ครั้นเริ่มชั้นเรียนของสถาบันทางการทหาร เป็นการให้ลูกศิษย์แนะนำตัวก่อน
สำหรับแม่ทัพนายกองส่วนใหญ่ เฟิ่งจิ่วเหยียนคุ้นเคยอยู่แล้ว
ทว่าลูกศิษย์จากชนบทเหล่านั้น นางไม่รู้จักเลย ได้แต่ฟังพวกเขาลุกขึ้นมารายงานตัวทีละคน
“ศิษย์เฉินเจิน เป็นชาวเซียงหนาน”
“ผู้น้อยฮั่วเหริน ตอนนี้อาศัยอยู่ในเมืองหลวง การรับใช้ชาติและฆ่าศัตรูคือปณิธานของข้า!”
“ศิษย์เสิ่นกั๋วอัน ชื่นชมชื่อเสียงของแม่ทัพน้อยเมิ่งมานานแล้ว! จึงประพันธ์กวีเพื่อแม่ทัพน้อยโดยเฉพาะ...”
……
ครั้นถึงคราวของคนสุดท้าย ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน และมิได้เอ่ยมากความเยี่ยงคนอื่น กลับมีรัศมีของยอดขุนพลนักวางแผน เอ่ยอย่างเรียบเฉย
“ผู้น้อยหลิวเหยี่ยน”
เฟิ่งจิ่วเหยียนเงยหน้าขึ้นมองคนผู้นั้น พลันเกิดความรู้สึกเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อนอย่างอธิบายไม่ถูก
นางตรวจสอบภูมิหลังครอบครัวของคนผู้นี้อีกครั้ง หากแต่ไม่มีสิ่งใดที่ผิดปกติ
รูปร่างหน้าตาของหลิวเหยี่ยนดูดีมาก คนด้านข้างจึงเอ่ยหยอกล้อ
“หากสหายหลิวไปสนามรบในสภาพเช่นนี้ เกรงว่าข้าศึกจะมองเป็นสาวงามคนหนึ่ง!”
ผู้คนพลันหัวเราะกันอย่างครื้นเครง
หลิวเหยี่ยนหาได้ขุ่นเคืองไม่ ม่านตาปรากฏร่องรอยของความห่างเหิน
เสมือนว่าไม่มีผู้ใดหรือสิ่งใดสามารถส่งผลต่ออารมณ์ของเขาได้
เฟิ่งจิ่วเหยียนออกคำสั่งอย่างเคร่งขรึม
“เงียบเสียง”
ทันใดนั้นทุกคนพลันเงียบเสียงลง
ขุนพลนายหนึ่งเอ่ยถาม
“ฮองเฮา พวกเราควรเรียกท่านว่าฮองเฮา หรือแม่ทัพน้อยเมิ่งพ่ะย่ะค่ะ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้นั่งสอนอยู่หลังม่าน เอ่ยอย่างใจกว้างเยือกเย็น
“ในสถาบันทางการทหาร ไม่มีตำแหน่ง เกียรติยศและความต่ำต้อย มีเพียงอาจารย์กับลูกศิษย์เท่านั้น”
หลิวเหยี่ยนยืนขึ้นก่อน ยกมือคารวะพลางเอ่ย
“ขอรับ อาจารย์”
น้ำเสียงของเขาราบเรียบ สายตาเงียบสงบดุจทะเล หลังจากเงยหน้าขึ้นมอง พลันเหลือบมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียนแวบหนึ่ง
ขณะที่อาจารย์อีกสองท่านกำลังสอนอยู่ เฟิ่งจิ่วเหยียนนั่งมองจากด้านข้าง เพื่อสังเกตลักษณะการสอนของแต่ละคนอย่างเงียบ ๆ
เจินเจินเป็นศิษย์หญิงเพียงคนเดียวที่นี่ จิตใจของนางไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งยังคุ้นเคยกับหลักพิชัยสงครามอยู่แล้ว เพียงอยากได้ฟังแม่ทัพน้อยเมิ่งสอนการทำศึกให้นางเท่านั้น
ถึงคราวของเฟิ่งจิ่วเหยียนก้าวขึ้นไปบนแท่นสูงสามฉื่อในที่สุด เจินเจินพลันฮึกเหิมขึ้นมา
ถ้อยคำแรกของเฟิ่งจิ่วเหยียนคือการเอ่ยถามพวกเขา
“พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่า ‘จิตวิญญาณนักรบ’ คืออันใด?”
ขุนพลคนหนึ่งตอบ
“ตำราโบราณมีกล่าวไว้ จิตวิญญาณนักรบมาจากจิตวิญญาณ เป็นสาขาหนึ่งของ ‘จิต’ ซึ่งลึกซึ้งจนมิอาจหยั่งรู้ได้ และเป็นสิ่งที่ยากต่อการมองเห็นของมนุษย์
“เฉพาะผู้ที่มีพรสวรรค์ หรือผู้ที่ได้รับคำชี้แนะจากผู้ที่มีปัญญาสูงส่งเท่านั้น จึงจะ ‘เห็น’ ได้
“เช่น จิตวิญญาณจักรพรรดิ และจิตวิญญาณชั่วร้าย
“สิ่งเหล่านี้ดูเหมือนไม่ชัดเจนคลุมเครือ หากเอ่ยถึงจิตวิญญาณนักรบ กลับมีจุดที่เป็นความจริงอยู่บ้าง จิตวิญญาณนักรบนั้น คือการสามารถสืบหาเบาะแส ประเมินร่องรอยของศัตรู แม้แต่ประเมินขนาดของกองทัพศัตรู”
เฟิ่งจิ่วเหยียนไม่ออกความเห็น เพียงเอ่ยถามผู้อื่นต่อ
“ยังมีอีกหรือไม่”
ท่ามกลางความเงียบงัน หลิวเหยี่ยนกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงสงบ
“นอกจากขนาดของกองทัพศัตรู ยังมีขวัญกำลังใจของกองทัพศัตรู ส่วนตัวคิดว่า การประเมินขวัญกำลังใจนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุดของจิตวิญญาณนักรบ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมองเขามากขึ้น
“หลิวเหยี่ยนเอ่ยได้ถูกต้อง การแกะรอยและประเมินขนาดของกองทัพศัตรู หาใช่เรื่องยากสำหรับพวกเจ้าทั้งหลายไม่ เพียงหน่วยสอดแนมในกองทัพ ก็สามารถทำได้
มีคนเอ่ยถาม “อาจารย์ หากบกพร่องให้เติมเต็ม ศิษย์เข้าใจได้ แต่เหตุใดมีมากเกินถึงให้ผ่อนลงขอรับ?”
เฟิ่งจิ่วเหยียนมิได้เอ่ยตามตรง
“คำถามนี้ ให้พวกเจ้ามาตอบวันพรุ่งนี้”
……
อาทิตย์ใกล้ลับฟ้า
เฟิ่งจิ่วเหยียนเพิ่งเดินออกจากสถาบันทางการทหาร
“ซู...” หร่วนฝูอวี้ปรากฎตัวอย่างกะทันหัน “ฮองเฮา!”
เหล่าองครักษ์คิดจะขวางนางไว้ กลับถูกเฟิ่งจิ่วเหยียนส่งสัญญาณให้ถอย
นางมิได้พบหร่วนฝูอวี้นานแล้ว สายตาพลันตกลงไปที่หน้าท้องของอีกฝ่าย
หร่วนฝูอวี้ลงเอยกับรุ่ยอ๋อง ช่างคาดไม่ถึงจริง ๆ
หร่วนฝูอวี้จับแขนของนางอย่างเป็นธรรมชาติ พลางเอ่ยเสียงกระซิบ
“ท่านพี่ วันนี้ข้าได้เชิญสหายเก่าหลายคนมาที่นี่ ท่านพี่ห้ามปฏิเสธเลยนะ”
เฟิ่งจิ่วเหยียนพลันนึกถึงพวกตงฟางซื่อ
นางกำลังหาเวลาสนทนาเรื่องมนุษย์โอสถกับตงฟางซื่ออยู่พอดี
ดังนั้น นางจึงสั่งให้องครักษ์กลับไปทูลรายงานที่วังหลวง จากนั้นก็ไปที่หอสุราพร้อมหร่วนฝูอวี้
ทว่า เมื่อผลักเปิดประตูห้องส่วนตัวออก และได้เห็นคนที่นั่งอยู่ข้างในแล้ว สีหน้าของเฟิ่งจิ่วเหยียนพลันเปลี่ยนไปทันที
กลุ่มคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะผุดลุกขึ้นยืน ต่างก็มีสีหน้าที่ซับซ้อน ทั้งยินดี และเสียใจ
“ซูฮ่วน...”
“คุณชายซู ผิดแล้ว แม่นางซู”
“พวกเจ้าเรียกผิดไปหมดแล้ว ควรจะเรียกนางว่าฮองเฮาต่างหาก” เหลิ่งเซียนเอ๋อร์ปลดผ้าคลุมหน้าออก พลางมองไปที่เฟิ่งจิ่วเหยียน อย่างเจ็บปวด
สตรีเหล่านี้ ต่างก็เป็น “หนี้ดอกท้อ” ของนางทั้งนั้น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แม่ทัพหญิงปราบพยศฮ่องเต้ร้าย
ขึ้นแต่โฆษณาบัง ออกไม่ได้ ต้องทำยังไงคะ...
มีเหรียญอยู่ 1000 เหรียญ แต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ไขด้วยค่ะ...
ช่วยแกปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค้ะ...
แก้ปัญหาด้วยค่ะ...
มีเหรียญแต่ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ...
ปลดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวิธีแก้ปัญหาให้ด้วยค่ะ...
ปอดล็อกตอนไม่ได้ค่ะ ช่วยบอกวีธีแก้ไขให้ด้วยค่ะ...