หลังจากพิธานพูดคุยกับพ่อตาจบ คนตัวใหญ่ก็ขยับออกห่าง เขาปล่อยให้ดอกแก้วได้พูดคุยและทำความสะอาดเจดีย์เก็บเถ้ากระดูกของพ่อเงียบๆ
สุดท้าย... คนเราต่อให้เกิดมาแบบไหน เติบโตมาอย่างไร ยากดีมีจน หรือรวยล้นฟ้ามาจากไหน จุดสิ้นสุดของทุกๆ คนก็มีแค่นี้
ไม่มีอะไรที่คงอยู่ได้ตลอดไป และไม่มีใครรู้ว่าช่วงชีวิตของคนเรามันจะสั้นหรือยาวแค่ไหน เพราะฉะนั้นช่วงเวลาที่ยังได้ตื่นขึ้นมาเจอหน้ากัน ก็ควรทำดีต่อกันให้มากเท่าที่จะทำได้
ดวงตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังเล็กของดอกแก้ว ทุกวันนี้พิธานยังไม่รู้ว่าตัวเองรักดอกแก้วเพราะอะไร และรักตอนไหน รู้ตัวอีกทีเขาก็รักจนรู้สึกว่าทั้งชีวิตคงขาดผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว
มือใหญ่ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง บางสิ่งบางอย่างนอนนิ่งสงบอยู่ในนั้น
“ดอกแก้วยังคิดถึงพ่ออยู่เลย” เสียงหวานใสของคนรักดึงความคิดพิธานให้กลับมา เขามองแผ่นหลังบอบบางที่ยืดตรง เส้นผมยาวสลวยปลิวไปตามสายลมที่พัดเอื่อยๆ “แต่ดอกแก้วไม่ร้องไห้แล้วนะ”
“.....”
“ดอกแก้วเก่งใช่ไหมจ๊ะ?”
“.....”
“ดอกแก้วขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยมพ่อตั้งหลายปี แต่หลังจากนี้ดอกแก้วจะมาบ่อยๆ ดอกแก้วสัญญา”
พิธานทรุดตัวลงนั่งข้างๆ กับคนรัก เขาแตะเอวบางแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยกับคนที่นอนหลับสนิทไม่มีวันตื่นขึ้นมาอีกด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ผมจะพาดอกแก้วมาเยี่ยมคุณพ่อบ่อยๆ ครับ”
ดอกแก้วผินหน้ามองเสี้ยวหน้าหล่อเหลา คำพูดของพิธานทำให้เธอยิ้มออกมาได้ นอกจากพ่อแล้ว ผู้ชายอีกคนที่เธอจะรักก็คงมีแค่คนนี้...
“แม่คงไม่มาแล้วค่ะ” ดอกแก้วเอ่ยขึ้นเมื่อแดดเริ่มส่องไล่ แม้จะอยากนั่งอยู่กับพ่ออีกซักนิด แต่เธอกลัวว่าคนที่ไม่ค่อยชื่นชอบอากาศร้อนอย่างพิธานจะร้อนเกินไป “เราไปรอที่รถกันดีกว่า”
พูดจบ ดอกแก้วก็ลุกขึ้นยืนก่อน เธอปัดเศษใบไม้ที่ติดตามตัวออก ก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อคนตัวโตยังคงนั่นคุกเข่าอยู่ที่เดิม
“คุณธานคะ” เสียงเรียกของดอกแก้วทำให้พิธานเลิกแข็งค้างเป็นหิน ทว่าเขายังคงไม่ยอมลุกขึ้นยืน แค่เปลี่ยนจากคุกเข่าหันหน้าไปทางเจดีย์ของพ่อ เป็นหันหน้ามาทางเธอแทน “คะ?”
ดอกแก้วงุนงง และยิ่งงงมากกว่าเดิมเมื่อมือซ้ายถูกจับไว้หลวมๆ
“ดอกแก้ว”
“...?” เธอเงียบฟัง ทั้งๆ ที่หัวใจเต้นโครมครามอย่างรุนแรง สัญชาติญาณบางอย่างกำลังบอกเธอว่าพิธานกำลังจะทำอะไร
แม้ไม่ได้คาดหวัง แต่ดอกแก้วก็ยอมรับว่าเธอตื่นเต้นเหลือเกิน
“ฉันอยากพูดในบรรยากาศที่ดีกว่านี้ อยากเอ่ยขอหลังจากดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่แสนโรแมนติกเหมือนในละคร”
“.....”
“แต่ถ้าที่ตรงนั้นไม่มีคนสำคัญของคนที่ฉันรักอยู่ มันก็ไม่มีค่าอะไร” พูดจบ พิธานก็หันกลับไปมองรูปขาวดำของคนที่นอนหลับไปหลายปีอีกครั้ง เขาส่งยิ้มให้พ่อตาที่เหมือนว่าท่านเองก็อยู่ตรงนี้ และสายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านจนความร้อนจากพระอาทิตย์ลดลงทำให้พิธานมั่นใจ “ฉันอยากให้คนสำคัญของพวกเรารับรู้ และเป็นพยาน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เด็กเสี่ย NC-25