อวี้เฟิ่งเห็นว่าตัวเองไปไม่ได้ก็รีบวิงวอน “น้องสาวผู้แสนดี ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของข้าทั้งหมด”
“เจ้าเองก็หักข้อมือของข้าไปแล้ว จนถึงบัดนี้ก็ยังเจ็บปวดแสนสาหัส”
“ได้โปรดใจกว้างด้วยเถิด อย่าได้ถือสาหาความข้าอีกเลย”
เจี่ยนอันอันไม่สนใจคำวิงวอนของอวี้เฟิ่ง นางหมุนตัวไปมองซ่างตงเยว่
“พ่อเจ้าติดเงินบ้านนางจริงหรือ?”
ซ่างตงเยว่เดินตามเข้ามามองอวี้เฟิ่งด้วยความหวาดกลัวอยู่ในที
นางพูดเสียงแผ่วเบาว่า “เป็นความจริงที่ท่านพ่อติดเงินบ้านนาง แต่ท่านพ่อบอกแล้วว่าจะคืนให้ในอีกไม่กี่วันเจ้าค่ะ”
อวี้เฟิงถลึงตาใส่ซ่างตงชิวแล้วบ่นพึมพำเสียงเบา “คำพูดของพ่อเจ้าไม่ต่างกับผายลม”
“เขาพูดแบบนี้มาตั้งกี่วันแล้ว ไม่เห็นจะคืนให้สักที”
เจี่ยนอันอันได้ยินดังนี้ก็คว้าข้อมืออวี้เฟิ่งและบีบแรงขึ้นอีก
ความเจ็บปวดส่งผ่านเข้ามาทางแขนของอวี้เฟิ่ง นางร้อง “โอ๊ย” แล้วงอตัวด้วยความเจ็บปวด
“น้องสาวโปรดไว้ชีวิต!”
เจี่ยนอันอันแค่นเสียงเย็น นางออกแรงมากขึ้นเล็กน้อย
“ผู้ใดเป็นน้องหญิงของเจ้า น่าไม่อายจริงๆ กล้านับญาติไปทั่ว!”
อวี้เฟิ่งสะอึกกับคำพูดของเจี่ยนอันอัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แขนทำให้นางเจ็บจนตัวสั่น
เหงื่อเย็นเม็ดเล็กๆ เริ่มผุดขึ้นตามหน้าผาก
เจี่ยนอันอันถามซ่างตงเยว่ “พ่อเจ้าติดเงินนางอยู่เท่าไร?”
ซ่างตงเยว่ชูสองนิ้วพลางพูดอย่างหวาดกลัวเล็กน้อย “ท่านพ่อติดเงินอยู่สองตำลึกเจ้าค่ะ”
เจี่ยนอันอันหัวเราะด้วยความโมโห หนี้แค่สองตำลึงแต่กลับจะให้ชดใช้ด้วยบ้าน
อวี้เฟิ่งผู้นี้กล้าพูดออกมาได้อย่างไร!
เจี่ยนอันอันไม่ได้ปล่อยอวี้เฟิ่ง ปล่อยให้อีกฝ่ายบิดตัวด้วยความเจ็บปวดอยู่แบบนั้น
เจี่ยนอันอันถามซ่างตงเยว่ต่อ “เหตุใดพ่อเจ้าจึงไปยืมเงินจากบ้านนาง?”
ซ่างตงเยว่ก้มหน้า สีหน้ามีความเศร้าหมอง
นางหันไปมองอวี้เฟิ่งและออกแรงบีบอีกครั้ง
“พูดมา เหตุใดที่ดินของครอบครัวเจ้าจึงมีผลผลิตดีกว่าครอบครัวอื่น?”
อวี้เฟิ่งไม่กล้าโกหก ได้แต่ตอบตามความจริง “สามีข้าเป็นเจ้าหน้าที่ทางการอยู่ในอำเภอ เขาสามารถหาน้ำมาได้”
“ครอบครัวข้าต่างก็อาศัยน้ำที่เขาหามาในการปลูกพืชผลทางการเกษตร”
อวี้เฟิ่งพูดถึงตรงนี้แล้วกลัวว่าเจี่ยนอันอันจะไม่เชื่อ
นางรีบพูดต่ออีกว่า “ทุกอย่างที่ข้าพูดเป็นความจริง ช่วยปล่อยข้าได้หรือไม่?”
เจี่ยนอันอันเข้าใจแล้ว มิน่าเล่า หัวหน้าหมู่บ้านถึงได้ต้องร้องขอความเมตตาให้อวี้เฟิ่ง
ที่แท้ทุกคนก็ต้องอาศัยเสบียงจากบ้านแม่สามีอวี้เฟิ่งในการดำรงชีพ
เจี่ยนอันอันปล่อยอวี้เฟิ่งแล้วนำเศษเงินจำนวนสองตำลึงจากห้วงมิติออกมาโยนไปที่ข้างเท้าอีกฝ่าย
“เงินพวกนี้ถือว่าข้าคืนให้แทนซ่างชิว หากยังกล้ามารังควานครอบครัวเขาอีก เช่นนั้นก็อย่าโทษถ้าข้าหักแขนเจ้า”
อวี้เฟิ่งรีบเก็บเศษเงินบนพื้นแล้ววิ่งหนีไปด้วยความลนลาน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ
ทำไมปลดล็อคไม่ได้ เป็นแบบนี้มานานแล้วเมื่อไหร่จะแก้ไข...
ใช้เหรียญ◌ำม่ได้...
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ...