เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 623

บ้านใหม่ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม มีให้อ่านแล้วบน Narraverseอ่านต่อได้ที่เว็บไซต์ใหม่ของเรา: หน้าอ่านสะอาดตา โหลดเร็วขึ้น และมีตอนล่าสุดครบอ่านบน Narraverse

ซูจิ่งมิได้จงใจสร้างความลำบากแต่อย่างใด อีกทั้งบทกวีนี้ก็ยอดเยี่ยมยิ่งนัก อาจกล่าวได้ว่าบทกวีของอ๋องสวินนั้นดีเยี่ยมเสมอมา มักทำให้ผู้คนตกตะลึงได้ทุกครา

ทว่าเขากลับถ่อมตนทุกครั้ง โดยกล่าวว่าเป็นผลงานของผู้อื่น มิได้เกี่ยวข้องอันใดกับตน เขาเป็นเพียงผู้นำมาถ่ายทอดเท่านั้น

ลำดับถัดมา เป็นทีของซูอวิ๋นในการตั้งคำถามบ้าง

คำถามแรก เขาและซูหว่านพบกันครั้งแรกเมื่อใด

ซูอวิ๋นมองดูเขา พลางคิดในใจว่าคำถามนี้มีหลุมพรางอยู่ เขาอาจเข้าใจว่าทั้งสองพบกันครั้งแรกที่ศาลเจ้าที่ ทว่าหาเป็นเช่นนั้นไม่ ซูหว่านเคยบอกว่าพวกเขาเคยพบกันก่อนหน้านั้นเสียอีก

นางจำวันนั้นได้อย่างแม่นยำ เพราะเป็นวันแรกที่นางออกไปเร่ขายสบู่นมแพะ นางจึงจดจำวันนี้ได้ขึ้นใจ

เจียงอวี้ได้ฟังก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบออกมา

ซูอวิ๋นได้ยินคำตอบนั้นก็รู้สึกตกตะลึงเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าเขาจะตอบถูก

วันนั้นสำหรับเจียงอวี้แล้วก็นับเป็นความทรงจำที่ลึกซึ้งเช่นกัน เป็นวันแรกที่เขาเดินทางมาถึงอำเภอชิงเหอ และได้พบกับซูหว่านที่เดินมาชนเขาโดยบังเอิญในโรงเตี๊ยม

แม้ในยามนั้นจะมิได้ใส่ใจ ทว่าเมื่อเอ่ยถึงในภายหลัง เขากลับจำได้ ทั้งยังจำได้แม่นยำนัก

“ได้ คำถามนี้ผ่าน คำถามต่อไป หว่านหว่านชอบดอกไม้อะไรที่สุด?”

“หว่านหว่านชอบกินอาหารชนิดใดบ้าง?”

“หว่านหว่านชอบกินผลไม้อะไรบ้าง?”

“หว่านหว่านชอบสีอะไรบ้าง?”

คำถามมากมายถูกถามติดต่อกัน เจียงอวี้ล้วนตอบได้หมดทุกข้อ และถูกต้องครบถ้วน

ซูหว่านที่แอบฟังอยู่ในห้อง อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก พลางคิดในใจว่า นับว่าเจ้าหนุ่มนี่ยังมีความใส่ใจอยู่บ้าง

เสิ่นชิงหลีอดเย้าแหย่มิได้

“หว่านหว่านช่างโชคดีเสียจริง สามีเจ้าจำความชอบของเจ้าได้หมดทุกอย่างเลย”

“นั่นสิ นึกไม่ถึงเลยว่าเจียงซื่อจื่อจะเป็นคนละเอียดอ่อนปานนี้ น่าอิจฉาจังเลย” เจียเฉิงเท้าคางพลางยิ้มอย่างเอ็นดู

ตัดภาพกลับมาด้านนอก ยังเหลือคำถามสุดท้าย ซึ่งเป็นคำถามที่ซูหว่านฝากให้ซูอวิ๋นเพิ่มเข้าไป

“หลักสามเชื่อฟังสี่จรรยาคือสิ่งใด?”

คำถามนี้ เจียงอวี้จำต้องตอบให้ได้ หากตอบไม่ได้เขาก็จบเห่แน่

ผู้คนได้ฟังต่างพากันงุนงง หลักสามเชื่อฟังสี่จรรยางั้นหรือ?

นี่มิใช่หลักปฏิบัติที่กำหนดไว้สำหรับสตรีหรอกหรือ? เหตุใดจึงนำมาใช้กับบุรุษเล่า?

เจียงซื่อจื่อก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามหลักสามเชื่อฟังสี่จรรยานี้ด้วยหรือ?

เมื่อได้ยินคำถามนี้ เจียงอวี้ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน

“ที่เรียกว่าสามเชื่อฟังสี่จรรยานั้นคือ ยามน้องหญิงมีคำสั่งต้องเชื่อฟัง ยามน้องหญิงโกรธเคืองต้องโอนอ่อน ยามน้องหญิงออกนอกบ้านต้องติดตาม นี่คือสามเชื่อฟัง”

ทั้งสองต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ทุกกระบวนท่าไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรุกหรือฝ่ายรับ ล้วนมีความคล้ายคลึงกันอย่างน่าอัศจรรย์

ด้วยทั้งสองเป็นศิษย์สำนักเดียวกัน ร่ำเรียนวรยุทธ์แขนงเดียวกันมา

การประลองเป็นเพียงแค่รู้แพ้รู้ชนะ มิได้ทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ เจียงอวี้ตระหนักอยู่ตลอดเวลาว่าวันนี้ตนเป็นเจ้าบ่าว ทรงผมห้ามยุ่งเหยิง ท่วงท่าต้องสง่างามอยู่เสมอ

ผ่านไปนับร้อยกระบวนท่า ก็ยังมิอาจรู้ผลแพ้ชนะ

จนกระทั่งบ่าวไพร่ด้านล่างเอ่ยเตือนว่าได้ฤกษ์มงคลแล้ว จึงสมควรแก่เวลาที่จะหยุดมือ

ซูเฉินจึงหยุดลง พลางจัดเสื้อผ้าที่ยับย่นให้เรียบร้อย

“ถึงฤกษ์มงคลแล้ว เจ้าผ่านบททดสอบทั้งหมดแล้ว ไปรับหว่านหว่านเถิด!”

เจียงอวี้ให้อาหนานช่วยจัดแต่งความเรียบร้อย เขาอยากพบซูหว่านในสภาพที่ดูดีที่สุด

การต่อสู้เมื่อครู่ นอกจากเสื้อผ้าที่ยับเล็กน้อย ส่วนอื่นก็มิได้มีปัญหาอันใด

ภายในห้อง ซูหว่านก็เตรียมตัวเรียบร้อยแล้วเช่นกัน นางกำลังรอให้พี่ใหญ่มาแบกขึ้นหลังเพื่อไปกราบลาท่านพ่อท่านแม่ที่โถงหน้า

“หว่านหว่าน ข้ามารับเจ้าแล้ว”

เจียงอวี้เดินเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่ซูหว่านหันกายกลับมาพอดี เขาจึงได้เห็นนางในยามที่งดงามที่สุด

ชั่วขณะนั้น ราวกับเวลาหยุดหมุน ในสายตาของเขามีเพียงเงาร่างของนางเท่านั้น

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม