หลวงโป๋ซาชะงักค้างไปทันที ดวงตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เขาไม่คิดไม่ฝันเลยว่าจอมมารแห่งเผ่าปีศาจจะเป็นเด็กหนุ่มหน้าตาดูแค่สิบกว่าปี!
นี่มัน...
ไม่น่าเชื่อเกินไปแล้ว!
แต่ในไม่ช้า ในอกของหลวงโป๋ซาก็เอ่อไปด้วยความยินดี เพราะในสายตาเขา เด็กหนุ่มเป็นพวกหลอกง่ายที่สุด
เขากวาดตามองอีกฝ่าย ก็พบว่าเด็กหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาหยาบกร้าน ทว่าในแววตากลับฉายความสุขุมเกินวัย
"อ้าว ทำไมรู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ นะ?"
หลวงโป๋ซาบ่นงึมงำอยู่ในใจ
เด็กหนุ่มวางไม้กวาดลง เดินอ้อยอิ่งไปถึงเก้าอี้หนังเสือแล้วนั่งลง สายตานิ่งสงบจ้องมองหลวงโป๋ซา
"เจ้าคือหลวงโป๋ซาเหรอ?"
จ้าวปีศาจหนุ่มเอ่ยถาม เสียงยังฟังดูเด็ก ทว่ากลับแฝงอำนาจที่ไม่อาจตั้งข้อกังขา
หลวงโป๋ซาได้สติก็รีบประสานมือโค้งคำนับ "ข้าน้อยหลวงโป๋ซา ขอคารวะจอมมาร!"
จ้าวปีศาจหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย เอ่ยเสียงเรียบ "ได้ยินมาว่าเย่ฉางเซิงเป็นศัตรูคู่อาฆาตของเจ้า?"
"ใช่" หลวงโป๋ซาตอบ "ข้ากับเย่ฉางเซิงมีแค้นไม่ตายไม่เลิก อยู่ร่วมฟ้าไม่ได้"
แววตาเด็กหนุ่มวาบด้วยความเยียบเย็น ตวาดว่า "ก่อนอื่นเฆี่ยนมันร้อยไม้!"
หลวงโป๋ซายังไม่ทันจะตั้งตัวว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ถูกชายชราสองคนกดลงกับพื้น แล้วอีกคนก็ไม่รู้ไปเอาเหล็กท่อนโตมาจากไหนหนึ่งอัน
ใช่แล้ว ไม่ได้ตาฝาด ท่อนเหล็กล้วน ๆ ฟาดลงมาที่ก้นของหลวงโป๋ซาเต็มเหนี่ยว
"อ๊าก..."
หลวงโป๋ซารู้สึกได้เพียงความแสบร้อนลุกเป็นไฟที่ก้น ทุกครั้งที่ท่อนเหล็กหวดลงมา ร่างกายก็เกร็งกระตุกไปเอง ปากร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือด
ท่อนเหล็กฟาดลงบนเนื้อหนังดังปัง ๆ เสียงทุ้มสะท้อนก้องไปทั่วท้องพระโรงโล่งกว้าง ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนสยองขึ้นไปอีก
"จอมมาร นี่มันเรื่องอะไรกัน!" หลวงโป๋ซาร้องโอดโอยไปตะโกนไป
ในใจเขาเต็มไปด้วยความงุนงง พึ่งบอกไปหยก ๆ ว่ามีแค้นกับเย่ฉางเซิง ไม่น่าจะได้รับความชื่นชมจากจอมมารหรือไง แล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาโดนซ้อมเละอย่างไร้สาเหตุแบบนี้?
จ้าวปีศาจหนุ่มเอนกายพิงเก้าอี้หนังเสือ สายตาเย็นเยียบไร้เมตตา เอ่ยเสียงเฉยชา "ฮึ! แค่เพราะเจ้าคือศัตรูของเย่ฉางเซิง จอมมารผู้นี้ก็สมควรซัดเจ้าแล้ว"
"ถือว่าให้บทเรียนเล็กน้อย จะได้รู้ไว้ว่า ต่อหน้าจอมมารผู้นี้ อย่าคิดว่าพูดมั่วว่าเป็นศัตรูกับใครก็จะเอาใจข้าได้"
หลวงโป๋ซาคร่ำครวญในใจไม่ขาดสาย ตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่า จ้าวปีศาจหนุ่มผู้นี้แม้ดูอายุน้อย ทว่าจิตใจลึกซึ้ง มือไม้โหดเหี้ยมยิ่งนัก
เขากัดฟันแน่น ฝืนทนความเจ็บปวด ไม่กล้าหายใจแรงแม้แต่น้อย
ชายชราผู้นั้นลงมือไม่ออมแรง ฟาดหลวงโป๋ซาจนเจ็บปางตาย ร้อยไม้จบลง ก้นของหลวงโป๋ซาก็แตกยับเนื้อฉีก เลือดนองจนย้อมเสื้อผ้าเป็นสีแดง
"ดึงมันขึ้นมา" จ้าวปีศาจหนุ่มสั่ง
ชายชราสองคนประคองแขนซ้ายขวายกตัวหลวงโป๋ซาขึ้นมา ขาของหลวงโป๋ซาสั่นระริกด้วยความเจ็บปวด แทบยืนไม่อยู่
"ตอนนี้ จอมมารผู้นี้จะถามเจ้าอีกครั้ง ว่าทำไมเจ้าถึงมีแค้นกับเย่ฉางเซิง ถ้าแม้แต่ครึ่งคำยังโกหกล่ะก็ ครั้งหน้าจะไม่จบแค่ร้อยไม้แบบนี้" จ้าวปีศาจหนุ่มจ้องหลวงโป๋ซาเขม็ง แววตาคมกล้าอย่างเปลวไฟ
หลวงโป๋ซาสูดลมหายใจลึก ฝืนทนความเจ็บพูดว่า "จอมมาร ข้าไม่ปิดบังหรอก เย่ฉางเซิงเจ้าสารเลวนั่น ขัดขวางเรื่องดีของข้าระหว่างออกบำเพ็ญเพียรอยู่หลายครั้ง"
"ข้าออกตามหาสมุนไพรวิเศษและของล้ำค่าเพื่อหาทางทะลวงขีดจำกัด เขากลับโผล่มาแทรกกลาง แย่งของวิเศษไปต่อหน้าต่อตา"
"ยังไม่พอ เขายังเคยหยามหน้าข้าต่อหน้าทุกคน ทำให้ข้าเสื่อมเสียศักดิ์ศรีในหมู่นักบำเพ็ญเพียร แค้นนี้ถ้าไม่ล้าง หลวงโป๋ซาอย่างข้าขอสาบานว่าไม่คู่ควรจะเกิดมาเป็นคน!"
จ้าวปีศาจหนุ่มเปลี่ยนน้ำเสียง "แต่ข้าว่าข้าถูกชะตากับเจ้าพอสมควร งั้นเฆี่ยนแค่สองร้อยไม้ก็พอแล้วกัน"
อะไรของเจ้า ข้ายังต้องขอบคุณอีกเรอะ?
หลวงโป๋ซาอัดอั้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก
จ้าวปีศาจหนุ่มเอ่ยต่อ "ข้าได้ยินพวกข้างล่างบอกว่า เจ้าถือลูกแก้วสะกดวิญญาณอยู่ในมือ แถมยังคิดจะมาจับมือกับเผ่าปีศาจของข้า ร่วมกันจัดการเย่ฉางเซิงด้วยหรือ?"
หลวงโป๋ซารีบตอบทันที "ใช่แล้ว การที่ข้ามาถึงที่นี่ ก็เพื่อจับมือกับเผ่าปีศาจโดยเฉพาะ จะได้ร่วมกันกำจัดเย่ฉางเซิง ศัตรูร้ายตัวเอ้ผู้นั้น"
จ้าวปีศาจหนุ่มยิ้มมุมปาก แววตาฉายประกายเย้ยหยัน "เย่ฉางเซิงน่ะคืออัจฉริยะอันดับหนึ่งในรายชื่อผู้มีโอกาสบรรลุเป็นจักรพรรดิ ทั้งแข็งแกร่งทั้งเบื้องหลังแน่น เจ้ามีอะไรทำให้คิดว่าเผ่าปีศาจของเราจะมาจับมือกับเจ้า?"
หลวงโป๋ซาเตรียมคำพูดไว้แล้ว เอ่ยเสียงหนักแน่น "จอมมาร ถึงเย่ฉางเซิงจะทรงพลังเพียงใด แต่ความทะเยอทะยานของเขารุนแรงยิ่ง สักวันต้องมาชิงโชควาสนาของเผ่าปีศาจแน่นอน"
"แทนที่จะนั่งรอวันถูกฆ่า สู้เป็นฝ่ายลงมือก่อน จับมือร่วมกับข้า บีบมันให้ตายตั้งแต่ยังไม่โตกว่าไม่ดีกว่าหรือ?"
จ้าวปีศาจหนุ่มได้ฟังก็มีแววครุ่นคิดฉายผ่านดวงตา ก่อนจะเอ่ยช้า ๆ "ที่เจ้าพูดก็มีส่วนสมเหตุสมผลอยู่ แต่ข้าจะเชื่อเจ้าด้วยเหตุผลอะไร?"
หัวใจหลวงโป๋ซาหดวูบ รีบพูดว่า "เพื่อแสดงความจริงใจ ข้ายินดีถวายลูกแก้วสะกดวิญญาณในมือให้จอมมาร"
พูดจบ หลวงโป๋ซาก็ควักลูกแก้วสะกดวิญญาณสีดำเม็ดนั้นออกมาจากอกเสื้อ ใช้สองมือยื่นถวาย
จ้าวปีศาจหนุ่มโบกมือเบา ๆ ลูกแก้วสะกดวิญญาณก็ลอยออกจากฝ่ามือของหลวงโป๋ซา ไปตกอยู่ในมือเขาเอง
จ้าวปีศาจหนุ่มก้มมองลูกแก้วสะกดวิญญาณครู่หนึ่ง แววตาฉายแสงประหลาดวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมานิ่งสนิท เอ่ยเรียบ ๆ "ลูกแก้วสะกดวิญญาณนับเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าปีศาจเราจริง ทว่าแค่ลูกแก้วลูกเดียว ยังไม่พอให้เผ่าปีศาจของข้าเสี่ยงตัวมาจับมือกับเจ้า"
หลวงโป๋ซาได้ยินดังนั้นก็ใจชื้น รีบเอ่ยว่า "จอมมาร หลังจากข้ามาถึงเผ่าปีศาจ ก็พบว่าเผ่าปีศาจขาดแคลนทรัพยากร สิ่งแวดล้อมก็เลวร้ายนัก ดังนั้นข้ายินดีจะจัดหาทรัพยากรบางส่วนมามอบให้เผ่าปีศาจ เพื่อแสดงความจริงใจ"
"โอ้?" แววตาจ้าวปีศาจหนุ่มฉายแววสนใจขึ้นมาเล็กน้อย
หลวงโป๋ซารีบหยิบแหวนมิติออกมาเป็นกำ ใช้สองมือยื่นถวาย พลางว่า "จอมมาร ของในแหวนมิติเหล่านี้เป็นสิ่งที่ข้าสะสมมาหลายปี ข้างในมีศิลาวิญญาณหนึ่งพันล้านเม็ด ยาวิญญาณหนึ่งหมื่นต้น ยาศักดิ์สิทธิ์อีกสามต้น เพิ่มด้วยเนื้อสัตว์หนึ่งแสนจิน ล้วนเป็นเนื้อสัตว์วิเศษ อัดแน่นด้วยพลังวิญญาณ กินแล้วบำรุงร่างอย่างยิ่ง"

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...