เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1224

ตอนที่ 1224-2 จักรวรรดิกาแลกติก (2)

และในขณะที่หลินเยวียนเริ่มลงมือเขียน

การท้าประลองทั่วหล้าของฉู่ขวงในรอบที่สองก็เดือดพล่านขึ้นทันที เพราะการเข้าร่วมของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์แห่งเว่ยโจวอย่างฟ่านชง!

สิ่งที่เหนือความคาดหมายก็คือ

คราวนี้เสียงเชียร์ฉู่ขวงกลับกลายเป็นเสียงส่วนใหญ่ในโลกออนไลน์ มีแฟนคลับจำนวนน้อยที่ออกมาป่วน

ในบล็อกของฉู่ขวง เต็มไปด้วยคอมเมนต์ว่า

‘เจ้าแก่ฉู่ขวง คราวนี้ห้ามล้มเชียวนะ หลังจากนี้ยังมีอีกตั้งสามคนที่ยังไม่ออกมาเลย!’

‘เชื่อมั่นในเจ้าแก่ฉู่ขวง!’

‘ถึงเจ้าแก่ฉู่ขวงจะชอบทำร้ายจิตใจแฟนคลับเป็นประจำ แต่คราวนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยนะ ฟ่านชงนี่ของจริง!’

‘ฟ่านชงเก่งมากเรื่องการเขียนแนวหุ่นยนต์’

‘ผลงานสร้างชื่อของฟ่านชงก็คือนิยายชุดแนวหุ่นยนต์ หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้จับทางนี้เป็นหลักในการสร้างสรรค์ผลงานอีกเลย ครั้งนี้ที่เขาเลือกกลับมาเขียนเรื่องหุ่นยนต์อีกครั้ง ต้องเป็นเพราะเขามีความเข้าใจและมุมมองที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นต่อแนวทางนี้อย่างแน่นอน’

‘ความยากเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ แล้ว’

‘การประชันวรรณกรรมกับทั่วทั้งบลูสตาร์ของฉู่ขวง ครั้งนี้เขาเลือกคู่ต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบ แต่ต้องบอกตามตรงว่า คู่ต่อสู้ที่เรียกได้ว่าน่ากลัวจริงๆ ก็คือคนจากเว่ยโจวกับจงโจว ส่วนอีกหลาย ถึงจะแข็งแกร่งก็จริง แต่ก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของพีระมิดไซไฟบนบลูสตาร์ ไม่งั้นทำไมเรื่องนี้ถึงสร้างกระแสใหญ่ได้โตขนาดนี้ล่ะ สาเหตุหลักก็เพราะคู่ต่อสู้ของฉู่ขวงมีถึงสี่คนที่เป็นนักเขียนไซไฟระดับปรมาจารย์ไม่ใช่หรือ?’

‘ชนะรวดสิบคนติดคงเป็นไปได้ยาก’

‘แต่ยังไงก็ตาม ในบรรดาปรมาจารย์แนวไซไฟระดับสูงสุดของจงโจวกับเว่ยโจวอย่างน้อยเจ้าแก่ฉู่ขวงก็ต้องล้มได้สักคน ไม่งั้นมีหวังโดนบางคนหัวเราะเยาะเอาแน่’

จะว่าไปก็น่าขัน

คนพวกนี้ดึงไปดันมา ราวกับตั้งใจจะเป็นไม้เบื่อไม้เมากับฉู่ขวงตลอดเวลา

แต่สุดท้ายเวลาเข้าร้านหนังสือ ก็ยังเป็นผลงานของฉู่ขวงที่พวกเขาซื้ออ่านอยู่ดี

เพียงแค่ ปากพวกนั้นยังคงเชียร์ให้คู่ต่อสู้ของเจ้าแก่ฉู่ขวงชนะอยู่เสมอ

ต้นสายปลายเหตุก็เป็นเช่นนี้เอง

ก็เพราะว่าพวกเขาไม่เคยเชื่อจริงๆ ว่าฉู่ขวงจะแพ้

ครั้งนี้ที่พากันเชียร์ฉู่ขวงอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็เพราะพวกเขาร้อนใจจริงๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่กังวลกันขนาดนี้

แฟนๆ ของฉู่ขวงต่างก็กังวลใจสุดๆ

แต่ฝั่งนักเขียนจากวงการนิยายวิทยาศาสตร์กลับฮึกเหิมกันเป็นพิเศษ!

ฉู่ขวงท้าชนสิบต่อหนึ่ง ตอนนี้ไม่เพียงแค่ชนะไปแล้วสามคน ยังมีอีกสามคนที่กลัวหัวหดตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่มแข่ง

ทำเอาทั้งวงการนิยายวิทยาศาสตร์ของบลูสตาร์แทบหัวร้อนจนลมแทบจับ!

เพราะสำหรับพวกเขาแล้ว นักเขียนสิบคนนั้นคือตัวแทนของวงการนิยายวิทยาศาสตร์บลูสตาร์ที่จะไปประลองกับฉู่ขวง

แต่ดันมีคนยอมจำนนไปก่อนเสียอย่างนั้น!

วงการนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งบลูสตาร์พลอยเสียหน้าไปหมด

แต่เมื่อฟ่านชงออกโรงมา ก็ทำให้วงการนิยายวิทยาศาสตร์บลูสตาร์เงยหน้าขึ้นมาได้อีกครั้ง!

“จบแล้ว!”

“จะไม่ปล่อยให้หมอนั่นกร่างไปมากกว่านี้หรอก”

“อาจารย์ฟ่านชงพูดถูก นี่มันก็แค่ละครตลกเท่านั้นเอง!”

