เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงค่ำอย่างรวดเร็ว
พวกซ่างชิวทำงานกันใกล้เสร็จแล้ว ต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านไปกินข้าวและพักผ่อน
หลังจากที่ครอบครัวของฉู่จวินสิงกินมื้อเย็นกันเสร็จก็ออกมานั่งรับลมเย็นๆ ที่ลานบ้าน
ฮูหยินใหญ่เห็นเจี่ยนอันอันเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันก็พูดด้วยความสงสาร “อันอัน พรุ่งนี้อย่าทำงานหนักขนาดนี้อีกเลย”
“ครอบครัวเรามีบ่าวรับใช้ เรื่องบางเรื่องมอบให้พวกเขาจัดการก็พอ”
ฮูหยินรองที่เงียบมาโดยตลอดเอ่ยปากพูดเช่นกัน “พี่หญิงพูดถูก อันอัน พรุ่งนี้อย่าทำแบบนี้อีก”
“เจ้ายังไม่ตบแต่งกับจวินสิงแต่กลับทำงานหนักขนาดนี้ มันทำให้พวกข้าเกรงใจ”
เจี่ยนอันอันส่งยิ้มให้ทั้งสองคน “รอให้สร้างโรงเก็บของเสร็จแล้วข้าค่อยพักเจ้าค่ะ”
ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองต่างก็มองเจี่ยนอันอันด้วยสีหน้าปลื้มใจ
พวกนางรู้สึกว่าเจี่ยนอันอันไม่มีความบอบบางไม่สู้งานของคุณหนูใหญ่แม้แต่น้อย
ไม่เพียงเท่านั้น เจี่ยนอันอันยังคอยดูแลทุกอย่างมาตลอดหลายวัน
หากให้นางเป็นผู้ดูแลครอบครัว เช่นนั้นต้องดูแลบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อยได้แน่นอน
ทั้งสองคนต่างก็หวังว่าฉู่จวินสิงจะได้แต่งเจี่ยนอันอันเข้าเรือนในเร็ววัน
หลังจากที่เจี่ยนอันอันนั่งได้สักพักก็ไปต้มยาให้ฉู่จื่อซีกับฟางอิ๋ง
นางซื้อหม้อโอสถอีกใบเพิ่มจากร้านค้าในมิติ
เลือกสมุนไพรสองสามชนิดจากคลังวัสดุยาออกมาแล้วเริ่มต้มยา
ฟางอิ๋งเห็นดังนี้ก็รีบเดินเข้ามา
“จะให้น้องสะใภ้ต้มยาเพียงคนเดียวได้อย่างไร ให้ข้าช่วยอีกแรงเถอะ”
เจี่ยนอันอันไม่ได้ปฏิเสธ นางส่งพัดด้ามหนึ่งให้ฟางอิ๋ง
ทั้งสองคนคอยควบคุมกำลังไฟ คุยกันไปด้วย ต้มยาไปด้วย
เดิมทีเจี่ยนอันอันหมายจะต้มยาให้ฉู่จวินสิงเช่นกัน แต่เมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงบ่ายก็โมโหมาก
นางจงใจไม่ต้มยาให้ฉู่จวินสิง จะไม่สนใจเขาสักหนึ่งวันค่อยว่ากันใหม่
ไม่นาน ยาของฉู่จื่อซีก็ต้มเสร็จ เจี่ยนอันอันเทยาในหม้อลงในถ้วยใบใหญ่
เหยียนเซ่าได้ยินความในใจของเซิ่งฟางก็ตบไหล่ปลอบใจเขาว่า “พี่เซิ่งอย่าพูดแบบนี้”
“แม้ว่าตอนนั้นเมืองอินเป่ยจะไม่ได้เจริญรุ่งเรืองมากมาย แต่อย่างไรก็ถูกท่านดูแลปกครองได้ไม่เลว”
“หากไม่ใช่เพราะเกิดเหตุสังหารหมู่ เมืองอินเป่ยคงไม่ตกต่ำแบบทุกวันนี้”
เซิ่งฟางยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับความโกรธในใจ
“เมืองอินเป่ยมีคลังสมบัติที่ใดกัน ยามนั้นอ๋องเจ็ดหรือก็คือฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของแคว้นไท่ยวน”
“เพื่อที่จะตามหาคลังสมบัติแล้ว เขาบุกมาเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ที่เมืองอินเป่ยตามอำเภอใจ”
“ส่วนข้าที่เป็นเจ้าเมืองก็ตกเป็นนักโทษ”
เซิ่งฟางพูดแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกรอบ
“ครั้งนี้ข้าคิดว่ากลับมาเมืองอินเป่ยแล้วจะหาวิธีปกครองเมืองอินเป่ยต่อไปได้”
“นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะกลายเป็นหัวขโมยที่ทรยศต่อเมืองในสายตาชาวบ้านไปแล้ว”
“เห็นทีว่าข้าจะเป็นเจ้าเมืองไม่ได้อีกต่อไป ไม่รู้ว่าวันหน้าเหวินอิงรู้เข้าจะดูแคลนข้าหรือไม่”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฝ่ามิติพลิกชะตาอ๋องผู้ถูกเนรเทศ
ทำไมปลดล็อคไม่ได้ เป็นแบบนี้มานานแล้วเมื่อไหร่จะแก้ไข...
ใช้เหรียญ◌ำม่ได้...
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ...