เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1224

ตอนที่ 1224 จักรวรรดิกาแลกติก (1)

หากจำแนกย่อยลงไปแล้ว ทิศทางการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์มีอยู่มากมาย

เช่น แนวสำรวจโลก อาจเป็นการสำรวจดาวเคราะห์ที่มนุษย์อาศัยอยู่เอง หรือการสำรวจจักรวาล

หรือเรื่องราวระหว่างอารยธรรม การแลกเปลี่ยนหรือสงครามทางเทคโนโลยีระหว่างโลกและอารยธรรมต่างดาว

หรือเรื่องราวเกี่ยวกับโลกอนาคต หรือแม้แต่โลกคู่ขนาน

หรือเรื่องราวเกี่ยวกับโลกหลังวันสิ้นโลก ที่มนุษย์ต้องสร้างอารยธรรมขึ้นมาใหม่

หรือแม้กระทั่งการเดินทางข้ามเวลา ปริศนาความย้อนแย้งของกาลเวลา ฯลฯ

และท่ามกลางแนวทางย่อยเหล่านี้ นิยายวิทยาศาสตร์แนวหุ่นยนต์ นับว่าเป็นแนวที่พบได้บ่อยครั้ง

ผลงานที่ใช้หุ่นยนต์เป็นหัวข้อหลักในการเล่าเรื่องมีนับไม่ถ้วน ทั้งบนโลกและบนบลูสตาร์ก็ล้วนเต็มไปด้วยงานคุณภาพ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนบลูสตาร์ในปัจจุบัน

เทคโนโลยีหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย

ไม่ต้องพูดถึงที่ไหนไกล

แค่ร้านอาหารหรูหลายแห่งในเครือของซุนเย่าหั่วและโรงแรมราชวงศ์ปลาหลายสาขาก็เริ่มมีแนวโน้มที่จะใช้หุ่นยนต์เข้ามาแทนแรงงานมนุษย์แล้ว

อย่างเช่นการเสิร์ฟอาหารให้แขก หุ่นยนต์ก็สามารถทำงานได้อย่างง่ายดายตามคำสั่งที่ถูกตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้า

และนี่เป็นเพียงความสามารถขั้นพื้นฐานที่สุดของหุ่นยนต์เท่านั้น

เมื่อยุคสมัยแห่งปัญญาประดิษฐ์มาถึง หุ่นยนต์ที่มีฟังก์ชันก้าวหน้ากว่านี้ก็มีอยู่แล้ว เพียงแต่ยังไม่แพร่หลายเข้าสู่ทุกครัวเรือนเท่านั้นเอง

ในสถานการณ์เช่นนี้ นิยายวิทยาศาสตร์ที่ใช้ หุ่นยนต์เป็นหัวข้อหลักของเรื่องราว จึงได้รับความนิยมสูงบนบลูสตาร์มาโดยตลอด

นี่เองคือเหตุผลที่ทำให้นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์อย่างฟ่านชงนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากเว่ยโจว เลือกหยิบหุ่นยนต์มาเป็นหัวข้อหลักของนิยายเรื่องใหม่

ฟ่านชงยังได้แนะนำโครงเรื่องของนิยายเล่มนี้ไว้ว่า

หนังสือเล่มใหม่ของเขา ถึงแม้จะเป็นเรื่องยาวแต่ก็ประกอบด้วยหกเรื่องย่อยที่เชื่อมโยงกันอยู่ แต่ละเรื่องมีธีมที่ต่างกันออกไป

และในตอนนี้

หลินเยวียนก็ตัดสินใจแล้วเช่นกัน

เขาจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับหุ่นยนต์!

ในเสี้ยววินาทีที่เกิดความคิดนี้ขึ้นมา ปลายนิ้วของหลินเยวียนก็เริ่มรัวลงบนแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว

บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ปรากฏตัวอักษรสี่คำอย่างชัดเจน

‘จักรวรรดิกาแลกติก’

ออกมาเถอะ!

จักรวรรดิกาแลกติก!

ถูกต้องแล้ว

หลินเยวียนตัดสินใจเขียนจักรวรรดิกาแลกติกของไอแซก อาซิมอฟ!

เราพูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่าฮิงาชิโนะ เคโงะเป็นนักเขียนอัจฉริยะสารพัดแนว ผลงานที่ถนัดที่สุดของเขาคือแนวสืบสวนสอบสวน ทว่าแท้จริงแล้วขอบเขตการสร้างสรรค์ผลงานของเขาไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเท่านั้น

เก่งกาจก็จริง

แต่เมื่อนำมาเทียบกับผู้เขียนจักรวรรดิกาแลกติกอย่างอาซิมอฟแล้ว ผลงานของฮิงาชิโนะ เคโงะ ทั้งในแง่ขอบเขตและอิทธิพลนั้น แทบจะเล็กน้อยจนไม่อาจหยิบมาเทียบกันได้เลย

ใช่แล้ว

อาซิมอฟต่างหากที่เป็นนักเขียนผู้รอบรู้และเขียนได้สารพัดแนวอย่างแท้จริง เขาใช้เวลาทั้งชีวิตเขียนหนังสือมากกว่าห้าร้อยเล่ม ผลงานมากมายจนแทบกองพะเนิน และที่น่าทึ่งคือ เขาแตะต้องแทบทุกหมวดหมู่ภายใต้ระบบการจัดหมวดหมู่หนังสือ ผลงานของเขาเรียกได้ว่าครอบคลุมเกือบทุกแง่มุมของการดำรงชีวิตของมนุษย์เลยทีเดียว

ไม่ว่าจะขึ้นสู่ท้องนภา ดำดิ่งสู่ท้องทะเล

หรือย้อนอดีต ล่วงอนาคต เขาก็ล้วนแต่นำมาเขียนได้ทั้งสิ้น

ตั้งแต่ไดโนเสาร์ไปจนถึงอนุภาคขนาดเล็กที่สุดและกระทั่งจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล ผลงานของเขาล้วนครอบคลุมทั้งสิ้น

ตั้งแต่นวนิยายแนวเบาสมองไปจนถึงประวัติศาสตร์จักรวรรดิโรมัน หนังสือวิทยาศาสตร์สำหรับบุคคลทั่วไป ไปจนถึงประวัติศาสตร์พันปีของดินแดนตะวันออกไกล หรือแม้แต่คู่มือพระคัมภีร์ ไปจนถึงคู่มือวิทยาศาสตร์

ทุกเล่มล้วนเขียนด้วยสำนวนที่เรียบง่าย เคร่งครัด ทว่าแฝงด้วยอารมณ์ขัน

เพื่อได้อวดพรสวรรค์ด้านความตลกอย่างเต็มที่ เขายังเคยเขียนหนังสือรวมมุขตลกด้วย!

เพราะเหตุนี้เอง

อาซิมอฟจึงได้รับการยกย่องจากผู้อ่านว่าเป็น ‘บุคคลผู้เปรียบดุจเทพ’!

และที่เหนือความคาดหมายที่สุดก็คือ

อาซิมอฟถึงกับเคยเขียนงานแนวเฮ็นไตด้วยเช่นกัน

ในบั้นปลายชีวิต เขาเผยแพร่หนังสือที่พูดถึงประเด็นความสัมพันธ์ทางเพศอยู่หลายเล่ม

แต่ไม่ว่างานเขียนของเขาจะหลากหลายเพียงใด นักเขียนย่อมมีแนวที่ตนถนัดที่สุด

อาซิมอฟ คือหนึ่งในนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และผลงานชิ้นเอกของเขาก็คือนิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติก

นี่คือตำราหลักในประวัติศาสตร์นิยายวิทยาศาสตร์ของโลก!

โครงเรื่องหลักคือ

ด้วยความช่วยเหลือจากหุ่นยนต์ มนุษยชาติสามารถควบคุมเทคโนโลยีการปรับแต่งดาวเคราะห์ต่างถิ่นได้อย่างรวดเร็ว และเปิดฉากการอพยพอันยิ่งใหญ่เพื่อข้ามดวงดาวสู่อาณานิคมในจักรวาล!

มนุษย์ได้ขยายพันธุ์และแผ่ขยายไปทั่วกาแล็กซีราวกับฝูงตั๊กแตน นำพาทั้งความโง่เขลาที่ไม่มีวันเลือนหายและปัญญาที่ไม่อาจดับสูญ ทั้งความโลภและมโนธรรม ก้าวย่างไปยังดาวเคราะห์รกร้างทีละดวง จนทำให้ทั้งกาแล็กซีเข้าสู่ยุคสงครามระหว่างดวงดาวอันยืดเยื้อยาวนาน จนกระทั่งทั้งกาแล็กซีถูกรวมศูนย์ภายใต้การปกครองเดียว

และแล้ว

จักรวรรดิกาแลกติกก็ได้ถือกำเนิดขึ้น!

จักรวรรดิที่ปกครองดาวเคราะห์ที่มีผู้คนอาศัยกว่า 25 ล้านดวง อาณาเขตกว้างใหญ่กินพื้นที่กว่าแสนปีแสง และมีจำนวนประชากรรวมกันถึงหลายล้านชีวิต

จักรวรรดิกาแลกติกก็เช่นเดียวกัน

แม้ว่าเรื่องข้าคือหุ่นยนต์จะเป็นเล่มที่แปด แต่หากดูตามลำดับเวลาในเนื้อเรื่องแล้วเรื่องราวในเล่มนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นและต้นกำเนิดของนิยายทั้งชุด!

