“ไป พวกเราขึ้นไปกันเถิด!” ซ่งเชียนฉู่กล่าวด้วยความตื่นเต้น แล้วดึงลั่วชิงยวนปีนขึ้นไปบนหน้าผา
คนใบ้ที่อยู่ด้านหลังก็ติดตามขึ้นไป
ซ่งเชียนฉู่เหลือบมองเขาแวบหนึ่ง แล้วจงใจถามว่า “นี่สหายของเจ้าหรือ?”
ลั่วชิงยวนตอบว่า “ใช่ สหายจากแคว้นหลี”
นางมิได้กังวลว่าคนใบ้จะนำเรื่องนี้ไปบอกฉินอี้ นางเชื่อว่าคนที่ร่วมเป็นร่วมตายมาด้วยกันย่อมไว้ใจกันได้
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ฉินอี้จะล่วงรู้เส้นทางนี้ก็ไร้ประโยชน์ เพราะใต้ภูเขาลูกนี้ล้วนมีคนของเฉินชีอยู่
ฉินอี้จะกระทำการใด ย่อมมิอาจรอดพ้นสายตาของเฉินชีไปได้
ซ่งเชียนฉู่จับมือนาง แล้วกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า “ท่านดูสิ คฤหาสน์ของเราสร้างเสร็จแล้ว ไม่มีร่องรอยถูกไฟไหม้หลงเหลืออยู่เลย”
ลั่วชิงยวนมองแล้วรู้สึกดีใจ คฤหาสน์กลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ดังเดิมแล้วจริง ๆ อีกทั้งบนเขาก็มีผู้คนมิน้อย ดูเหมือนจะมีการจ้างผู้คุ้มกันมามากมาย
“ข้ามิคาดคิดเลยว่าจะสร้างสะพานนั้นเสร็จได้ในเวลาอันสั้นเช่นนี้”
“ช่วงนี้ทุกคนคงลำบากกันมากกระมัง”
ซ่งเชียนฉู่ยิ้มแล้วกล่าวว่า “มิลำบากเลย ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณฉู่จิ้ง”
“เพราะเขาช่วยเหลือ เราจึงสามารถสร้างสะพานนี้ได้เร็วถึงเพียงนี้”
“ท่านมาคราวนี้ต้องระวังตัวด้วยนะ อย่าให้เฉินชีสังเกตเห็นเข้าเชียว”
ลั่วชิงยวนพยักหน้า เรื่องของเฉินชีจำต้องปิดบังไว้ก่อน
ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
ดังนั้นนางจึงต้องกลับไปก่อนฟ้ามืด
เมื่อซ่งเชียนฉู่จูงมือลั่วชิงยวนเข้าไปในคฤหาสน์ ลั่วชิงยวนก็เห็นฉู่จิ้งกับเฉินเซี่ยวหานกำลังแย่งกันกวาดลาน
เมื่อเห็นนางมา ฉู่จิ้งก็ทิ้งไม้กวาดลงพร้อมกระแอมสองทีเพื่อกลบเกลื่อนความอับอาย แล้วกลับมาทำสีหน้าหยิ่งผยองดังเดิม
“หาได้ยากยิ่งนัก สะพานสร้างเสร็จได้มิกี่วัน เจ้าก็มาแล้ว”
“ก็ดี ประหยัดแรงพวกข้าที่จะต้องไปช่วยเจ้าที่แคว้นหลี”
ฉู่จิ้งไพล่มือไว้ข้างพลางกล่าวช้า ๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น ลั่วชิงยวนก็มองซ่งเชียนฉู่ด้วยความตกใจ “พวกเจ้าตั้งใจจะไปแคว้นหลีเพื่อช่วยข้าหรือ?”
ซ่งเชียนฉู่ลังเลแล้วพยักหน้า “ข้ารู้ว่าเจ้าติดตามเฉินชีไป คงมิเต็มใจหรอก”
เส้นทางที่นางเลือกที่จะเดินไปนั้นอันตรายยิ่งนัก นางมิต้องการให้ซ่งเชียนฉู่และคนอื่น ๆ เข้าไปพัวพันด้วย
เกรงว่าพวกนางจะได้รับบาดเจ็บเพราะเรื่องนี้
“คฤหาสน์ของพวกเจ้าก็เพิ่งสร้างเสร็จ อย่าได้คิดที่จะช่วยเหลือข้าเลย”
“ว่าแต่ทางฝั่งพวกเจ้า ช่วงนี้ความเคลื่อนไหวในแคว้นเทียนเชวียเป็นอย่างไรบ้าง? พวกเจ้ามิได้เจอเรื่องยุ่งยากอันใดใช่หรือไม่?”
ลั่วชิงยวนรีบเปลี่ยนเรื่อง
ซ่งเชียนฉู่จึงตอบว่า “ฟู่อวิ๋นโจวได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิแล้ว ตอนนี้บ้านเมืองสงบสุข การค้าขายในเมืองหลวงก็ดีงามทุกอย่าง มีเงินส่งมายังคฤหาสน์ของเราทุกเดือนด้วย”
“เงินเหล่านี้ควรเป็นของท่าน หากท่านต้องการก็อย่าได้เกรงใจ”
“เพียงแต่ตั้งแต่ปีนี้ ซีหลิงมีทหารประจำการเพิ่มขึ้น ดูเหมือนจะคอยป้องกันแคว้นหลี”
“ข้าคิดว่าสักวันหนึ่งแคว้นเทียนเชวียอาจจะโจมตีแคว้นหลี ถึงกาลนั้นพวกข้าก็สามารถช่วยท่านออกมาได้มิใช่หรือ”
ลั่วชิงยวนฟังแล้วประหลาดใจเล็กน้อย
แต่เมื่อคิดดูแล้วก็จริง เมื่อฟู่เฉินหวนตายไป แคว้นเทียนเชวียก็ไม่มีเทพสงครามอีก หากเจอแคว้นหลีโจมตีอย่างกะทันหัน ซีหลิงก็จะตกอยู่ในอันตราย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงแห่งเทียนเชวีย
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรี สนุกมากทุกต่อนค่ะ...
อ่านมาสามร้อยกว่าตอน ยอมรับว่านางเอกเป็นคนเก่ง เก่งแต่ทำเรื่องโง่ๆ โง่จนอ่านไปเจ็บอกไป โมโหจนจะเป็นลม ทำเพื่อผู้ชายแบบอิอ๋องไม่รู้กี่รอบ อีกกี่ตอนนางเอกถึงจะฉลาด...
หายไปไหน ไม่อัพหลายวันแล้ว ติดอยู่ตอนที่ 1386 รออ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้น๊า...
รู้ว่ารวยแย่เองก่อความวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น ทำไมไม่วางยาให้เป็นใบ้ บางบทก็ฉลาดเกินบทจะโง่ก็สุดจริง...
อาจารย์ก็ถูก รั่วให้เพียงใช้ประโยชน์ ตัวเองก็ถูกสู้เชิงหัวใจประโยชน์ เกือบตายหลายครั้ง แต่ก็ไม่ไปไหนสักที คอนจบรักกันดูดดื่มแน่นอนสินะ 5555...
มือสังหารในวังอ๋องก็องค์ชายห้าแหละ เดาตั้งแต่หมอกู้พูดว่า ไปหมดแล้วท่านเลิกแสดวได้แล้ว 555...
องค์ชายห้าตั้งใจ นางเอกก็รู้ทั้งรู้ว่ายิ่งเข้าใกล้องค์ชายห้ายิ่งมีเรื่องแต่ก็ไม่เลิก55555...
ยังรออ่านนะคะ...
นางเอกปลอมตัวเป็นผู้ชายทำไมถ้านิสัยยังเหมือนเดิม...
ผัวอย่างเลว้าย แต่นางเอกก็คงรักผัวขั้นสุด เกือบทิ้งชีสิตหลายครั้งเพราะช่วยผัว ในขณะที่ผัวก็พยายามฆ่าตัวเองตลอด กู่คงเป็นเพียงข้อองมากกว่า 5555...