เซียวอวี้ไม่ปฏิเสธ เขาอยากไปดูข้างนอกวังจริง ๆ
และเนื่องจากวันนี้เป็นวันชีซี สามารถได้ออกไปเที่ยวพร้อมกับฮองเฮา
เฟิ่งจิ่วเหยียนพูดขึ้นมาอย่างตรงไปตรงมา
“คราวหน้าท่านอยากได้อะไร พูดมาตามตรงก็ได้เพคะ”
เซียวอวี้ยิ้มหัวเราะแห้ง ๆ
“เราก็คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเหน็ดเหนื่อยขนาดนี้ ชีซีก็ไม่ออกไปไหน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนรู้ความคิดที่แท้จริงของเขา “ท่านอยากพูดว่า หม่อมฉันไม่รู้ถึงอารมณ์รักของหนุ่มสาวใช่หรือไม่เพคะ”
เซียวอวี้รีบโอบกอดนาง แนบชิดใบหน้าของนาง
“ไม่เป็นไร เรามีอารมณ์รักก็พอ”
“อารมณ์รักไม่เท่าไหร่ หม่อมฉันเห็นว่าท่านยังคงความละเมียดละไม
เซี่ยวอวี้: ความละเมียดละไม? ยังคง?
นางกำลังพูดอ้อมค้อมหาว่าเขาแก่?
เขาบีบเอวของนาง พูดเน้นย้ำขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
“อายุเรายังไม่ถึงสามสิบ ยังหนุ่มยังแน่น”
อีกอย่าง ความละเมียดละไมนั้นมีไว้ใช้กับสตรี เหตุใดมาใช้กับเขาเล่า
เฟิ่งจิ่วเหยียนยกมือกอดคอเขาไว้ ยกคางขึ้นมา สัมผัสบนริมฝีปากของเขาราวกับแมลงปอแตะน้ำ
“ฝ่าบาท วันนี้ท่านสวมอาภรณ์สีแดงเข้มชุดนั้น ดีหรือไม่”
ถึงแม้จะเชยไปหน่อย ทว่าก็มีเสน่ห์เป็นเอกลักษณ์
เซียวอวี้คิดว่านางเห็นว่าอาภรณ์ชุดนั้นหล่อเหลา จึงพอใจอย่างยิ่ง
เขากอดนางไว้แน่น ดวงตามองนางอย่างลึกล้ำ
“ขอเพียงเจ้าชอบ เราสวมอะไรก็ได้”
……
ตำหนักจื้อเฉิน
หลิวซื่อเหลียงปรนนิบัติฝ่าบาทเปลี่ยนอาภรณ์ ทันใดนั้นก็ได้ยินฝ่าบาทตรัสว่า
“สายตาไม่เลว”
หลิวซื่อเหลียงหวาดผวา
เขาฟังไม่ออก ฝ่าบาทตั้งใจชมเขา หรือเหน็บแนมอย่างประหลาด
นอกพระราชวัง
วันนี้เป็นวันชีซี ถนนคนเดินที่คึกคัก ผู้คนทุกประเภทต่างพลุกพล่านไปทั่ว
มองไปแล้ว สตรีมีมากกว่า
เพื่อนสาวรวมกลุ่มกัน กลุ่มละสองสามคนมาด้วยกัน งานรื่นเริงบทกวีเล็กใหญ่เต็มไปด้วยผู้คน
เฟิ่งจิ่วเหยียนทายปริศนาได้โคมลอยมากมาย ล้วนให้เซียวอวี้ถือไว้
เขามองสองข้างทาง สามีภรรยาคู่อื่นที่มาด้วยกัน สถานการณ์ตรงข้ามกับพวกเขา…ล้วนเป็นบุรุษทายปริศนาได้โคมมา หญิงสาวถือโคมไว้ คอยติดตามอยู่อย่างออดอ้อน
ส่วนเขา…
เซียวอวี้ก้มมองโคมลอยรูปแบบต่าง ๆ ในมือ แล้วก็มองเฟิ่งจิ่วเหยียนที่ทายปริศนาอย่างเพลิดเพลิน ไม่สนใจเขาเลย
เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีของบุรุษ เขาถือโคมลอยเดินไปข้างหน้า
“ฮูหยิน เจ้าพักก่อน ให้เราเป็นคนทายบ้าง”
เฟิ่งจิ่วเหยียนกำลังครุ่นคิดคำทายอันหนึ่ง เห็นเขามา ก็ไม่ได้รั้ง เอียงกายยกตำแหน่งให้เขา “อืม เชิญท่าน”
เซียวอวี้กำลังจะแสดงฝีมือ
กลับเห็นคำทายเขียนว่า…“มีความสามารถมากใช้น้อย มีความสามารถน้อยใช้น้อย ไร้ความสามารถไม่ใช้”
เขาขมวดคิ้ว
คำทายของชาวบ้าน ล้วนจับต้นชนปลายไม่ถูกเช่นนี้หรือ
เขาถอยออกหน่อย หันไปยังโคมลอยด้านข้างอีกอัน
ท่ามกลางฝูงคน หญิงสาวคนหนึ่งควงแขนชายหนุ่ม พร้อมพูดออดอ้อนขึ้นมา
“ท่านพี่ ข้าชอบโคมอันนี้ จะให้พวกเขาเอาไปไม่ได้นะ”
ชายหนุ่มโกรธเพื่อสาวงาม ขวางเฟิ่งจิ่วเหยียนไว้ เอ่ยถามขึ้นมาอย่างมีเจตนาร้าย
“เจ้าคาดเดาโดยบังเอิญหรือเปล่า ทำไมถึงได้เป็น ‘มู่’?”
หญิงสาวก็ช่วยพูดเข้าข้าง
“ใช่! เมื่อครู่ข้าเห็นนางส่งสายตาไปมาให้กับเถ้าแก่ จะต้องเป็นพวกเดียวกันแน่”
ผู้คนรอบ ๆ ที่มาทายโคมลอยเหล่านั้น ต่างเห็นด้วย
“ไม่มีปัญญาให้โคมลอย ก็อย่ามาตั้งร้านโคมลอยปริศนา ยังหาคนมาชนะเอาโคมลอยไป รังแกกันเกินไปแล้ว!”
การทายปริศนาโคมลอย ไม่ว่าจะสามารถทายถูกหรือไม่ ก็ต้องจ่ายเงินหลายเหวิน
ทว่า สามารถชนะได้โคมลอยไปนั้นมีน้อยมาก ทุกคนเล่นเพื่อสนุกสนาน ไม่ใส่ใจเงินเล็กน้อยนั่น ทว่ามักมีผู้ขายจ้างคนมาสนับสนุน ทำให้ผู้คนไม่พอใจ
การสนับสนุนนั้น คือการจัดเตรียมผู้ที่รู้คำตอบไว้ล่วงหน้า เมื่อหน้าร้านเงียบเหงา ทายชนะได้โคมลอยไป ชักชวนคนมามากกว่าเดิม แล้วค่อยนำโคมกลับไปคืนเถ้าแก่
เฟิ่งจิ่วเหยียนชนะได้โคมลอยมามากเกินไป เถ้าแก่ก็ให้อย่างใจถึง หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีคนสงสัย
ผู้คนมารุมล้อม ร้องตะโกน
“คืนเงิน!”
“แจ้งความ!”
เถ้าแก่ถูกยัดเยียดข้อหา
“พวกเจ้าอย่างพูดไปเรื่อย! ข้ากับฮูหยินท่านนี้ ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน!”
สีหน้าเซียวอวี้เยือกเย็น
ยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ ยังคิดหาเรื่อง?
เขากำลังจะสั่งการ เฟิ่งจิ่วเหยียนกลับพูดขึ้นมา
“ควรแจ้งความ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...