เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1191

ตอนที่ 1191 ฉันรักเธอ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ

เนื่องจากนิยายเรื่องนี้ถูกเผยแพร่แบบต่อเนื่องในบล็อก จึงไม่ต้องผ่านกระบวนการตีพิมพ์ และผู้อ่านไม่จำเป็นต้องเสียเวลาและเงินทองเพื่อไปซื้อหนังสือเล่ม เพียงแค่ขยับเมาส์ คลิกเข้าไปในบล็อกของฉู่ขวงก็สามารถอ่านผลงานการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X ได้ทั้งเรื่อง นั่นส่งผลหนังสือเล่มนี้โด่งดังอย่างรวดเร็ว

ถึงอย่างไรยอดเข้าชมบล็อกของฉู่ขวงนั้นสูงมากจนน่าตกใจอยู่แล้ว

ผู้อ่านจากทั้งแปดทวีปบนบลูสตาร์ที่รู้สึกสะเทือนใจกับนิยายเรื่องนี้ ต่างก็พากันแบ่งปันและถกเถียงในโซเชียลมีเดียกันอย่างคึกคัก!

ท่ามกลางกระแสเช่นนี้ แฮชแท็ก #การอุทิศตนของผู้ต้องสงสัยX ก็ทะยานขึ้นสู่ฮ็อตเสิร์ชได้อย่างง่ายดาย!

และไม่ใช่แค่ผู้อ่านเท่านั้น

แม้แต่นักเขียนบางคนบนบลูสตาร์ที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้ก็ยังร่วมวงสนทนาเช่นกัน

เพราะฉู่ขวงไม่ได้เขย่าแค่หัวใจของผู้อ่าน ขณะเดียวกันเขายังเขย่าหัวใจของนักเขียน

โดยเฉพาะนักเขียนนิยายสืบสวนอีกหลายคนด้วย!

ฉู่โจว

คาเธอร์นักเขียนนิยายสืบสวนสอบสวน กล่าวในสื่อสาธารณะว่า

[นี่คือนิยายสืบสวนสอบสวนที่ผสมผสานกับความรักได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตัวละครในเรื่องแต่ละคนล้วนทำในสิ่งที่ตนเชื่อว่าถูกต้อง แต่สุดท้าย คนที่เจ็บปวดที่สุดกลับกลายเป็นผู้อ่าน

แนวคิดเกี่ยวกับความรักที่ฉู่ขวงต้องการถ่ายทอดผ่านนิยายสืบสวนเรื่องนี้คือ

บนโลกใบนี้ ไม่มีคดีใดที่คลี่คลายไม่ได้ มีแต่คนที่ลืมไม่ลงเท่านั้น

ในขณะเดียวกัน ฉู่ขวงก็เตือนทุกคนผ่านนิยายเล่มนี้ว่า เขาไม่ได้ถนัดแค่นิยายกำลังภายในหรือนิยายเด็ก แต่แนวสืบสวนสอบสวนก็เป็นงานถนัดของเขาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หากจะพูดว่าเรื่องนี้เป็นนิยายสืบสวนสอบสวน ก็ดูจะยังไม่ครบถ้วน เพราะสิ่งที่ลึกซึ้งกว่านั้นคือการสำรวจแก่นแท้ของ ความเป็นมนุษย์

ปลายทางของตรรกะไม่ใช่ดินแดนในอุดมคติอันเต็มไปด้วยเหตุผลและกฎเกณฑ์ แต่คือความรักที่อุทิศให้ด้วยชีวิต

ส่วนตัวผมคิดว่า ฉากการเผชิญหน้ากับสภาวะทางศีลธรรมของใส่ยาสึโกะกับอิชิงามิในช่วงท้าย สามารถเรียกได้ว่าเป็นช่วงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของเรื่อง

ความเจ็บปวดจากการที่ไม่อาจไถ่บาปได้ คือสิ่งที่อิชิงามิไม่มีวันใช้คณิตศาสตร์มาคำนวณหรือคาดคะเนการตัดสินใจของยาสึโกะได้เลย]

อีกด้านหนึ่ง

เหลิ่งกวงผู้ซึ่งเคยประชันวรรณกรรมกับฉู่ขวง และต้องพบกับความปราชัยไปอย่างเอน็จอนาถ ก็ได้โพสต์แสดงความเห็นเช่นกัน

[ในนิยายมีการบรรยายพื้นที่อยู่อาศัยของกลุ่มคนเร่ร่อนอย่างละเอียดหลายครั้ง ตั้งแต่สภาพแวดล้อมไปจนถึงวิถีชีวิต บทบรรยายเหล่านี้ดูเหมือนเกินความจำเป็น แต่ที่จริงแล้วมีความสำคัญอย่างยิ่ง

คนเร่ร่อนเป็นกลุ่มที่ถูกสังคมทอดทิ้ง ไม่มีงาน ไม่มีที่อยู่อาศัย

แม้แต่ในชุมชนของพวกเขาเอง ก็แทบปราศจากความสามัคคีหรือการดูแลซึ่งกันและกัน

ดังนั้นเมื่อคนเร่ร่อนคนหนึ่งหายไป จึงไม่มีใครสังเกต หรือต่อให้สังเกต ก็ไม่มีใครสนใจ

ด้วยเหตุนี้เอง อิชิงามิจึงเลือกลงมือกับคนเร่ร่อน ซึ่งเขาเห็นว่าไร้ภาระผูกพัน

ต้องเข้าใจก่อนว่า คนเร่ร่อนผู้โชคร้ายคนนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องที่สำคัญใดๆ กับใครเลย

เหตุผลที่เขาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ และถูกอิชิงามิเลือก ก็เพียงเพราะไม่มีใครสนใจการหายตัวไปของเขา

ทั้งกระบวนการ มีเพียงคนเร่ร่อนเท่านั้นที่เป็นผู้บริสุทธิ์ และเป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นคือ

การตายของเขา ความเจ็บปวดของเขา ในสังคมที่พร่ำสรรเสริญเรื่องอารยธรรมและหลักนิติธรรมแห่งนี้ กลับไม่มีใครออกมาเรียกร้องความยุติธรรมให้สักคน]

และสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือ

หนึ่งในนักเขียนหญิงที่อยู่ในสิบอันดับแรกของการจัดอันดับนักเขียนบลูสตาร์ก็ได้อ่านนิยายเรื่องนี้เช่นกัน และเธอได้โพสต์ความเห็นบนแพลตฟอร์มส่วนตัวว่า

[ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนเร่ร่อนเท่านั้น

ในเรื่องการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X ยาสึโกะและลูกสาวก็เป็นกลุ่มคนชายขอบ

แม้ยาสึโกะจะหย่าขาดจากโทงามิแล้ว แต่โทงามิที่วันๆ เอาแต่ทำตัวสำมะเลเทเมา กลับยังคงตามรังควานสองแม่ลูกไม่เลิก และก่อนที่จะเกิดการกระทำที่เข้าข่ายเป็นอาชญากรรมขึ้นมา กฎหมายก็ไม่สามารถคุ้มครองสองแม่ลูกได้เลย

ความทุกข์ของยาสึโกะกับลูก ใครควรเป็นผู้ช่วยปลดเปลื้อง

ในจุดนี้ นิยายได้หยิบยกประเด็นของผู้หญิงที่อยู่ในสถานะเปราะบางในสังคมขึ้นมาอย่างเจ็บแสบ ไม่ว่าผู้เขียนจะตั้งใจหรือไม่ก็ตาม

นี่แหละคือแง่มุมที่นิยายฝากไว้ให้เราขบคิด

แม้ฉันจะไม่ได้เขียนนิยายแนวสืบสวน แต่ฉันชื่นชอบแนวนี้มาก และอยากแนะนำผลงานเรื่องนี้ของฉู่ขวงให้ทุกคนได้อ่านจริงๆ !]

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว

นักเขียนเรื่องสั้นเซินเจียรุ่ย ซึ่งเป็นแฟนคลับตัวยงของเจ้าแก่ฉู่ขวง ก็อย่างตรงไปตรงมาง่ายๆ ว่า

[ฉู่ขวงเทพตลอดกาล!

ตอนจบทำเอาผมขนลุกซู่ไปทั้งตัว

ต้องรักใครสักคนมากขนาดไหน ถึงจะสามารถละทิ้งตัวตนของตัวเองได้หมดสิ้น ละทิ้งทั้งชีวิต ชื่อเสียง คณิตศาสตร์ที่ตัวเองรัก และความงดงามที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิต?

นี่เป็นเพียงการอุทิศตนจริงๆ หรือ?

ในตอนที่คุณคิดว่าเขาได้ทำทุกอย่างอย่างถึงที่สุดแล้ว คุณกลับคาดไม่ถึงเลยว่า สิ่งที่เขามอบให้นั้นมีมากกว่าสิ่งที่คุณมองเห็นเสียอีก จนยากเหลือเกินที่จะกลั้นอารมณ์ไม่ให้เอ่อท้นออกมา!

นี่แหละคือฉู่ขวง!

ส่องสกาวทอดแสงมา ส่องเส้นทางมืดมิดในชีวิตฉัน

สำหรับฉัน เธอคือดวงตะวัน

เจิดจ้าจนสรรพสิ่งล้วนพร่าเบลอ

ฉันดีกับเธอ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับเธอ?

เธอคือเทพีที่ฉันคอยเชิดชู

ฉันมอบศรัทธาทั้งหมดให้ สร้างแท่นบูชาไว้ในใจ

ฉันรักเธอ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ

ขอเพียงเธออนุญาตให้ฉันไม่หวังสิ่งใดตอบแทน แค่ได้เฝ้าคิดถึงเธอ ท่ามกลางควันธูปจาง

แม้ว่าฉันจะต้องทนทุกข์ นั่นก็ไม่ใช่ความผิดของเธอ

แม้สุดท้ายฉันต้องตายเพราะรักนี้ ก็ไม่ใช่ความรับผิดชอบของ]

ฉันรักเธอ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ

ในโลกเดิม คำประโยคนี้ถูกบรรดาวรรณกรรมเศร้าทั้งหลายใช้กันจนพร่ำเพรื่อ

ไม่รู้ว่ามีคนเอาไปตั้งเป็นสถานะใน QQ มานักต่อนัก ก็แน่นอนละ เพราะว่านี่เป็นประโยคดังของเกอเธ่

แต่ต่อมามีคนศึกษาและพบว่า

ต้นตอที่แท้จริงของประโยคนี้ น่าจะมาจากนักเขียนหญิงชาวเยอรมันคนหนึ่งต่างหาก ส่วนเกอเธ่นั้นแค่ยกมาใช้ตอนจีบสาวเท่านั้นเอง

แต่ไม่ว่าจะมีที่มาอย่างไร

ประโยคนี้โด่งดังขึ้นมาได้ ก็เพราะมันสามารถกระตุ้นความรู้สึกร่วมของผู้คนจำนวนมาก

เพียงแต่ว่า คนส่วนใหญ่ก็แค่กำลังหลอกตัวเองเท่านั้นเอง

ปัจจุบัน

บทกวีนี้ถูกเผยแพร่ในบลูสตาร์

แม้อี้อันจะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าบทกวีร่วมสมัยนี้เกี่ยวข้องกับ เรื่องการอุทิศตนของผู้ต้องสงสัย X หรือไม่

แต่ทันทีที่ชาวเน็ตเห็นเข้า ก็เชื่อมโยงไปถึงนิยายของฉู่ขวงได้ในทันใด

ฉันรักเธอ แต่นั่นไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ

ประโยคนี้ ไม่ใช่ภาพสะท้อนความรู้สึกของอิชิงามิอย่างแท้จริงหรอกหรือ?

………………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน