หร่วนฝูอวี้ดูลุกลี้ลุกลน ความหงุดหงิดวาววับอยู่ในแววตา
กู่เสน่ห์ที่นางเตรียมไว้อย่างดีสำหรับซูฮ่วน เพียงฝังมันไว้ในกายของซูฮ่วน ก็จักทำให้อยู่โดยขาดนางมิได้
นางต้องใช้ความพยายามอย่างหนัก ทว่ายามสำคัญกู่เสน่ห์กลับหายไป!
โอกาสเช่นคืนนี้หาได้ยากยิ่ง ครั้นแผนการล้มเหลว หร่วนฝูอวี้ต้องคิดวางแผนใหม่อีก
เช่นนั้นก็ร่วมดื่มจนเมามายไปกับซูฮ่วนดีกว่า!
คิดแล้วก็ลงมือทำเลย
หร่วนฝูอวี้เริ่มเชิญชวนให้ดื่ม
นางเสนอ “ดื่มแบบนี้ มันน่าเบื่อจริง ๆ พวกเรามาเล่นพนันดื่มรอบวงกัน ว่าอย่างไร?”
“ดี!” ฝานจิ้นเห็นด้วยอย่างยิ่ง
จากนั้น คนทั้งหลายเริ่มพนันดื่มรอบวงกัน
หร่วนฝูอวี้ต้องการกรอกสุราให้เฟิ่งจิ่วเหยียน กลับต้องเป็นตัวเองที่ถูกกรอกติดต่อกันหลายจอก
นางพุ่งความสนใจไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนทั้งหมด หาได้สังเกตเห็นว่า รุ่ยอ๋องที่อยู่อีกด้านหนึ่งเริ่มตัวแดง ดูร้อนรนกระสับกระส่าย พลางโน้มตัวเข้าหานางมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
……
นอกห้องส่วนตัว
เซียวอวี้เห็นคนในห้องไม่มีทีท่าจะหยุดดื่ม จึงกังวลว่าเฟิ่งจิ่วเหยียนจะเมาเพราะพวกเขา
เขาทนไม่ไหวจริง ๆ แต่ก็กลัวไปรบกวนอารมณ์สุนทรีของจิ่วเหยียน
ทว่า เฟิ่งจิ่วเหยียนมีวิทยายุทธล้ำเลิศ ย่อมสัมผัสได้ว่ามีคนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่
นางแสร้งทำเหมือนไม่รู้ ถือขวดสุราใบเล็ก พลางเดินมาที่ริมหน้าต่าง ก่อนจะนั่งลงบนขอบหน้าต่าง โดยชันเข่าข้างหนึ่งไว้ด้านบนอย่างสบาย ๆ ห้อยขาอีกข้างลงมาอย่างเป็นธรรมชาติ ปล่อยให้แสงจันทร์สาดส่องมาที่นาง กรอบหน้าต่างโอบล้อมทั้งกายนางไว้
ปอยผมที่ปรกขมับของนางปลิวล้อลิ่วไปตามสายลม
มือหนึ่งถือขวดสุรา พลางเงยหน้าขึ้นเทสุราใส่ปากอีกหลายอึก ดูเหมือนนั่งรับลมเพื่อให้สร่างเมาเท่านั้น
ทว่า มืออีกข้างวางไว้ด้านใน ซุกซ่อนอาวุธลับไว้ด้วย...
ฟิ้ว——
ชั่วเวลาพริบตานางพลันหรี่ตาลง ลอบซัดอาวุธลับออกจากมือ
ฟึบ!
ในจุดที่อาวุธลับบินผ่านไป ปรากฏเงาสีดำกระโดดลงมา
เฟิ่งจิ่วเหยียนโยนขวดสุราทิ้งทันที เหินออกไป และไล่ตามติด ๆ
การเคลื่อนไหวนี้ทำให้ผู้อื่นในห้องส่วนตัวพลอยตื่นตัวไปด้วย
หลังจากนั้น ทุกคนเคลื่อนไหวอย่างเต็มกำลัง
“เกิดอะไรขึ้น!”
“ซูฮ่วน ผู้ใดอยู่ข้างนอกนั่น!”
พวกเขาต่างก็ไล่ตามออกไป
วิชาตัวเบาของเซียวอวี้ไม่ดีเท่าเฟิ่งจิ่วเหยียน ไม่นานจึงถูกตามทัน
เมื่อหมดหนทาง เขาจำต้องเปิดเผยตัวตนอย่างจำใจ
ค่อย ๆ หันกลับมา แล้วถอดหน้ากากออก
“จิ่วเหยียน...”
“ฝ่าบาท?” เฟิ่งจิ่วเหยียนขมวดคิ้ว ด้วยความอึ้งงัน
เหตุใดเขาถึงอยู่ที่นี่? และสวมอาภรณ์เช่นนี้ด้วย?
คนอื่น ๆ ที่ติดตามเฟิ่งจิ่วเหยียนมา ครั้นเห็นเซียวอวี้แต่งกายเช่นนี้ ก็ตกตะลึงเช่นกัน
ฝานจิ้นเบิกตาโต
เป็นฝ่าบาทจริงหรือ?
ไฉนจึงดูคล้ายโจรเด็ดบุปผามากกว่า
เซียวอวี้กระแอมไอเบา ๆ ยืนเอามือไพล่หลัง เอ่ยอย่างเคร่งขรึม
“วันนี้เป็นวันไหว้พระจันทร์ เราเกรงว่าจะมีคนฉวยโอกาสก่อความวุ่นวายในเมือง เรา...จึงปลอมตัวออกลาดตระเวน”
เฟิ่งจิ่วเหยียน : ท่านคิดว่าข้าจะเชื่อหรือ?
นางย่อมรู้ว่าเหตุใดเซียวอวี้จึงมาปรากฏตัวที่นี่
ต่อหน้าสหายคนอื่น ๆ นางหาได้เปิดโปงไม่
“ทุกคน ข้าจะไปลาดตระเวนกับฝ่าบาทต่อ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“ได้” ฝานจิ้นยังตกตะลึงไม่หาย
เป็นฮ่องเต้นั้นไม่ง่ายเลย แม้ในวันไหว้พระจันทร์ยังต้องออกลาดตระเวนด้วยพระองค์เอง
เฟิ่งจิ่วเหยียนเดินไปหยุดที่ข้างกายของเซียวอวี้ ชำเลืองมองเขาจากด้านข้าง เซียวอวี้พลันตระหนักได้ถึงความหมายที่อันตราย “กลับไปชำระบัญชีที่วัง”
เขานึกโกรธตนเอง ไยจึงลืมเสียได้ ฮองเฮาของเขามีวิทยายุทธล้ำเลิศ ย่อมตระหนักได้ว่ามีคนลอบติดตามสอดแนม เขาลอบมองในจุดที่ใกล้เกินไป สมควรจะอยู่ให้ห่างกว่านี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...