ตอนที่ 1223 สามเกลอจอมขี้ขลาด
หลินเยวียนไม่อยากถกเถียงกับเหล่าโจวเรื่องว่าเซี่ยนอวี๋กับฉู่ขวงใครเขียนได้เร็วกว่า หลังจากตกลงโปรเจกต์ภาพยนตร์เรื่องใหม่เสร็จ อีกฝ่ายก็หอบบทภาพยนตร์ออกไป
หลินเยวียนจึงนั่งลงตรงนั้นแล้วเริ่มพิมพ์ต่อ
สิ่งที่เขียนก็ยังคงเป็นนิยายแนววิทยาศาสตร์
ฉู่ขวงเปิดสังเวียนในหมวดนิยายวิทยาศาสตร์ ประกาศท้าทายทั่วทั้งแปดทวีป ตอนนี้แม้ว่าเขาจะชนะมาแล้วสามรอบ แต่ยังมีอีกเจ็ดรอบรออยู่ ถ้าไม่มีต้นฉบับสำรองคงลำบากไม่น้อย โชคดีที่ในช่วงเวลาสงบที่ผ่านมา หลินเยวียนได้สะสมต้นฉบับเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ไว้จำนวนไม่น้อย
ข้อเท็จจริงก็พิสูจน์แล้ว
หลินเยวียนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ
คืนนั้นเอง
บนบล็อก
ในบรรดาคู่ต่อสู้ที่เหลืออีกเจ็ดคน
นักเขียนจากฉีโจวชื่อตวนอู่หมิงโพสต์แท็กถึงฉู่ขวงว่า “ผู้น้อยด้อยฝีมือ ได้พยายามเต็มที่จนเขียนเรื่องสั้นแนววิทยาศาสตร์ขึ้นมาได้หนึ่งเรื่อง หวังว่าอาจารย์ฉู่ขวงจะกรุณาชี้แนะ~”
ตวนอู่หมิง นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากฉีโจว
หนึ่งในสิบคู่ต่อสู้ที่ฉู่ขวงเลือกไว้
หมอนี่เป็นพวกใช้ชีวิตอย่างสุขสำราญ ไม่เคยเตรียมผลงานจริงจัง การโพสต์ท้าแข่งกับฉู่ขวงก็แค่หวังเกาะกระแสให้ตัวเองดัง ไม่เคยคิดเลยว่าฉู่ขวงจะมาสนใจ
ใครจะไปรู้ว่าอยู่ๆ ฉู่ขวงกลับบ้าระห่ำ เปิดสังเวียนท้าทายทั้งบลูสตาร์จริงๆ
แล้วตัวเองก็ดันดวงซวย ติดอยู่ในสิบรายชื่อคู่ต่อสู้ของฉู่ขวงเสียด้วย
เรื่องนี้ทำให้ตวนอู่หมิงทั้งดีใจทั้งหวาดกลัว!
ดีใจก็เพราะเกาะกระแสฉู่ขวงทีไร ยอดผู้ติดตามในบล็อกพุ่งกระฉูดเร็วเหลือเกิน
หวาดกลัวก็เพราะฉู่ขวงช่างน่ากลัวเกินไป ก่อนหน้านี้คู่ต่อสู้สามคนรุมกันยังสู้ไม่ไหว!
ตนเองก็มีฝีมือใกล้เคียงกับทั้งสามคนนั้น แล้วจะเอาอะไรไปสู้กับฉู่ขวงเล่า?
ช่วยไม่ได้
ตวนอู่หมิงได้แต่กัดฟันเดินหน้าสู้ต่อไป เพียงแต่ว่าท่าทีกลับดูอ่อนปวกเปียก มาถึงถ่อมตัวกับอีกฝ่ายตั้งแต่ต้นเลย
แน่นอน
แม้ท่าทีของตวนอู่หมิงจะดูขลาดกลัวไปสักหน่อย แต่ลึกๆ แล้วเขาก็ยังแอบมีความหวังอยู่บ้าง
เผื่อฟลุกชนะขึ้นมาล่ะ?
ช่วงนี้ในวงการต่างก็คาดเดากันว่า ฉู่ขวงเพิ่งปล่อยเรื่องสั้นคุณภาพสูงติดๆ กันสามเรื่อง อาจจะยากที่จะเขียนผลงานระดับสูงออกมาได้อีกในเวลาอันสั้น
หลังจากนั้น
ก็ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรืออย่างไร
หลังจากที่ตวนอู่หมิงเพิ่งโพสต์จบไม่นาน นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากหานโจวก็ออกมาประกาศลงสนามเช่นเดียวกัน ‘ผลงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วน้า ระดับฝีมือก็มีเท่าที่มี หวังว่าอาจารย์ฉู่ขวงจะเมตตาหน่อยนะคร้าบ (อีโมจิยิ้มแหยๆ ) ’
นักเขียนคนนี้ชื่อว่าเถิงหลง
ซึ่งเป็นหนึ่งในสิบคู่ต่อสู้ที่ฉู่ขวงเลือกไว้เหมือนกัน
ต้องบอกเลยว่าเถิงหลงเป็นนามปากกาที่ฟังดูอหังการมาก เจ้าตัวเองก็เป็นคนที่มีบุคลิกค่อนข้างวางมาด แต่วันนี้ถ้อยคำที่ใช้กลับดูไม่ค่อยวางมาดเท่าไหร่
จากนั้นไม่นาน
นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากทวีปจ้าวโจวชื่ออันจือก็โผล่มาเช่นกัน
‘ในฐานะแฟนคลับนิยายวิทยาศาสตร์ของอาจารย์ฉู่ขวง หวังว่าอาจารย์ฉู่ขวงจะช่วยชี้แนะ ถือเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตที่ได้มีโอกาสประชันวรรณกรรมกับคุณ (ยิ้มยิงฟัน)’
…
หลังจากคว้าชัยสามนัดติด
ฉู่ขวงก็ต้องเจอกับคู่ต่อสู้อีกสามคน
บรรดาผู้อ่านแรกๆ ก็ตื่นเต้นกันสุดๆ
ในที่สุดก็มีคนลงมืออีกแล้ว รีบไปจัดการเจ้าแก่ฉู่ขวงทีเถอะ!
ต้องบอกว่า ทั้งเน็ตต่างก็อยากรู้กันทั้งนั้นว่า สุดท้ายแล้วฉู่ขวงที่ต้องเผชิญหน้ากับเหล่านักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชื่อดังทั้งสิบคน สุดท้ายแล้วจะสามารถกวาดชัยชนะได้มากน้อยแค่ไหนกันแน่?
อย่างไรก็ตาม…
เมื่อผู้อ่านแต่ละทวีปได้อ่านโพสต์ของคู่ต่อสู้ทั้งสามอีกครั้งอย่างละเอียด กลับรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกชอบกล
‘จุ๊ๆ …’
‘เอ๊ะ หรือว่าเป็นแค่ความรู้สึกผมนะ ทำไมผมถึงรู้สึกว่าคนพวกนี้ดูเกร็งๆ ชอบกล?’
‘เฮือก!’
‘พอคุณพูดขึ้นมาก็นึกได้เลย แบบนี้ขี้ขลาดเกินไปแล้วนะ?’
‘ตวนอู่หมิงก็เป็นหัวหอกวงการไซไฟแห่งฉีโจวแท้ๆ ปรากฏว่าเอาแต่ถ่อมตัว แถมยังขอให้ฉู่ขวงช่วยชี้แนะอีก?’
‘อันจือก็เหมือนกัน!’
‘อันจือเป็นถึงตัวแทนของวงการนิยายไซไฟของจ้าวโจว แต่กลับบอกว่าตัวเองเป็นแฟนคลับเจ้าแก่ฉู่ขวง แล้วก็พูดว่าการได้ประชันวรรณกรรมกับอาจารย์คือเกียรติสูงสุดของชีวิต?’
‘ที่สุดของที่สุดคือเจ้าเถิงหลง!’
‘หมอนี่ปกติเป็นคนเย่อหยิ่งยโสมาตลอด แต่ก่อนเวลาไปประชันวรรณกรรมกับใคร ความกร่างยิ่งกว่าฉู่ขวงซะอีก สุดท้ายพอเจอกับฉู่ขวง กลับกลายเป็นว่าไปขอให้ฉู่ขวงเมตตาหน่อย?’
‘เถิงหลงยังพิมพ์ว่าผลงานใหม่เสร็จเรียบร้อยแล้วน้า หวังว่าอาจารย์ฉู่ขวงจะเมตตาหน่อยนะคร้าบ?’
‘คร้าบก็มาอีก คร้าบๆๆ อะไรกันละเนี่ย นี่มันสำนวนของคนขี้ประจบชัดๆ ความกร่างของเถิงหลงที่เคยมีหายไปไหนหมด!?’
‘ให้ตายสิ พวกนี้ยังกล้ามาขายขำด้วย!’
‘สามเกลอจอมขี้ขลาดชัดๆ เลย ถ่อมตัวจนไม่รู้จะถ่อมยังไงแล้ว!’
‘เทียบกับสามคนที่ออกตัวก่อนหน้านี้ พวกนี้นี่มันสามเกลอจอมขี้ขลาดของจริง นี่ถึงกับโดนฉู่ขวงทำให้กลัวจนหัวหดแล้วเหรอ?’
‘ตอนแรกฉันยังคิดจะเชียร์พวกเขาอยู่เลยนะ’
‘แต่แบบนี้จะเชียร์ยังไงกัน เขาเองยังกลัวหัวหดจนหมดสภาพไปแล้ว นี่มันคู่ต่อสู้ในการประชันวรรณกรรมที่ขี้ขลาดที่สุดที่ฉันเคยเห็นเลย!’
ช่างเป็นตัวท็อปจริงๆ !
เมื่อเจอกับคำพูดของทั้งสาม ชาวเน็ตก็ทั้งโมโหทั้งขบขัน
การประชันวรรณกรรมมันควรจะเป็นการดวลกันแบบดุเดือดตึงเครียด แต่คำพูดของสามคนนี้กลับยิ่งกว่าถ่อมตัวแล้วถ่อมตัวอีก
เหมือนหมาน้อยจอมประจบเลย
ความน่าเกรงขามลดไปค่อนหนึ่งแล้ว
โดยเฉพาะเถิงหลง
คนคนนี้ขึ้นชื่อว่ามีอารมณ์ร้อน ตรงไปตรงมา หัวแข็ง หยิ่งยโส ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ถูกคนในวงการมองว่าเป็นตัวอย่างของ ‘อัจฉริยะที่หยิ่งผยอง’ เสมอมา
แต่คนแบบนี้ ทำไมเมื่อเจอฉู่ขวงกลับทำตัวหงอประหนึ่งหนูเห็นแมวอย่างไรอย่างนั้น?
ก่อนหน้านี้ตอนฉู่ขวงประกาศว่าจะประชันวรรณกรรมกับทั้งบลูสตาร์ นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์เหล่านี้ไม่ใช่ว่ากระโดดโลดเต้นกันใหญ่ไม่ใช่หรือ?
…
ในแวดวงนักเขียน
ชื่อเสียงเปรียบดั่งเงาของคน
วงการนิยายวิทยาศาสตร์เว่ยโจว ครองความแข็งแกร่งในบลูสตาร์มานานหลายปี!
และฟ่านชงคนนี้ ต่อให้ในเว่ยโจวเอง ก็ยังถูกยกให้เป็นสุดยอดนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ชั้นนำ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเหนือกว่าทุกคนที่ออกมาก่อนหน้า!
…
ในบ้าน
เมื่อหลินเยวียนเห็นนักเขียนสามคนแรกแท็กหาเขา ก็ถึงกับยิ้มกว้างออกมา
สบายใจจริงๆ
เพราะทั้งสามคนเล่นด้วยงานเรื่องสั้น
พอดีเลย เขามีต้นฉบับสำรองไว้แล้ว
ต้องเข้าใจว่า
ในช่วงวันอันแสนสงบที่ผ่านมา หลินเยวียนสะสมต้นฉบับนิยายขนาดสั้นและกลางเอาไว้มากมาย
ดังนั้นการประชันวรรณกรรมกับสามคนนี้จึงถือว่าสบายมาก
เขาเพียงแค่เลือกงานที่เหมาะจากต้นฉบับสำรอง ซึ่งแต่ละชิ้นล้วนเป็นผลงานคุณภาพอยู่แล้ว
จนกระทั่งนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากเว่ยโจวอย่างฟ่านชงโผล่มา
รอยยิ้มของหลินเยวียนพลันชะงักค้างไปทันที
ไม่ใช่เพราะคำพูดท้าทายว่าอีกฝ่ายจะมาหยุดชัยชนะของเขา
ฝ่ายตรงข้ามอยากชนะ
ตัวเขาเองก็อยากชนะ
นี่เป็นเรื่องปกติ
แต่ประเด็นคือ
อีกฝ่ายจะใช้นิยายขนาดยาวมาประชันวรรณกรรม?
ทว่าต้นฉบับที่หลินเยวียนสะสมมาในช่วงนี้ ล้วนเป็นแค่เรื่องขนาดสั้นและกลางทั้งหมด!
นั่นหมายความว่า ความพยายามที่เขาสะสมไว้ตลอดหลายวันนี้มา ใช้การไม่ได้เลย!
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องเขียนใหม่อยู่ดี
ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องแลกยาชูกำลังจากระบบมาใช้
เพราะถ้าเจอนิยายขนาดยาว ก็ต้องใช้นิยายขนาดยาวมาสู้ถึงจะเหมาะ
เท่ากับว่าที่หลินเยวียนอุตส่าห์ทำงานสะสมมาตั้งหลายวัน กลายเป็นงานเสียเปล่า!
เรื่องนี้ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าใกล้สอบแล้ว หลินเยวียนนึกว่าจะสอบวิชาภาษา จึงไปท่องบทเรียนต่างๆ เตรียมไว้เต็มที่ แต่ผลปรากฏว่าเอาเข้าจริงกลับต้องสอบวิชาคณิตศาสตร์?
การเขียนหนังสือ สำหรับหลินเยวียนนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
ถ้าเขาเร่งความเร็วขึ้นมา เขาก็เขียนได้เร็วแบบต้องตัดญาติขาดมิตร แต่เพราะช่วงนี้คิดไม่รอบด้าน ทำให้เสียเปล่าๆ นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้เขาโกรธที่สุด คำว่า ‘นิยายขนาดยาว’ ในบล็อกของฟ่านชง จึงดูบาดตาบาดใจประหนึ่งมีคมมีด
น่าโมโหชะมัด!
หลินเยวียนโกรธตัวเอง และยิ่งคิดก็ยิ่งโกรธ จนพาลมองโพสต์ของฟ่านชงด้วยสายตาไม่เป็นมิตร
“งั้นเรื่องยาวก็เรื่องยาว!”
ช่างมันปะไร หลินเยวียนกัดฟันแทบจะขบกรามหัก“ผมก็จะเขียนเกี่ยวกับหุ่นยนต์เหมือนกัน!”
………………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...