นี่เย่หรงไปยั่วยุสตรีที่บ้าคลั่งในเรื่องความรักเข้าแล้วสิ!
หลิงอวี๋หันกลับไป ก็เห็นเย่หรงยังคงเดินต่อไปอย่างไร้หัวใจ นางจึงเตือนเขาอย่างเป็นห่วง “เย่หรง สิ่งที่นางพูดนั้นมิใช่คำพูดบ้า ๆ! ท่านต้องระวังตัวไว้ด้วย!”
“มิใช่คำพูดบ้า ๆ แล้วคืออะไรเล่า? หรือว่านางจะถือมีดมาบังคับให้ข้าแต่งงานกับนาง?”
เย่หรงยังคงมิได้ใส่ใจแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา “แม้แต่ราษฎรที่ไม่มีการศึกษาก็ยังรู้ว่าแตงที่ถูกบังคับให้โตจะมิหวาน นางเรียนหนังสือมาตั้งหลายปีโดยเปล่าประโยชน์หรือไร? นางมิเข้าใจเหตุผลนี้หรือ?”
“การบังคับให้ข้าแต่งงานกับนางจะมีประโยชน์อะไรต่อนาง ข้าไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นกับนางหรอก!”
หลิงอวี๋มิได้รู้สึกว่าหยางหงหนิงกำลังล้อเล่น นางจึงเอ่ยอย่างอดทน “เย่หรง ท่านจริงจังสักหน่อยเถิด! นี่มิใช่เรื่องล้อเล่น!”
“ท่านมิรู้หรอกว่าหากสตรีบ้าคลั่งขึ้นมา มิว่าเรื่องใดนางก็ทำได้ทั้งนั้น! ตอนนี้นางกำลังโกรธ และถึงขนาดเกลียดเพราะรักแล้ว...”
“การบังคับให้ท่านแต่งงานกับนาง มิแน่ว่าจะเป็นการทำให้ท่านกับนางกลายเป็นคู่สามีภรรยากันอย่างแท้จริง แต่เป็นการบังคับให้ท่านก้มหัวให้!”
หลิงอวี๋มองว่าเย่หรงเป็นสหายของตนไปแล้ว จึงมิอยากเห็นเขาถูกคนอื่นวางแผนร้ายใส่
เหลยเหวิน จงเจิ้งเฟยและคนอื่น ๆ เดินตามหลังมา และพวกนางทั้งหมดก็ได้ยินเสียงตะโกนของหยางหงหนิง แม้ว่าจงเจิ้งเฟยจะมิค่อยรู้สึกดีต่อเย่หรงนัก แต่นางก็ยังเอ่ยขึ้นมาอย่างเห็นด้วย
“คุณชายเย่ ศิษย์พี่หญิงของข้าพูดถูก ท่านระวังตัวไว้สักหน่อยเถิด! หากหยางหงหนิงหาทางตายหรือทางรอดขึ้นมา ทั้งตระกูลหยางและวังเทียนซูไม่มีทางปล่อยท่านไปแน่ ๆ!”
“ศิษย์พี่หญิง เจ้าก็ด้วย ช่วงนี้จะเข้าจะออกไปไหนก็ระวังสักหน่อยเถิด!”
เย่หรงถูกทั้งสองคนพูดเช่นนี้ก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา จึงพยักหน้าแล้วเอ่ยออกไป “พอแล้ว ๆ ข้าจะระวัง! เสี่ยวชี เจ้ากับพวกศิษย์น้องหญิงของเจ้ากลับไปเถิด ข้ามิไปส่งเจ้าแล้ว ข้าจะไปคุยธุระกับสหายสักหน่อย!”
แล้วเย่หรงก็สาวเท้าเดินไป
หลิงอวี๋รู้สึกปวดหัวขึ้นมา ดูท่าทางเย่หรงจะยังมิใส่ใจในคำพูดของพวกนาง เด็กผู้นี้เป็นคนมิระมัดระวัง และนิสัยเช่นนี้จะต้องเสียเปรียบหยางหงหนิงแน่นอน
“ศิษย์พี่หญิง หยางหงหนิงจะต้องเกลียดเจ้าไปด้วยแน่ ๆ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ เจ้าย้ายออกจากเรือนของเย่หรงก่อนเถิด ข้าจะหาที่อยู่ใหม่ให้เจ้า!”
จงเจิ้งเฟยเอ่ยขึ้นมาด้วยความกังวล
เถาจื่อเห็นว่าที่หลิงอวี๋พูดมานั้นมิได้มีช่องโหว่ใด ๆ ตัวตนและภูมิหลังของนางก็มิได้มีจุดที่น่าสงสัย จึงรู้สึกว่าการที่เซียวหลินเทียนให้ตนมาเข้าใกล้นางนั้นเป็นเรื่องเสียเวลา
แต่นางก็ชอบนิสัยของหลิงอวี๋เช่นกัน การแสดงออกของหลิงอวี๋เมื่อครู่นั้นเหมือนฮองเฮาของตนนัก ในความเด็ดเดี่ยวก็มีความมั่นใจอยู่ด้วย
เถาจื่อเชื่อว่า หากฮองเฮาของตนอยู่ที่นี่ ก็คงจะชอบสตรีผู้นี้เช่นกัน
“ศิษย์พี่หญิง วันนี้ท่านไปทำให้หยางหงหนิงกับเหมียวหยางขุ่นเคือง พวกเขามิปล่อยท่านไปง่าย ๆ แน่! พี่ใหญ่ของข้ามีความสามารถมากนัก และมิกลัวพวกเขาด้วย หากท่านต้องการความช่วยเหลือจากข้าก็มาหาข้านะ!”
เถาจื่อคิดว่ากลุ่มของตนต้องตามหาฮองเฮาที่เมืองหลวงแดนเทพ ทั้งยังจำเป็นต้องพัฒนาพลังวิญญาณด้วย แม้ว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าจะมิใช่ฮองเฮาของตน แต่นางก็มีพรสวรรค์ในด้านการปรุงโอสถมาก
ดังนั้นการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับนางก็จะเป็นการช่วยเหลือกลุ่มของตนเช่นกัน
“ขอบคุณนะ หากต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะเอ่ยปากอย่างแน่นอน!”
หลิงอวี๋รู้สึกซาบซึ้งกับความกระตือรือร้นของศิษย์น้องหญิงผู้นี้มาก จากนั้นนางก็พยักหน้าแล้วกล่าวลาเถาจื่อ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหมอหญิงทะลุห้วงเวลา
สนุกมากค่ะ ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ กราบค่ะ...
สนุกมาค่ะ มาต่ออีก...
รอ...
นางเอกโดนแผนร้ายไล่ล่าเจ็บตัวจะตายอ่า200+ตอน สุดท้ายจบครึ่งตอน คนร้ายบอกเข้าใจผิด นิยายฟวยไรอ่ะปัญญาอ่อนทั้งเรื่อง...
waitinggg for youuuuuuu...
ความลับยังไม่ได้เปิดเผยเลยค่ะ...
จบแบบนี้ไม่ได้นะคะ...
กลับมาได้เเล้ว...
ขอบคุณนะที่ลงเพิ่ม กำลังสนุกมาก...
คนเขียนกลับมาก๊อนนนน🥹 ทางนี่ใจจะขาดแล้วฮะ...