“ยังจะท้าชนสิบต่อหนึ่งอีก?”

“แค่ชนะได้สามคนก็คิดว่าตัวเองไร้เทียมทานแล้วหรือ?”

“ถึงจะชนะหกคนแล้วไงล่ะ หกคนนั้นก็ไม่ได้เป็นตัวแทนของยอดฝีมือระดับสูงสุดของวงการไซไฟบลูสตาร์สักหน่อย อย่างมากก็เป็นตัวแทนในทวีปของพวกเขาเองเท่านั้น”

“จุดสูงสุดของไซไฟบลูสตาร์อยู่ที่เว่ยโจว และจงโจวต่างหาก!”

“ไม่ต้องรอให้จงโจวลงมือหรอก แค่เว่ยโจวก็พอจะจัดการฉู่ขวงได้แล้ว”

“พูดตามตรง ฉู่ขวงก็เก่งจริงนะ ตอนแรกฉันคิดว่าต่อให้ไม่ต้องให้เว่ยโจวออกโรง เขาก็คงไปไม่รอดแล้วละ ไหนจะต้องสู้กับหลายคนพร้อมกัน แต่เขากลับเอาอยู่”

เก่งก็จริง

แต่สุดท้ายแล้ว ก็ยังต่ำกว่าเว่ยโจวกับจงโจวอยู่ดี

การมีอยู่ของสองทวีปนี้เอง ที่เป็นเสมือนหลักประกันความมั่นใจของวงการนิยายวิทยาศาสตร์บลูสตาร์

ตราบใดที่สองทวีปนี้ยังไม่ได้ลงมือ ต่อให้ฉู่ขวงชนะได้หกสนามติด ก็ยังไม่อาจนับได้ว่าเขาคือสุดยอดนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ระดับสูงสุดของบลูสตาร์

ไม่ใช่เพียงวงการนิยายวิทยาศาสตร์บลูสตาร์เท่านั้น

แม้แต่ชาวเน็ตที่ไม่ชอบฉู่ขวงก็พากันออกมาฉลองกันยกใหญ่

ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ

ฉู่ขวงทั้งหยิ่งผยอง อหังการ์ และเต็มไปด้วยความมั่นใจเกินพอดี ถึงผลงานจะทรงพลังจนทำให้ผู้คนหลงรักเขามากมาย แต่ก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยที่รับบุคลิกแบบนี้ไม่ไหว

จนกระทั่งเขาเขียนบทแรกเสร็จ พักสายตาแล้วแอบเปิดคอมเมนต์ดูเล่นๆ ถึงได้รู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้น

แฟนคลับของเขาทะเลาะกับคนอื่นอีกแล้ว?

เขาได้แต่แอบส่ายหน้า จะไปหัวเสียทำไมกัน ก็ทำตามหลักการเดิม ให้กำลังใจคู่แข่งก็พอแล้วนี่นา?

เอาเถอะ

ลึกๆ แล้วหลินเยวียนเองก็เข้าใจดี

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะแฟนๆ เริ่มไม่มั่นใจในฉู่ขวง กลัวว่าเขาอาจจะแพ้ในการประชันวรรณกรรมครั้งนี้ จึงไม่กล้าหยอกล้ออะไรมากนัก

แต่พูดกันตามตรงก็ยังคงเป็นประโยคเดิม

นักเขียนเป็นแบบไหน แฟนคลับก็จะเป็นแบบนั้น

ไม่ว่าจะเป็นการด่าแซะฉู่ขวง หรือการไปเชียร์ฝ่ายตรงข้าม พฤติกรรมเพี้ยนๆ ของแฟนคลับเหล่านี้ แท้จริงแล้วก็เป็นเพียงเกมเล็กๆ ระหว่างเจ้าแก่ฉู่ขวงกับแฟนๆ ของเขา

เป็นมุกหยอกล้อที่ต่างฝ่ายต่างเข้าใจตรงกัน

ก็เหมือนกับเพื่อนสนิทที่ชอบแกล้งกัน ล้อเลียนกันในยามปกติ แต่พอถึงช่วงเวลาวิกฤตจริงๆ แฟนคลับของฉู่ขวงก็จะยืนหยัดอยู่เคียงข้างเขาอย่างเด็ดเดี่ยว

ไม่ว่าจะเป็นฉู่ขวง

หรือแฟนคลับ

ต่างฝ่ายต่างก็เข้าใจเรื่องนี้มานานแล้ว

และเมื่อเห็นแฟนๆ ที่ปกติชอบกระเซ้าเย้าแหย่เจ้าแก่ฉู่ขวง แต่คราวนี้กลับลุกขึ้นมาปกป้องเขาและโต้เถียงกับบรรดาแอนตีแฟน หลินเยวียนก็รู้สึกปั่นป่วนในใจขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

จากนั้น

เขาก็ล็อกอินเข้าไปในบัญชีผู้ใช้ของฉู่ขวงแล้วโพสต์สถานะใหม่ว่า

‘ภาคเปิดของนิยายชุดจักรวรรดิกาแลกติก ผลงานใหม่ ข้าคือหุ่นยนต์”

จักรวรรดิกาแลกติกเริ่มต้นขึ้นแล้ว!

นี่คือการปลอบขวัญแฟนๆ ให้สบายใจลงบ้าง

ทว่าทันทีที่ผู้คนทั่วทั้งโลกออนไลน์เห็นโพสต์นี้ สายตากลับไปสะดุดที่ชื่อเรื่องตรงท้ายสามคำพร้อมกัน

หุ่นยนต์!?

ฉู่ขวงก็จะเขียนเกี่ยวกับหุ่นยนต์เหมือนกันหรือ!?

…………………………………………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน