ครั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนกล่าวว่าจะแจ้งทางการ ทุกคนต่างตกตะลึง
ผู้ที่เมื่อครู่ยังคิดอยากกลั่นแกล้งคู่สามีภรรยานั้น ต่างมองหน้ากันไปมา
เซียวอวี้เองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน นี่นางต้องการทำอะไรกันแน่
ต่อให้เพื่อเป็นการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ก็ไม่จำเป็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตจนไปถึงที่ว่าราชการ
มีเขาอยู่ คนเหล่านี้ย่อมไม่กล้ากำเริบเสิบสาน
แววตาเย็นชาของเฟิ่งจิ่วเหยียนมองเถ้าแก่ผู้นั้น และอ่านออกเสียงกลอนปริศนาเมื่อครู่
“ที่ว่า ‘ลมสารทฤดูพัดไหว สีสันใบหญ้าเปลี่ยนเมื่อสาย เหมายันแสนหนาวเหน็บ’ ประโยคนี้ใช้ตัว ‘เฉา(หญ้า)’ และ ‘เซียว(หนาวเหน็บ)’ สีสันใบหญ้าเปลี่ยนเมื่อสาย เมื่อสายก็ไม่มีเช้า จึงเอาตัวอักษรเจ๋า(เช้า)ออก ดังนั้นขีดอักษรด้านบนของ ‘เฉา’ ก็จะกลายเป็นจุดเริ่มของตัวอักษร เมื่อรวมเข้ากับ‘เซียว(หนาวเหน็บ)’ ก็จะกลายเป็นตัวอักษร‘เซียว’ในชื่อเซียวอวี้ ”
สีหน้าของเถ้าแก่เริ่มดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่ยังคงไม่ปริปากพูดอะไร
จากนั้นเฟิ่งจิ่วเหยียนพูดต่อ
“ ‘กลางดึกนกร้องหาลูก’ ผู้ใดเป็นคนร้องหาลูกเล่า? ย่อมเป็น ‘พ่อ’ สกุลเซียวเป็นสกุลราชวงศ์แคว้นหนานฉี ใช้คำว่าเซียวเป็นตัวแทนแคว้นหนานฉี ก่อนที่จะเป็นแคว้นหนานฉี ก็คือแคว้นเฉิน ดังนั้นจึงเป็นตัวอักษร ‘ (เฉิน)’”
“ ‘ตะวันตกดินไร้ข้าง’ ไร้ข้างก็นำขีดด้านข้างของ ‘ (เฉิน)’ ออก จะได้ ‘ตง’ ตะวันตกดิน ก็เอา ‘รื่อ(ตะวัน)’ ออกจาก‘ตง’ กลายเป็น ‘มู่(ไม้)’ ”
เมื่อนางพูดจบ ชาวบ้านรอบ ๆ ต่างก็รู้สึกเลื่อมใสและตกตะลึง
ผู้ที่ก่อนหน้านี้ยังรู้สึกสงสัยคู่สามีภรรยาสองคนนี้ แอบวิ่งหนีไปเงียบ ๆ ด้วยความหวาดกลัวแล้ว
ชาวบ้านที่เหลือจ้องเถ้าแก่ผู้นั้นเขม็ง
กล้าบอกเป็นนัยว่าแคว้นเฉินเป็นพ่อแห่งแคว้นหนานฉี นี่ไม่ใช่กบฏหรือไร!
แววตาเฟิ่งจิ่วเหยียนเย็นชาและคมปลาบ ราวกับดาบที่ลับคม
“มีฐานะเป็นราษฎรแคว้นหนานฉี ใจกลับเข้าหาแคว้นเฉิน ช่างบังอาจนัก!”
ทันใดนั้นเถ้าแก่ก็รู้สึกได้ว่าตนแย่แล้ว คิดจะทิ้งแผงขายของแล้วหนีไป
เฉินจี๋มือไม้รวดเร็วจึงจับคนเอาไว้ได้
เถ้าแก่รีบคุกเข่าลงโขกศีรษะทันที
“ถูกกล่าวหา! ข้าถูกกล่าวหา! ข้าไม่รู้เรื่องจริง ๆ...”
แววตาของเซียวอวี้เย็นเยียบ ความน่าเกรงขามแผ่ออกมาอย่างชัดเจน
“คุมตัวไปส่งที่จวนราชการสอบสวนอย่างเข้มงวด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
ยามที่เถ้าแก่ผู้นั้นถูกพาตัวไปก็ยังร้องตะโกนไม่หยุด
“ข้าถูกกล่าวหาจริง ๆ! ก็แค่กลอนปริศนาเท่านั้น ข้าไม่มีทางคิดเช่นนั้นเด็ดขาด เป็นพวกท่านที่เดาออกมาเช่นนี้ นี่เป็นการใส่ร้าย...”
เฟิ่งจิ่วเหยียนส่งโคมดอกไม้ที่ชนะรางวัลมาให้องครักษ์ ให้พวกเขาเอาไปส่งที่ที่ว่าราชการพร้อมกัน
เหล่าฝูงชนรู้สึกตกตะลึงที่พบว่าแต่ละคำตอบของกลอนปริศนาเหล่านี้ดูปกติ ทว่าเมื่อนำมาต่อกันกลับเป็นโคลงกลอนเสียดสีวิจารณ์โจมตีราชสำนักว่าหูหนวกตาบอดไร้ความสามารถ
ยามนี้เซียวอวี้ถึงเพิ่งตระหนักว่าที่นางทายกลอนปริศนามากมายบนโคมดอกไม้ของร้านนี้ คงเพราะรู้สึกได้แต่แรกว่าผิดปกติ
มีเพียงการชนะจนได้โคมดอกไม้มากพอเท่านั้น จึงจะรู้เส้นสนกลในได้
เขายังนึกว่านางแค่ชอบทายกลอนปริศนาเสียอีก
......
แสงจันทร์งดงามมาก
คนทั้งหมดกินข้าวกันอยู่ในหอสุรา

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...