เจ้าสำนักแห่งหอฟ้าดาวกล่าวเสริม "จากคำพูดของแม่นาง ดูเหมือนว่าแม่นางไม่ต่อต้านข้อเสนอของข้า"
จั๋วซือหรานเงยหน้าขึ้นและมองเขา ดวงตาอันสีเข้มคู่หนึ่งจ้องมองเขา ดวงตาที่ลึกซึ้งและเฉียบคมของนางไม่เหมือนแววตาที่เด็กผู้หญิงในวัยนี้
“ในเมื่อเจ้าสำนักตั้งใจสืบข้อมูลของข้ามาแล้ว เจ้าคงรู้ด้วยว่าข้า จั๋วซือหราน ไม่ชอบพูดอะไรที่ฟังแล้วดูดี แต่ชอบคำพูดที่ทำได้จริง ๆ ”
จั๋วซือหรานยิ้มเบา ๆ "พูดตรง ๆ ข้าเป็นคนที่เห็นแต่ผลประโยชน์ชัด ๆ ดังนั้นแทนที่จะพูดคำหรุ ๆ ให้ข้าฟัง เจ้าสำนักพูดตรงตรง ๆ กับข้าดีกว่า"
จั๋วซือหรานจ้องเข้าไปในดวงตาของเขา แม้ว่าเสียงของนางจะมีรอยยิ้ม แต่สีหน้าหรือลูกตาของนางไม่ได้แสดงร้อยยิ้มใด ๆ นางกล่าวต่อ "บอกข้าสิว่า ข้าจะได้รับผลประโยชน์อะไรบ้างหากข้าทำตามข้อเสนอของเจ้า มิฉะนั้นเจ้าขู่ข้า มันไร้ประโยชน์ หากข้าเป็นคนที่กลัวภัยคุกคาม ข้าคงไม่อยู่จนถึงทุกวันนี้หรอก”
ก่อนหน้านี้ เจ้าสำนักแห่งหอฟ้าดาวจ้องมองนาง เพราะเขาต้องการศึกษาอารมณ์บางอย่างในดวงตาของนางเขาจะได้เดาอารมณ์ของนางได้
แต่ในขณะนี้ เมื่อนางกลับจ้องมองเขาครู่หนึ่ง เขามีภาพลวงตาจริง ๆ ว่าเขากำลังถูกสัตว์ป่าจ้องมองอยู่
“แม่นางต้องการผลประโยชน์อะไร” เจ้าสำนักแห่งหอฟ้าดาวถาม
ในความเป็นจริง เดิมทีเขาเคยคิดอยู่ว่า จะเสนอผลประโยชน์เล็กน้อยกับจั๋วซือหรานก่อน จากนั้นรอนางต่อรองเอง แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่นางพูดในเมื่อครู่ และมองดวงตาของนาง จู่ ๆ เขาก็ไม่อยากะทำเช่นนั้นแล้ว
เมื่อต้องรับมือกับคนฉลาด หากเจ้าเล่นงานกับคนผู้นั้นโดยเล่นไม่ซื่อ กลับทำให้เจ้าดูโง่
จั๋วซือหรานยิ้มเมื่อนางได้ยินคำพูดนี้ "โอ้ เจ้าสำนักอยากให้ข้าเสนอเองหรือ เจ้าจริงใจมาก"
จั๋วซือหรานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "ข้าลงแข่งในสนามฝึกฝนของหอฟ้าดาวก็ได้ ข้ายังสามารถแข่งกับคนอื่น ๆ ในนามของหอฟ้าดาวได้ด้วย"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแกร่งของเฟิงอ๋อง