เย่ชิวโอบหนานกงเซียวเซียวโดยไม่ทันคิด ฝ่ามือสัมผัสเจอแต่ผิวเนียนลื่น คราวนี้ถึงได้รู้ว่าหนานกงเซียวเซียวตอนนี้ไม่สวมเสื้อผ้าสักชิ้น เขารีบเอ่ยว่า
“พี่เซียวเซียว ไปใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ”
หนานกงเซียวเซียวกลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เย่ชิวพูด ซุกตัวถูไถอยู่ในอ้อมอกเขา ออดอ้อนว่า
“ก็ฉันคิดถึงท่านนี่นา ท่านเจ้าหอ รักฉันหน่อย~”
พูดจบก็จะเงยหน้าเข้ามาจูบเย่ชิว
เย่ชิวเองก็ถูกยั่วยุจนในอกไฟลุกวาบ ถ้าไม่ติดว่าตรงนี้ยังมีคนอื่นอยู่ เขาคงจัดการหนานกงเซียวเซียวให้รู้เรื่องไปแล้วตรงนี้
“พี่เซียวเซียว…”
เย่ชิวเพิ่งเอ่ยได้คำเดียว ก็รู้สึกว่าร่างในอ้อมแขนแข็งเกร็งไปทันที ถัดจากนั้นหนานกงเซียวเซียวก็ผละออกจากอ้อมกอดของเขา สายตาไปหยุดที่เด็กหญิงสกปรกมอมแมมด้านหลังเขา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและงุนงง
“นี่…นี่ลูกใครกัน ทำไมถึงสกปรกได้ขนาดนี้?” หนานกงเซียวเซียวอุทาน
เด็กหญิงถูกปฏิกิริยาของหนานกงเซียวเซียวทำเอาตกใจ เธอหดตัวหลบไปด้านหลังเย่ชิวโดยสัญชาตญาณ มองหนานกงเซียวเซียวด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่สบายใจ
ในหัวของเธอพลันผุดคำขึ้นมาสองคำโดยไม่ตั้งใจ
ใหญ่จัง!
ขาวจัง!
“พี่เซียวเซียว ไปใส่เสื้อผ้าก่อนเถอะ เรื่องนี้ค่อยคุยกันทีหลัง” เย่ชิวเอ่ยเตือน
หนานกงเซียวเซียวปรายตามองเย่ชิวอย่างออดอ้อนทีหนึ่ง ก่อนหมุนตัวเข้าไปในห้องเพื่อแต่งตัว
“เข้ามาข้างในเถอะ” เย่ชิวดึงเด็กหญิงให้เดินเข้ามาในห้อง
เด็กหญิงซ่อนตัวอยู่หลังเย่ชิว คอยชำเลืองมองสภาพแวดล้อมรอบตัวอย่างอยากรู้อยากเห็น แววตายังเต็มไปด้วยความระแวง
“ที่นี่คืออาณาเขตของข้า ไม่ต้องตึงเครียดขนาดนั้น” เย่ชิวปลอบ
ไม่นานหนานกงเซียวเซียวก็แต่งตัวเรียบร้อยแล้วเดินออกมาจากห้องนอน ทั้งคนกลับดู端庄สง่างามขึ้นมาทันตา แล้วถามว่า
“ท่านเจ้าหอ เด็กคนนี้เรื่องมันเป็นมายังไงกันหรือ?”
เย่ชิวอธิบายว่า
“ข้าเก็บนางได้ที่เมืองหลิงอิน นางชื่อ…เอ่อ ยังไม่ได้บอกชื่อข้าเลย”
“เจ้า ชื่ออะไร?” เย่ชิวหันไปถามเด็กหญิง
เด็กหญิงรีบก้มหน้า สองมือบีบชายเสื้อแน่น ไม่ยอมปริปากพูด
จากนั้นเย่ชิวจึงเล่ารายละเอียดคร่าว ๆ ให้ฟัง ตั้งแต่พวกเขาไปพบสี่เมืองร้าง จนกระทั่งเจอเด็กหญิงคนนี้
พอฟังจบ หนานกงเซียวเซียวก็ถอนหายใจเบา ๆ
“ดูท่าแล้วก็คงเป็นเด็กน่าสงสารอีกคนหนึ่ง”
“ยัยหนู ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปที่นี่จะเป็นบ้านของเจ้า”
“พี่จะคุ้มให้เอง”
เด็กหญิงเงยหน้ามองหนานกงเซียวเซียวในที่สุด
“พี่เซียวเซียวพูดถูกแล้ว เจ้าคิดซะว่าที่นี่คือบ้านของเจ้า พี่เขาจะคุ้มให้เจ้าเอง ที่นี่ไม่มีใครกล้ารังแกเจ้า” เย่ชิวหันไปบอกเด็กหญิง
หนานกงเซียวเซียวพยักหน้า แล้วหันไปยิ้มให้เด็กหญิง
“เด็กคนนี้น่าสงสารจริง ๆ ข้าขอพาไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าให้สะอาดหน่อยแล้วกันนะ”
“รบกวนด้วย” เย่ชิวเอ่ยด้วยความซาบซึ้ง
“กับข้ายังจะเกรงใจกันอีกหรือ” หนานกงเซียวเซียวพูดจบก็เดินมาจับแขนเด็กหญิง เอ่ยว่า
“ไปกับพี่เถอะ”
เด็กหญิงยังจับแขนเย่ชิวไว้แน่น สายตายังมองเขาไม่วาง
“พี่เซียวเซียวคือคนที่สนิทกับข้าที่สุด ฟังที่นางบอกเถอะ” เย่ชิวปลอบ
เด็กหญิงจึงยอมปล่อยแขนเย่ชิว แล้วตามหนานกงเซียวเซียวไปอาบน้ำ
หลังทั้งสองคนออกไปแล้ว เย่ชิวเดินไปยืนที่หน้าต่าง มองดูเมืองหลวงอันครึกครื้นด้านนอก แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวล
เรื่องชาวเมืองในสี่นครที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ทำให้เขารู้สึกวางใจไม่ได้
“ไม่รู้เลยว่า บรรดาชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่ในสี่นครนั้น ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนกันแน่ ยังมีชีวิตอยู่หรือว่าตายไปแล้ว?”
เวลาผ่านไปร่วมครึ่งชั่วโมงเต็ม
พูดมาถึงตรงนี้ เย่ชิวก็ส่งเสียงลับกำชับว่า
“พี่เซียวเซียว ต้องช่วยจับตาเสี่ยวเตี๋ยให้ดี ข้ามีลางสังหรณ์ว่ายัยหนูคนนี้ไม่ธรรมดา บนตัวนางเหมือนซ่อนความลับอะไรบางอย่างไว้”
หนานกงเซียวเซียวส่งเสียงลับถามกลับ
“กำไลข้อมือบนมือเสี่ยวเตี๋ยนั่นมันอะไรกันแน่?”
“เจ้ามองเห็นอะไรออกมาหรือ?” เย่ชิวถาม
หนานกงเซียวเซียวส่ายหน้า
“นั่นไม่ใช่คริสตัลธรรมดา ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย”
หือ?
เย่ชิวรู้สึกประหลาดใจ
หนานกงเซียวเซียวดูแลห้องเกียรติทรัพย์มาหลายปี อีกทั้งห้องเกียรติทรัพย์ยังเป็นห้องประมูลที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียร เรื่องการ鉴定ของวิเศษ หนานกงเซียวเซียวเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดผู้เชี่ยวชาญในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้วยกัน แต่连นางยังดูไม่ออกว่ากำไลข้อมือนั้นทำจากอะไร ช่างเหลือเชื่ออย่างยิ่ง
หนานกงเซียวเซียวพูดต่อ
“ตอนอาบน้ำ เสี่ยวเตี๋ยไม่ยอมถอดกำไลข้อมือนั่นออกเลยสักนิด ดูก็รู้ว่ามันสำคัญกับนางมาก”
“ยิ่งกว่านั้น จากประสบการณ์ของข้า วัสดุที่ใช้ทำกำไลวงนั้นไม่ธรรมดาแน่ ๆ มูลค่าคงสูงลิบ”
“ถึงตอนนี้ข้ายังไม่รู้ที่มาที่ไปของกำไลวงนั้น แต่จากสายตาของข้า กำไลวงนั้นอย่างน้อยก็ซื้อห้องเกียรติทรัพย์ได้ครึ่งหนึ่งทั้งแห่ง”
อะไรนะ แพงขนาดนั้นเชียว?
เย่ชิวแปลกใจไม่น้อย เขามองเสี่ยวเตี๋ยอย่างลึกซึ้งอีกครั้ง ก่อนจะกำชับหนานกงเซียวเซียวซ้ำ
“พี่เซียวเซียว ยังไงก็ต้องช่วยดูแลนางให้ดี”
“อืม” หนานกงเซียวเซียวพยักหน้าเบา ๆ
ต่อจากนั้น เย่ชิวก็สั่งการกับหนานกงเซียวเซียวว่า
“เดี๋ยวเจ้าช่วยส่งคำสั่งลงไป ให้คนของเราช่วยกันตามหาข่าวคราวของดาบจักรพรรดิ์มนุษย์ให้ทั่ว”
“อีกอย่าง ให้คนออกไปสืบหาตัวหลวงโป๋ซาด้วย ไอ้หมอนี่ไม่ตาย ข้าก็ยังไม่วางใจ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ
ตอนที่ 261-281 ทำไมมีตอนละไม่กี่บรรทัด...
เรื่องนี้มีเติมเงินอ่านไหมครับ แนะนำหน่อย...
ทำไมลงวันละตอนแล้วครับ ช่วยชี้แจงหน่อยครับ...
ทำไมช่วงนี้ลงวันละตอนล่ะครับอีกอย่างช่วงแรกได้อ่านตั้งแต่7โมงเช้าแต่พอลงตอนเดียวต้องอ่านตอน3โมงเย็น...
ไอ้ชิบหาย มีแต่หน้าเปล่าๆมา3วันแล้ว พอๆเลิกอ่านบล็อคแม่งออกเลย หนังสือที่อื่นมีอ่านเยอะแยะ...
หลังๆทำไมลงแต่หน้าเปล่า ไม่มีตัวหนังสือสักตัว...
จะอ่านบท1611-1616ยังใงคับ...
ตอนที่ 267 - 301 มีแค่ 2-3 บรรทัดเองรบกวนแก้ไขให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ...
อยากอ่านจนจบเรื่องทำไงบ้างครับ...
ฮาเร็มไหมครับ...