กล่าวอีกอย่างก็คือ

หากอยากเข้าใจจักรวรรดิกาแลกติกอย่างถ่องแท้ การเริ่มอ่านจากเรื่องข้าคือหุ่นยนต์ซึ่งเป็นเล่มที่แปดต่างหากจึงเป็นลำดับการอ่านที่ถูกต้อง

และนี่เองคือเหตุผลแท้จริงที่หลินเยวียนตัดสินใจเขียนเรื่องข้าคือหุ่นยนต์

นิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติกนั้นยาวเหลือเกิน

ถึงเวลาแล้วที่หลินเยวียนจะเปิดฉากให้นิยายชุดนี้

นิยายเรื่องใหม่ของฟ่านชง นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากเว่ยโจว ไม่ใช่เรื่องยาวหนึ่งเส้นตรง แต่เป็นการร้อยเรียงหกเรื่องเข้าด้วยกัน

เพราะฉะนั้น ข้าคือหุ่นยนต์ของหลินเยวียน ซึ่งมีเรื่องสั้นทั้งหมดเก้าเรื่องในเล่ม จึงนำหกเรื่องแรกไปสู้กับฟ่านชง

ส่วนอีกสามเรื่องที่เหลือก็ไม่ปล่อยให้เสียเปล่า

เขาหยิบสามเรื่องนี้ใช้ไปประชันกับนักเขียนอีกสามคนที่จะส่งคำท้าถึงตน

เมื่อคิดได้เช่นนี้

หลินเยวียนก็แลกยาชูกำลังแล้วลงมือเขียนทันที

เพราะถ้าคิดจะเขียนเรื่องยาวให้เสร็จอย่างรวดเร็ว การแลกยาชูกำลังถือว่าเป็นสิ่งจำเป็น

อย่างที่ว่าไว้ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง

หลินเยวียนได้อ่านนิยายวิทยาศาสตร์ของบลูสตาร์มาแล้วมากมาย รวมถึงแนวหุ่นยนต์ด้วย

ณ ตอนนี้ ในบรรดานิยายวิทยาศาสตร์ของบลูสตาร์ แนวหุ่นยนต์ยังคงถูกมองว่าเป็นศัตรูสมมติของมนุษย์ในอนาคตอยู่เสมอ

แนวคิดที่สุดโต่งสักหน่อยก็คือ หุ่นยนต์จะพัฒนาสติปัญญาระดับสูงขึ้นมา ต่อต้านการถูกมนุษย์กดขี่ แล้วลุกขึ้นทำสงครามกับมนุษย์

หรือไม่ก็อยู่บนพื้นฐานของความหวาดกลัวว่า ‘หุ่นยนต์จะเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ’

ไม่ใช่แค่เหล่านักเขียนวิทยาศาสตร์ที่คิดเช่นนี้

แม้แต่ในผลงานภาพยนตร์หรือซีรีส์แนวหุ่นยนต์ของบลูสตาร์ ก็แทบจะใช้กรอบความคิดนี้เหมือนกันหมด ต่อให้มีบางเรื่องที่พยายามหักล้าง ก็ยังหนีไม่พ้นแนวทางหลักนี้อยู่ดี

แต่ความยิ่งใหญ่ของอาซิมอฟอยู่ตรงนี้เอง

เขาเลือกควบคุมภัยคุกคามที่อาจเกิดจากหุ่นยนต์ตั้งแต่ต้นเหตุ

หุ่นยนต์ก็เป็นเพียงผลิตผลทางวิศวกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น และสามกฎหลักก็คือรากฐานของหุ่นยนต์ โดยมีการปกป้องมนุษย์เป็นกลไกความปลอดภัยที่สำคัญที่สุดหลังจากที่หุ่นยนต์ถูกสร้างขึ้น ดังนั้นหุ่นยนต์จึงไม่มีวันเป็นภัยคุกคามต่อมนุษย์ได้

ฟังเผินๆ อาจดูง่ายดาย

แต่ความน่าสนใจของนิยายเรื่องนี้ก็อยู่ตรงนั้นเอง

เพราะว่าเหตุไม่คาดคิดย่อมเกิดขึ้นเสมอ ต่อให้มีกฎทั้งสามข้อคอยควบคุมอยู่ หุ่นยนต์ก็ไม่อาจมีความยืดหยุ่นเหมือนสมองมนุษย์ และท้ายที่สุดก็นำไปสู่สภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเฉกเช่นในทฤษฎีนักโทษเข้าตาจนขึ้นมา

…………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน