เข้าสู่ระบบผ่าน

ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม นิยาย บท 676

ในช่วงอยู่เดือน วันหยุดของเจียงอวี้ก็สิ้นสุดลง เขากลับไปรับผิดชอบงานที่กรมตุลาการอีกครั้ง

ซูหว่านอยู่เดือนได้ไม่กี่วัน ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ในที่สุดจึงให้คนเตรียมน้ำอุ่นให้อาบ ขอแค่อุณหภูมิในห้องอบอุ่นเพียงพอ และรีบเช็ดผมให้แห้งทันทีหลังอาบเสร็จ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ไหนๆ ก็ไม่ใช่ช่วงเหมันต์เดือนสิบสอง จะกลัวอะไร?

ยุคสมัยใหม่เน้นการอยู่เดือนแบบวิทยาศาสตร์ โดยยึดความสบายของตัวเองเป็นหลัก แต่ในสมัยโบราณ ธรรมเนียมปฏิบัติที่ไม่ดีบางอย่างก็ไม่ควรสืบทอดต่อไปจะดีกว่า

เวลาดำเนินไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว จนเข้าสู่เดือนสิบ การแต่งงานครั้งใหญ่ของซูอี้และลั่วซีจู๋ก็ใกล้เข้ามาแล้ว

เพราะตนเองยังอยู่เดือน จึงทำได้แค่ฟังเสียงฆ้องเสียงกลองดังอึกทึกครึกโครมจากข้างนอก แต่ไม่สามารถออกไปร่วมสนุกได้

เสียงประทัดดังขึ้นข้างนอก น่าจะเป็นการรับเจ้าสาวกลับมาแล้ว วันนี้ทุกคนต่างวุ่นอยู่กับงานแต่งงานของพี่ห้าและพี่สะใภ้ห้า

ซูหว่านอยู่คนเดียวในห้องเล่นกับหนูน้อยเฉิงอี้ มองดูท้องฟ้าข้างนอก นี่เป็นหนึ่งในไม่กี่วันที่มีแสงแดดในเดือนสิบ อยากจะออกไปอาบแดดจริงๆ

เมืองหลวงนั้นหนาวเร็วอยู่แล้ว พอถึงปลายเดือนสิบก็เริ่มเปลี่ยนฤดู

ส่วนทางจวนตระกูลซู ซูอี้กับลั่วซีจู๋เพิ่งทำพิธีคำนับฟ้าดินเสร็จ

เนื่องจากฉีอันจวีซื่อมีสหายมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นปัญญาชนและบัณฑิตผู้ดี วันนี้จึงมาที่จวนตระกูลซูเพื่อร่วมดื่มฉลองงานมงคล

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ชื่อเสียงของซูอี้ได้โด่งดังขึ้นอย่างรวดเร็วในเมืองหลวง จนกระทั่งแทบจะไม่มีใครในวงการวรรณกรรมที่ไม่รู้จักเขาเลย

บางคนก็อาศัยโอกาสนี้ที่จะได้พบกับจิตรกรหนุ่มผู้มีพรสวรรค์สูงและมีความสามารถผู้นี้ ดังนั้นทุกคนจึง พากันมารุมล้อมเขา โดยเฉพาะคนที่กำลังศึกษาด้านการวาดภาพ ก็ยิ่งพยายามหาทางพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้กับเขาอย่างไม่หยุดหย่อน

เจ้าบ่าวแน่นอนว่าหลีกเลี่ยงการดื่มสุราไม่ได้ และปกติแล้วซูอี้ก็ดื่มไม่เก่งนัก ไม่นานก็เริ่มรู้สึกมึนงง

ซูอวิ๋นเห็นดังนั้น จึงให้คนพาเขาไปพักผ่อน และสั่งให้คนทำน้ำแกงสร่างเมาสองชามให้เขาดื่ม

คืนเข้าหอ เขารู้ดีว่าสำคัญเพียงใด จะปล่อยให้น้องชายของเขาเสียเรื่องเพราะความเมาไม่ได้

นี่ก็นับเป็นความเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยสิ่งใด ที่หาได้ยากของสองพี่น้องคู่นี้

จวนตระกูลซูคึกคักตั้งแต่เช้าจรดค่ำ จนกระทั่งแขกเหรื่อทุกคนกลับไปหมดแล้ว เจียงอวี้ถึงได้กลับมาที่จวนกั๋วกง

เพราะเขาช่วยซูอี้ดื่มเหล้าไปไม่น้อย จึงดื่มค่อนข้างเยอะ กลับมาถึงก็กอดซูหว่านไว้ไม่ยอมปล่อย ซูหว่านบอกให้เขาไปอาบน้ำ เขาก็อิดออดเหมือนเด็ก

ซูหว่านรู้สึกจนใจ แท้จริงแล้วในใจนางก็หวังมาตลอดว่า หากชีวิตที่สงบสุขเช่นนี้สามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ ก็คงจะดี

แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า ความสงบแบบนี้คงอยู่ได้อีกไม่นาน

ต่อมา เมื่อนางมาถึงเมืองหลวง และเลือกที่จะตามติดเขาอย่างเปิดเผย เขาถึงได้เข้าใจความรู้สึกของนาง และได้ทำตามใจตัวเอง

เขากุมมือของนางไว้ ดึงนางเข้าสู่อ้อมแขน กอดอยู่อย่างเงียบๆ และจูบหน้าผากของนางเป็นระยะๆ

"พี่อี้ วันนี้ข้ามีความสุขมากจริงๆ ในที่สุดก็ได้แต่งงานกับท่านแล้ว"

เสียงของสาวน้อยนุ่มนวลอ่อนหวาน ราวกับมีขนนกกำลังค่อยๆ เกาที่หัวใจของเขา

เทียนมังกรหงส์ภายในห้อง ถูกจุดสว่างตลอดทั้งคืน แสงเทียนส่องกระทบให้เห็น เงาคนสองร่างที่พันเกี่ยวกันอยู่ด้านหลังผ้าม่านลายหงส์คู่สีแดงสด ค่ำคืนนั้นจึงเต็มไปด้วย ความงดงามเย้ายวน...

...

หลังจากงานแต่งงานของซูอี้สิ้นสุดลง ซูเฉินก็รีบนำสินสอดทองหมั้นไปสู่ขอที่จวนเซียงอ๋องทันที

สินสอดที่เขาจะมอบให้จวิ้นจู่ย่อมไม่สามารถขี้เหร่จนเกินไปได้ แต่หารู้ไม่ว่าสินเดิมที่ทางจวนอ๋องเตรียมไว้ให้จวิ้นจู่นั้น ต่างหากที่เรียกว่าความมั่งคั่งมหาศาล

ของทั้งหมดนี้มาจากบิดาผู้รักบุตรสาวดุจดวงใจ ซึ่ง เห็นบุตรสาวสำคัญกว่าสิ่งใดๆ ทรัพย์สมบัติที่จวนอ๋องสะสมมาเกือบตลอดชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย

แต่เจียเฉิงเป็นจวิ้นจู่ ตามหลักแล้วหลังจากแต่งงาน ทั้งสองจะต้องแยกออกไปตั้งจวนเอง แต่เจียเฉิงแสดงความประสงค์ว่า นางชอบความคึกคัก และยินดีที่จะอยู่ร่วมกับครอบครัวใหญ่ตระกูลซู ไม่ต้องการแยกออกไปตั้งจวนส่วนตัว

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตพลิกผัน ข้ากลายเป็นคุณหนูตัวปลอม