครั้งติดต่อกันได้อย่างเป็นทางการ!

ในเวลาเดียวกัน

สำนักข่าวทั้งหลายก็ประโคมรายงานกันให้เกรียวกราว!

[ฉู่ขวงกวาดชัยแปดนัดรวดในการชันวรรณกรรม!]

[ฉิน ฉี ฉู่ เยี่ยน หาน จ้าว และเว่ยถูกพิชิต!]

[ฉู่ขวงท้าประลองทั่วหล้า ใครจะกล้าออกมาสู้!?]

[จงโจวคือความหวังสุดท้ายของนักเขียนไซไฟ!?]

[สองคู่ต่อสู้คนสุดท้ายของฉู่ขวง เฉินสือและเหวินเซ่า!]

[นิยายชุดหุ่นยนต์แห่งจักรวรรดิกาแลกติก มีกับคุณูปการต่อวงการไซไฟบลูสตาร์!]

บนโลกออนไลน์

ทุกแพลตฟอร์ม

ชาวเน็ตจากทั่วทุกทวีปยังคงถกเถียงกันอย่างต่อเนื่อง

‘ทำไมผมรู้สึกว่าเจ้าแก่คนนี้มีสิทธิ์คว้าสิบชัยชนะรวดจริงๆ ล่ะ นี่เล่นล้มไปแล้วแปดคนติดๆ กันเลยนะ!’

‘ถูกหลอกกันหมดทั้งบลูสตาร์!’

‘นิยายไซไฟไม่ใช่จุดอ่อนของฉู่ขวงสักหน่อย หมอนี่มันนักรบดาวหกแฉกไร้เทียมทานจนไม่มีคำว่าจุดอ่อนเลยต่างหาก!’

‘เขาจะทำได้ชนะสิบครั้งรวดจริงหรือ?’

‘แต่สองคนที่เหลือก็โหดอยู่นะ’

‘ยังไงซะก็เป็นนักเขียนไซไฟระดับท็อปของจงโจวกันทั้งคู่’

‘ถ้าพวกเขาเก่งขนาดนั้นจริง ทำไมไม่ออกมาสู้กับนิยายชุดหุ่นยนต์ตั้งแต่แรก ทำไมต้องรอให้ฉู่ขวงเป็นฝ่ายขานชื่อก่อนล่ะ?’

‘ก็เพราะกฎเหล็กสามข้อของหุ่นยนต์กับกฎข้อที่ศูนย์แข็งแกร่งเกินไปน่ะสิ’

‘พอฉู่ขวงงัดของแบบนี้ออกมา การประชันวรรณกรรมเลยไม่ใช่การวัดกันที่ตัวนิยายอีกต่อไปแล้ว เพราะนิยายชุดหุ่นยนต์ของฉู่ขวงมันถูกยกระดับให้มีความหมายพิเศษเข้าไป ความหมายนั้นก็คือ บทบาทของกฎเหล่านี้ต่อการพัฒนาไซไฟของบลูสตาร์ พูดง่ายๆ เจอผลงานระดับนี้เป็นใครก็แพ้’

‘ในมือมีกฎเหล็ก ฉู่ขวงก็ไร้เทียมทาน’

‘ผางหลงก็แค่โดนส่งมาเป็นโล่รับกระสุนแทนสองคนนั้น’

‘ดังนั้น การประชันวรรณกรรมระหว่างฉู่ขวงกับสองคู่แข่งที่เหลือ ความน่าติดตามที่สุดก็คือ ถ้าไม่มีคอนเซ็ปต์ใหม่ระดับระบบไซไฟมาหนุนหลัง การแข่งก็จะกลับไปวัดกันที่คุณภาพเนื้อหาล้วนๆ อีกครั้ง’

‘แต่ถ้าเจ้าแก่ดันงัดคอนเซ็ปต์ใหม่ออกมาอีกล่ะ?’

‘ของพรรค์นี้มันไม่ใช่ผักกาดที่คิดจะหยิบมาก็หยิบได้เลยสักหน่อย แถมถึงหยิบออกมาได้ ก็ต้องได้รับการยอมรับกว้างขวางจากวงการไซไฟด้วย ไม่งั้นก็เป็นแค่การตั้งกฎเฉพาะตัวของฉู่ขวงเองเท่านั้น’

‘แต่จะว่าไปแล้ว’

‘ต่อให้ไม่พูดถึงกฎหุ่นยนต์เลย แค่เอาเนื้อเรื่องมาชนกันตรงๆ นิยายชุดหุ่นยนต์ของฉู่ขวงก็ยังถือเป็นผลงานระดับคลาสสิก และก็สามารถโค่นนิยายของผางหลงได้อยู่ดี!’

คลังหนังสือซิลเวอร์บลูกองบรรณาธิการได้นำผลงานนิยายชุดหุ่นยนต์ที่ฉู่ขวงเผยแพร่ลงบล็อก มาจัดรวมเล่มตีพิมพ์อีกครั้ง โดยนิยายชุดนี้ได้บรรจุเรื่องนครโลหะ นครสุริยะ นครอรุณรุ่ง และนครหุ่นยนต์เอาไว้ครบถ้วน

ไม่เพียงเท่านั้น

ยังได้รวมข้าคือหุ่นยนต์ซึ่งเคยตีพิมพ์ไปก่อนหน้านี้เข้ามาในนิยายชุดด้วย

ณ บัดนี้

เมื่อเรื่องราวทั้งห้าเรื่องถูกจัดรวมเข้าด้วยกัน ปัญจบรรพของหุ่นยนต์แห่งนิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติก ก็ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการ

และเช่นเดียวกับครั้งก่อน…

แม้ว่าบนโลกออนไลน์สามารถอ่านต้นฉบับได้อยู่แล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายหนังสือเล่มจริงมากนัก

และในขณะที่หนังสือเล่มจริงกำลังขายดีนั้นเอง

วารสารในสังกัดสมาคมวรรณศิลป์ก็ได้รายงานเกี่ยวกับนิยายเล่มนี้เช่นกัน พร้อมทั้งเป็นครั้งแรกที่เรียกฉู่ขวงว่า

บิดาแห่งวิทยาการหุ่นยนต์

โดยคำว่าวิทยาการหุ่นยนต์ในที่นี้ ย่อมหมายถึงกฎเหล็กสามข้อและกฎข้อที่ศูนย์นั่นเอง

ที่ผ่านมา วงการนิยายวิทยาศาสตร์ แวดวงการศึกษาวิจัยหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ ต่างก็ยอมรับกฎเหล่านี้เป็นเอกฉันท์อยู่แล้ว แทบไม่ต่างอะไรจากการได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อสมาคมวรรณศิลป์ประกาศฉายานามว่าบิดาแห่งวิทยาการหุ่นยนต์ก็เท่ากับเป็นการย้ำเตือนอย่างเป็นทางการในที่สุด!

ดูท่าว่าสถิติของนักเขียนที่ครองอันดับเก้าอยู่นั้นสูงลิ่วจริงๆ

อิทธิพลของกฎเหล็กของหุ่นยนต์ยังไม่สามารถระเบิดพลังออกมาได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันสั้น

อย่างไรก็ตาม หลินเยวียนก็ไม่ได้รีบร้อนแต่อย่างใด

เขารู้ดีว่า

ตราบใดที่เขาเคลียร์คู่ต่อสู้อีกสองคนที่เหลือจากจงโจวได้

ฉู่ขวงจะสามารถก้าวขึ้นไปท้าทายอันดับที่เก้าของการจัดอันดับนักเขียนได้อย่างแน่นอน!

ขณะที่คิดได้ดังนั้น

หลินเยวียนก็ได้รับข้อความจากผู้กำกับถงซูเหวินอย่างกะทันหันว่า

‘อาจารย์เซี่ยนอวี๋ หลับหรือยังครับ?’

‘ยังไม่หลับครับ’

‘สะดวกคุยโทรศัพท์ไหมครับ?’

‘ได้ครับ’

หลังจากตอบไป มือถือของหลินเยวียนก็ดังขึ้นทันที

ถงซูเหวินพูดอย่างเก้อเขินว่า

“ขอโทษจริงๆ ครับที่รบกวนตอนดึกๆ พอดีช่วงนี้ผมมีแผนทำรายการใหม่ คุณยังจำรายการเพลงของเราได้ไหมครับ?”

“ครับ”

แน่นอนว่าหลินเยวียนจำรายการเพลงของเราได้

และหลังจากรายการนั้น เว่ยห่าวอวิ้นก็ได้เข้าร่วมกับราชวงศ์ปลา

ถงซูเหวินหัวเราะแล้วพูดว่า

“จริงๆ ตอนแรกผมตั้งใจจะทำราชาหน้ากากนักร้องซีซันสอง แต่ภาคแรกมันกลายเป็นตำนานไปแล้ว เว้นแต่ว่าจะมีนักร้องที่โด่งดังพอๆ กับหลานหลิงอ๋องโผล่มาอีก ไม่อย่างนั้นคงยากที่จะไปถึงระดับเดียวกันได้!”

เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า

“แต่ถ้าเป็นรายการเพลงของเรามันต่างออกไปนะครับ ผมคิดว่ามีโอกาสสูงที่จะทำได้ดียิ่งกว่าซีซันแรก เพราะตอนที่เราจัดครั้งแรกนั้น มีแค่สี่ทวีปฉิน ฉี ฉู และเยี่ยนมารวมกัน แต่ตอนนี้ทั้งแปดทวีปของบลูสตาร์ผนวกรวมกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพ่อเพลงหรือราชาราชินีเพลงต่างก็ล้วนมีมากขึ้นและแข็งแกร่งขึ้น ดังนั้นผมเลยอยากเชิญคุณเข้าร่วมอีกครั้งน่ะครับ อีกอย่าง ขอแอบบอกข่าวที่คุณน่าจะสนใจ ครั้งนี้จะมีพ่อเพลงบางคนที่อยู่อันดับสูงกว่าคุณในการจัดอันดับด้านดนตรีเข้าร่วมด้วย เช่นอบิเกลจากจงโจว”

หลินเยวียนฟังพลางแสดงท่าทีครุ่นคิด

…………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน