เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1190

ตอนที่ 1190-3 ความดี ความชั่ว และความเป็นมนุษย์ (3)

ที่สถานีตำรวจ

ทั้งสองได้พบกันอีกครั้ง

แผ่นหลังของยาสึโกะสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสียงของเธอแหบพร่า [“ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ ที่ทำให้คุณต้องทำถึงขนาดนั้น เพื่อพวกเรา…

เพื่อผู้หญิงอย่างฉัน…”

“คุณกำลังพูดอะไรอยู่! คุณพูดอะไร…พูดบ้าอะไร…อย่าพูดแบบนั้น…”

อิชิงามิพึมพำราวกับกำลังร่ายมนตร์

“ทำไมจะมีแค่พวกเราที่ได้มีความสุขล่ะ…เป็นไปไม่ได้ ฉันก็ต้องชดใช้… ฉันต้องรับโทษ ฉันอยากรับโทษไปพร้อมกับคุณอิชิงามิ สิ่งเดียวที่ฉันพอจะทำเพื่อคุณได้ มีเพียงเท่านี้จริงๆ ขอโทษนะคะ! ขอโทษค่ะ!”

ยาสึโกะทรุดตัวลงใช้มือทั้งสองยันพื้น ก้มหน้าลงจนหน้าผากแตะพื้น

อิชิงามิส่ายหน้า พลางถอยหลัง ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บปวด

เขาหันหลังอย่างรวดเร็ว ใช้มือทั้งสองข้างกอดศีรษะของตัวเองแน่น ก่อนจะส่งเสียงคำรามราวสัตว์ป่า เสียงนั้นระคนด้วยความสิ้นหวังและทุกข์ระทม

เสียงนั้นสะเทือนถึงหัวใจของทุกคนที่ได้ยิน

ตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ รีบวิ่งเข้ามา พยายามจะควบคุมตัวเขาไว้

“อย่าแตะเขา!”

ยุคาวะยื่นแขนกันตำรวจไว้ตรงหน้า “อย่างน้อยก็ขอให้เขาได้ร้องไห้ให้พอเสียก่อน”

ยุคาวะเดินเข้าไปด้านหลังอิชิงามิ วางมือทั้งสองลงบนบ่าของเขาเงียบๆ

อิชิงามิยังคงคำราม ราวกับกำลังขย้อนจิตวิญญาณออกมา]

พังทลายหมดสิ้น

ชายผู้วางแผนทุกอย่างไว้อย่างไร้ช่องโหว่ ผู้ใช้กลวิธีการอนุมานย้อนหลัง พลิกโลกทั้งใบมาไว้ในฝ่ามือ ก็พังทลายลงโดยสิ้นเชิง

เดิมทีเขาควรจะประสบความสำเร็จ

เขาน่ะ ประสบความสำเร็จแล้วจริงๆ

แต่สุดท้าย เขาก็พ่ายแพ้

พ่ายแพ้ต่อใจมนุษย์

พ่ายแพ้ต่อความรู้สึกผิดที่เป็นสัญชาตญาณดิบของมนุษย์

ในหนังสือ

มีประโยคหนึ่งที่ถูกเน้นไว้ว่า ‘บางครั้ง การที่คนคนหนึ่งยังคงมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็เพียงพอที่จะช่วยชีวิตอีกคนได้แล้ว’

แต่ก็ยังมีบางคน ที่ไม่แม้แต่อยากมีชีวิตอยู่

แล้วเรื่องนี้ ป็นความผิดของใครกัน?

โทงาชิ? หรือยาสึโกะ?

หรือว่าอิชิงามิชายผู้หลงใหลในตรรกะอันสุดโต่ง ผู้ที่ควรจะได้กลายเป็นนักคณิตศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น?

ฉินโจว

หลู่หยางที่นิ่งงันไปเนิ่นนาน จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง

ตอนจบที่เผยปริศนาออกมานี่แหละ คือจุดที่ทำให้เสน่ห์ของนิยายสืบสวนเรื่องนี้พุ่งขึ้นถึงขีดสุด

ด้วยการวางปมปริศนาไว้ตามตัวละครที่ปรากฏและสถานที่กับช่วงเวลาที่เหตุการณ์เกิดขึ้น รวมถึงการใช้เทคนิคชี้นำบางอย่าง ทำให้ผู้อ่านปักใจเชื่อไปก่อน และเมื่อเฉลยปริศนาในตอนท้าย ก็สร้างแรงกระแทกและความประหลาดใจอย่างรุนแรง นี่แหละคือความสำเร็จสูงสุดของนิยายเรื่องนี้

ต่างจากวรรณกรรมบริสุทธิ์

นิยายสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ นอกจากจะมีความเข้มข้นของเนื้อเรื่องแล้ว ยังเต็มไปด้วยความคาดไม่ถึง และการวางโครงเรื่องที่สมเหตุสมผล

แต่นี่คือกลวิธีผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้จริงหรือ?

คือแนวทางการเล่าเรื่องแบบผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ที่ฉู่ขวงเป็นผู้บุกเบิก?

การที่ฉู่ขวงชี้นำผู้อ่านให้หลงกลกับกับดักเวลานั้น ดูผิวเผินแล้วก็เหมือนจะสอดคล้องกับลักษณะบางประการของกลวิธีผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้

ทว่าประเด็นสำคัญคือ ตลอดทั้งเรื่อง ผู้อ่านกับตำรวจต่างก็อยู่ในมุมมองเดียวกันเสมอ ซึ่งจุดนี้กลับขัดแย้งกับหลักของการเล่าแบบผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้

นี่ไม่ใช่กลวิธีผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้

เพราะผู้อ่านมีโอกาสคาดเดาความจริงได้อยู่แล้ว

อันที่จริง ไม่ว่าจะใช่หรือไม่ใช่กลวิธีนั้น ก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป

สิ่งที่สำคัญจริงๆ คือการหักมุมสุดขั้วในไม่กี่บทสุดท้ายของนิยายเรื่องนี้ ที่สร้างความสะเทือนอารมณ์ได้รุนแรง!

นี่คือนิยายที่ฉู่ขวงรีบเขียนใช่ไหม?

นี่คือผลงานที่เขาเขียนขึ้นในเวลาอันสั้นเพียงเพื่อต่อสู้ชิงอันดับละก็ งั้นระดับความน่ากลัวของเขา คงเกินกว่าที่เคยจินตนาการไว้เสียอีก!

บางทีเขาอาจไม่ได้ด้อยกว่าเซี่ยนอวี๋เลยด้วยซ้ำ

เซี่ยนอวี๋ใต้ ฉู่ขวงเหนือที่คนพูดกันนั้นมีเหตุผล การวางพล็อตแบบนี้ จะไม่นับว่าเป็นพรสวรรค์ประเภทหนึ่งหรือ?

จงโจว

‘อ่านจบแล้วรู้สึกอึดอัดมาก’

‘อิชิงามิยังคงคำราม ราวกับกำลังขย้อนจิตวิญญาณออกมา ประโยคสุดท้ายทำให้ฉันมีน้ำตาจำนวนมาก’

‘นี่คือนิยายแนวสืบสวนสอบสวน ไม่ใช่นิยายสายดราม่า แต่สไตล์การเขียนของฉู่ขวงมีพลังบางอย่างที่บีบคั้นหัวใจคนอ่านอยู่เสมอ เขาเป็นแบบนี้มาตลอด ทำให้ใจสงบไม่ได้เลย’

‘อ่านจบแล้วรู้สึกเหมือนโดนเจ้าแก่ฉู่ขวงตุ๋นจนเปื่อยเลย’

‘วิธีการเขียนแบบนี้ไม่ใช่กลวิธีผู้เล่าเรื่องที่เชื่อถือไม่ได้ แต่ตัวเรื่องเองต่างหากที่สะเทือนใจที่สุด’

‘อิชิงามิที่วางแผนทุกอย่างอย่างแยบยล ใช้สมองอันยอดเยี่ยมของตนสร้างแผนการที่ไร้ช่องโหว่ เขาเขียนแผนลวงที่ทำให้แม้แต่ผู้อ่านยังมึนงงด้วยตัวคนเดียว แต่สุดท้ายก็ล้มเหลวในก้าวสุดท้าย และย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นอีกครั้ง’

‘ตอนที่ยาสึโกะเข้ามอบตัว ฉันเองก็พังไปพร้อมกับอิชิงามิ’

‘ผมคิดว่าการที่ยาสึโกะตัดสินใจเข้ามอบตัวในท้ายที่สุด สามารถอธิบายได้ด้วยคำว่ามโนธรรม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องรู้สึกเสียใจต่อตอนจบแบบนี้ก็ได้’

‘ทำยังไงก็ชอบยาสึโกะไม่ลง!’

‘สิ่งที่ยาสึโกะทำในตอนท้ายคือการทำลายอิชิงามิอย่างถึงที่สุด สุดท้ายก็มีแค่เธอคนเดียวที่รู้สึกว่าเธอทำถูกแล้ว ถ้าเธอรู้สึกขอบคุณความเสียสละของอิชิงามิจริงๆ วิธีตอบแทนเพียงหนึ่งเดียว ก็คือการทำให้การเสียสละของเขามีความหมาย’

‘ความรักของอิชิงามิช่างคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือด’

‘สิ่งที่ฉันประทับใจที่สุดไม่ใช่ความรักของอิชิงามิ แต่เป็นการต่อต้านความโดดเดี่ยวของเขา ทุกสิ่งที่เขาทำ ก็เป็นเพียงการต่อต้านความเหงา ทุกการแสวงหาและปกป้องศรัทธาทางจิตวิญญาณ ล้วนแต่เป็นการต่อสู้กับความเดียวดายโดยแท้ ตอนจบจึงชวนให้รู้สึกหดหู่และเสียดาย เพราะระดับความคิดของอิชิงามิได้ก้าวข้ามขอบเขตของศีลธรรมหรือกรอบการรับรู้แบบเดิมๆ ไปแล้ว’

‘อิชิงามิไม่สมควรถูกปกป้อง’

‘ถึงอิชิงามิจะเป็นอัจฉริยะ และสิ่งที่เขาประสบพบเจอในชีวิตของเขาก็ชวนให้รู้สึกเห็นใจ แต่กลับไม่ลังเลที่จะฆ่าคนบริสุทธิ์ เพียงเพื่อปกป้องผู้หญิงคนหนึ่ง แบบนี้ทุเรศสิ้นดี แค่พวกหมกมุ่นและหลอกตัวเองไปวันๆ เท่านั้นแหละ’

‘ไม่ยอมรับคำพูดใดๆ ที่พยายามล้างผิดให้อิชิงามิทั้งนั้น’

‘การที่ยาสึโกะตัดสินใจมามอบตัว เท่ากับเป็นการลบล้างทุกอย่างที่อิชิงามิทำลงไปทั้งหมด ถ้ามองจากมุมนี้ ยาสึโกะก็ถือเป็นคนเห็นแก่ตัว ส่วนยุคาวะที่บอกความจริงกับยาสึโกะเพราะรู้สึกว่าเพื่อนตายไปโดยไร้ค่า ก็เช่นกัน เขาเองก็ใช้มาตรฐานทางคุณค่าของตัวเองตัดสินทุกอย่าง ถือเป็นความเห็นแก่ตัวอีกแบบเหมือนกัน’

อย่างที่คิดไว้

ความดีและความชั่ว ถึงอย่างไรก็แยกไม่ขาด

นี่แหละคือ ‘การอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X’

ไม่ว่าผู้อ่านจะยืนอยู่ฝั่งไหน ก็ไม่มีทางปฏิเสธความจริงได้เลยว่า ทุกคนต่างยอมรับในคุณค่าของนิยายเล่มนี้เป็นอย่างสูง

ความจริงแล้ว

ต่อให้เป็นคนที่ตำหนิตัวละครอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นอิชิงามิ ยาสึโกะ หรือยุคาวะที่พยายามจะชนะอิชิงามิ พวกเขาล้วนแล้วแต่หลงรักนิยายเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง

และในวันนั้นเอง

‘การอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X’ ก็กลายเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วทั้งบลูสตาร์

……………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน