เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 3165

“คนนั่นเป็นใครกัน?”

เย่ชิวจ้องแท่นบูชาโบราณตรงหน้าจนตาไม่กะพริบ

ไม่นาน เงาคนบนแท่นบูชาโบราณก็ค่อย ๆ ชัดขึ้น กลายเป็นเฒ่าหัวล้านร่างเตี้ยคนหนึ่ง

ผิวหนังของเขาย่นยับราวเปลือกไม้ แต่ดวงตากลับสว่างวาวดุจดวงดาว รอบกายล้อมรอบด้วยหมอกสีเลือดน่าขนลุก มือกำกระบองเหล็กไว้แน่น

“กี่ปีมาแล้วกันนะ ถึงได้มีคนเผ่ามนุษย์บุกเข้ามาที่นี่ ฮะฮะ…”

เฒ่าหัวล้านยิ้มเย็น เผยให้เห็นฟันเหลืองทั้งปาก

เสียงยังไม่ทันขาดหาย ร่างของเขาก็พลันไหววูบ ราวกับภูตผี พุ่งตรงเข้าหาเย่ชิวกับจางเหมยเจินเหริน

“ไอ้ลูกกระต่าย ที่นี่ฝากให้แกจัดการ ส่วนไอ้แก่หัวล้านนั่นให้ข้าเอง” จางเหมยเจินเหรินร้องฮึ่มยาวคำหนึ่ง คว้าดาบปราบปีศาจพุ่งเข้าใส่

เคร้ง!

ดาบปราบปีศาจฟาดปะทะกับกระบองเหล็กของเฒ่าหัวล้าน ประกายไฟแตกกระจาย

จางเหมยเจินเหรินรู้สึกฝ่ามือชาวาบถึงกระดูก ในใจอดตกใจไม่ได้ “ไอ้แก่บ้านี่แรงไม่ใช่เล่น”

“เฮเฮเฮ…” เฒ่าหัวล้านหัวเราะแหลมไม่หยุด กระบองเหล็กในมือเหวี่ยงเป็นเงาทึบแทบไร้ช่องว่าง

ทุกหนึ่งกระบองหนักอึ้งดั่งภูเขาทับ สะเทือนจนโขดหินรอบด้านแตกกระจายเป็นผง

แต่จางเหมยเจินเหรินไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว กำดาบปราบปีศาจปะทะกับกระบองเหล็กไม่หยุด

“ไอ้หัวล้านสวะ ฝีมือไม่เบา!” จางเหมยเจินเหรินยิ่งสู้ก็ยิ่งฮึกเหิม อยู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่า ดาบปราบปีศาจพลันกลายเป็นลำแสงทองคำพุ่งตรงจุดลำคอของเฒ่า

เคร้ง!

เฒ่าหัวล้านกลับไม่คิดหลบ ใช้แผ่นหลังรับดาบเล่มนั้นเต็ม ๆ

คมดาบเฉือนผ่าน ทว่าบนแผ่นหลังเขากลับมีเพียงรอยขาวเส้นหนึ่งเท่านั้น

“อะไรนะ?” จางเหมยเจินเหรินอุทานตกใจ

เขาไม่คาดคิดเลยว่า การป้องกันของเฒ่าหัวล้านจะน่ากลัวถึงเพียงนี้

เฒ่าหัวล้านฉวยโอกาสเหวี่ยงกระบองฟาดขวาง จางเหมยเจินเหรินยกดาบขึ้นรับอย่างฉุกละหุก ถูกแรงสะท้อนกระแทกจนกระเด็นถอยไปสิบกว่าจ่าง ปลายริมฝีปากมีเลือดสดไหลซึมออกมาเส้นหนึ่ง

อีกด้านหนึ่ง

เย่ชิวมองบรรดาหุ่นเชิดโลหิตที่ทะยอยหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน แววรำคาญฉายวูบในดวงตา เขายกมือขวาขึ้น เปลวไฟก้อนหนึ่งผุดลุกจากกลางฝ่ามือ

“ทำลายล้าง!”

พร้อมกับเสียงตวาดแผ่วของเย่ชิว เปลวเพลิงพิเศษก็ปะทุขึ้นทันที กลายเป็นทะเลเพลิงกวาดล้างออกไปทุกทิศทาง

บรรดาหุ่นเชิดโลหิตเพียงได้สัมผัสก็ลุกไหม้วูบ ไม่นานก็กลายเป็นเถ้าถ่าน

“เหล่าโต้วซี ต้องให้ผมช่วยไหม?” เย่ชิวจัดการหุ่นเชิดโลหิตเสร็จ ก็เอ่ยถามขึ้น

“ไม่ต้อง ข้าจัดการไอ้บ้านี่ได้เอง” จางเหมยเจินเหรินเช็ดคราบเลือดที่มุมปากทิ้ง พลันล้วงเอาอิฐดำมอมแมมก้อนหนึ่งจากแขนเสื้อออกมา ตะโกนใส่เฒ่าหัวล้านว่า “ดูของวิเศษทางเวทมนตร์ของข้าซะก่อน!”

อิฐก้อนนั้นพอถูกลมก็ขยายใหญ่ ชั่วพริบตากลายเป็นขนาดเท่าบานประตู ฟาดลงไปใส่เฒ่าหัวล้านพร้อมเสียงลมหวีดหวือ

“แค่วิชากระจอก” เฒ่าหัวล้านหัวเราะเย็น หันหลังให้อีกครั้ง ใช้แผ่นหลังแข็ง ๆ รับเข้าไปเต็มแรง

ตุบ!

เสียงทึบดังสนั่น อิฐฟาดลงกลางแผ่นหลังของเฒ่าหัวล้านอย่างจัง

คราวนี้ร่างเฒ่าหัวล้านเซถลาไปหนึ่งก้าว สีหน้าปรากฏแววเจ็บปวดชัดเจน

“ได้ผล!” จางเหมยเจินเหรินดีใจยิ่งนัก รีบควบคุมอิฐให้ฟาดซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ปัง ๆ ๆ!

หลังเสียงฟาดสามครั้งติดกัน เฒ่าหัวล้านก็ยืนทรงตัวไม่อยู่ ในที่สุดก็พ่นเลือดสดออกมาคำใหญ่

แววตาเขาพลันดุร้ายขึ้นมาทันใด กระบองเหล็กในมือระเบิดแสงสีเลือดแสบตา พุ่งฟาดลงบนศีรษะของจางเหมยเจินเหรินจากด้านบน

“ตายซะ!”

จางเหมยเจินเหรินไม่ถอยกลับสวนเข้าไป ดาบปราบปีศาจกับอิฐพุ่งออกพร้อมกัน “คนที่จะตายคือแกต่างหาก”

“ไอ้ลูกกระต่าย ดูการกระจายตัวของโขดหินพวกนี้สิ” จางเหมยเจินเหรินชี้ไปยังกลุ่มโขดหินที่เรียงรายดุจดวงดาวโดยรอบ แล้วพูดว่า “โขดหินอื่น ๆ ล้วนเป็นเหมือนแนวคุ้มกัน ส่วนก้อนใต้เท้าเรานี่แหละ ตรงกับจุดชีพจรพอดี”

หัวใจเย่ชิวสะท้านวาบ “หมายความว่า ที่นี่มีสุสานอยู่แห่งหนึ่งงั้นหรือ?”

“ก็ตัดความเป็นไปได้นั้นไม่ได้” จางเหมยเจินเหรินกล่าวด้วยสีหน้าขรึมจริงจัง “ใช้โขดหินนับหมื่นเป็นเกราะล้อม แถมยังจัดเรียงให้สอดรับดวงดาวบนท้องฟ้า ฝีมือช่างยิ่งใหญ่นัก”

“รูปแบบอย่างนี้ ถ้าอยู่ในโลกมนุษย์ล่ะก็ ต้องเป็นที่สำหรับให้กำเนิดจักรพรรดิแน่นอน แม้แต่ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร ก็ไม่ใช่คนธรรมดาสามัญจะมีสิทธิ์ได้ใช้”

เมื่อได้ยินดังนั้น เย่ชิวก็ก้มมองโขดหินใต้ฝ่าเท้าอย่างละเอียด

แรกเห็นก็ไม่พบความผิดปกติใด ๆ ทว่าเมื่อเย่ชิวเปิดดวงตาสวรรค์ ในชั่วพริบตา ภาพโขดหินในสายตาเขากลับพลิกเปลี่ยนไปทันที

โขดหินสีเทาเดิมกลับเปล่งแสงทองคำเจิดจ้า ผิวด้านบนปรากฏอักขระเวทมนตร์โบราณแน่นขนัด!

“เหล่าโต้วซี ท่านเดาถูกแล้ว” เย่ชิวถึงกับสูดลมหายใจเย็นวูบ

จางเหมยเจินเหรินเห็นท่าทีเช่นนั้น รีบถามทันที “ไอ้ลูกกระต่าย แกเห็นอะไร?”

“แสงทองคำ” เย่ชิวตอบเสียงทุ้ม “ทั้งก้อนส่องสว่างไปหมด บนผิวถูกสลักเต็มไปด้วยอักขระเวทมนตร์”

“อย่างงั้นรึ?” จางเหมยเจินเหรินกัดปลายกลางนิ้วมือขวาให้เลือดซึม แล้วลากหนึ่งเส้นกลางหว่างคิ้ว ทันใดนั้นม่านตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีทอง

“หือ?” เย่ชิวเอ่ยอย่างแปลกใจ “เหล่าโต้วซี นั่นมันวิชาอะไรกัน?”

“วิชาอาคมเต๋า” จางเหมยเจินเหรินหัวเราะเฮ ๆ “ข้าเจ๋งใช่ไหมล่ะ?”

เย่ชิวคิดในใจ “ดูท่าเหล่าโต้วซีตอนปิดด่านฝึกตนคงได้เรียนของใหม่มาไม่น้อยจริง ๆ”

หลังจางเหมยเจินเหรินเปิดใช้วิชาอาคมเต๋า ก็ได้เห็นสภาพที่แท้จริงของโขดหินชัดถนัด ยิ่งมองคิ้วยิ่งกระตุกถี่ ก่อนร้องลั่น “โอ้โห นี่มันโขดหินที่ไหนกัน ชัด ๆ ว่าเป็นสุสานใหญ่ระดับสุดยอดต่างหาก”

“แสงทองคำกับอักขระเวทมนตร์พวกนี้ คือเวทย์ผนึกใหญ่ทั้งนั้น”

“คนที่วางค่ายกลระดับนี้ได้ เจ้าของสุสานตอนยังมีชีวิตอย่างน้อยต้องเป็นกึ่งจักรพรรดิแน่ ๆ”

จางเหมยเจินเหรินพูดต่อ “ไอ้ลูกกระต่าย แกถอยไปหน่อยเถอะ ตาเต๋าจน ๆ คนนี้จะลงมือผ่าค่ายกลเอง”

“ข้ามีลางสังหรณ์แรงกล้าว่า ครั้งนี้เราจะกวาดสมบัติกลับออกไปได้มหาศาลแน่นอน!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