เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 2973

รอยยิ้มบนใบหน้าของหนิงอันแข็งค้างไปทันที ลางสังหรณ์ไม่ดีพลุ่งขึ้นมาในใจ เธอหันไปมองลุงจูที่รีบเร่งเข้ามา เอ่ยถามอย่างเคร่งขรึมว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

ลุงจูหอบหายใจหนึ่งที ยื่นรายงานด่วนที่ผนึกอย่างแน่นหนามาด้วยสองมือ รีบพูดว่า “เพิ่งได้รับรายงานด่วนพิเศษมาจากทางไกล บอกว่าสี่นครในจงโจวกลายเป็นเมืองร้างหมดแล้ว สถานการณ์ยังไม่ชัดเจน!”

“อะไรนะ?!” หนิงอันหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน รีบคว้าเอกสารด่วนมาไว้ในมือ

เย่ชิวสะท้อนใจอยู่ในใจเงียบ ๆ ดูท่าว่าหนิงอันไม่รู้เรื่องนี้จริง ๆ

นางรีบแกะผนึกรายงาน เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว สีหน้าก็ยิ่งเคร่งเครียดขึ้นทุกที

“สี่นคร ทั้งประชากรหายไปหมดงั้นเหรอ?” เสียงของหนิงอันสั่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ายากจะยอมรับความจริงนี้

จางเหมยเจินเหริน ม่อเทียนจี และหลินต้าหนiao มองสบตากัน สีหน้าแตกต่างกันไป แต่ล้วนเต็มไปด้วยความกังวล

“นี่... นี่มันเป็นไปได้ยังไง?” หนิงอันอ่านรายงานจบก็เงยหน้าขึ้นมองเย่ชิว แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยและร้อนใจ “ชางเซิง เจ้าคิดยังไงกับเรื่องนี้?”

เย่ชิวสูดหายใจลึก พลางว่า “จริง ๆ แล้วเมื่อกี้ข้าก็จะเล่าเรื่องนี้ให้ท่านฟังอยู่เหมือนกัน”

“ตอนขากลับ เราผ่านเมืองหมิงจู เมืองชุ่ยเวย เมืองหลิงหยุน กับเมืองหลิงอิน ไปเจอว่าสี่นครนั้นกลายเป็นเมืองร้างหมดแล้ว กองทหารประจำชายแดนก็หายไป คนทั้งหมดยังกับถูกกวาดล้างหายเกลี้ยง”

จากนั้นเย่ชิวจึงเล่าเรื่องราวคร่าว ๆ ให้ฟัง

หนิงอันฟังแล้วก็ขมวดคิ้วแน่นขึ้น สายตาเลื่อนไปหยุดที่เด็กหญิงสกปรกมอมแมมข้างกายเย่ชิว ถามว่า “ชางเซิง เด็กคนนี้คือคนที่เจ้าเก็บมาจากเมืองหลิงอินนั่นหรือ?”

“อืม” เย่ชิวรับในลำคอ

“หนูน้อย เจ้าชื่ออะไรหรือ?” หนิงอันถาม

เด็กหญิงรีบหลบไปหลบหลังเย่ชิว ตัวสั่นเทา สีหน้าหวาดหวั่นสุดขีด

จางเหมยเจินเหรินเอ่ยว่า “นางตกใจจนเสียขวัญ ตลอดทางไม่เอ่ยปากสักคำ”

หนิงอันไม่ซักต่อเรื่องเด็กหญิง เอ่ยเสียงหนัก “จงโจวเพิ่งรวมแผ่นดินได้ไม่นาน ราษฎรกำลังต้องการพักฟื้นเยียวยา แต่กลับเกิดเรื่องร้ายเช่นนี้ขึ้นอย่างกะทันหัน ต้องรีบสืบให้ได้ความจริง แล้วจัดการให้เหมาะสม”

เย่ชิวพยักหน้าเล็กน้อย “ก็สมควรเป็นอย่างยิ่ง ข้ากลัวว่าเบื้องหลังอาจมีแผนร้ายที่ใหญ่กว่านี้ซ่อนอยู่ มิสู้ให้ข้ากับเหล่าโต้วซีย้อนกลับไปดูอีกที?”

หนิงอันครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบ “เรื่องนี้คงต้องรบกวนพวกเจ้าจริง ๆ ท้ายที่สุดแล้วเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมายถึงสี่นคร ยังไงเสียก็ต้องสืบให้กระจ่างทุกแง่ทุกมุม”

“แต่พวกเจ้าเพิ่งกลับมา พักสักคืนก่อน พรุ่งนี้ค่อยไป”

เย่ชิวคิดดูแล้วก็เห็นว่าเป็นโอกาสเหมาะจะช่วยต่ออายุให้หลินเสี่ยวเหนียวกับม่อเทียนจี จึงรับปากทันที

“เรื่องสี่นครนั้น ข้าจะให้พี่รองไปดูให้ก่อน”

หนิงอันพูดจบก็สั่งลุงจูว่า “ลุงจู รีบไปส่งคำสั่งถึงอู่เชียนฟาน ให้เขานำองครักษ์ประจำวังไปสืบที่แนวหน้า หากพบอะไรผิดปกติ ให้รายงานทันที”

“บอกเขาด้วยว่า ต้องระวังตัวให้มาก”

“รับ!” ลุงจูรับคำแล้วรีบออกไปส่งคำสั่ง

หนิงอันเหลือบมองเด็กหญิงอีกครั้ง ส่งเสียงลับถึงเย่ชิวว่า “ในเมื่อเด็กคนนี้รอดจากเมืองหลิงอินมาได้ นางย่อมต้องรู้อะไรบางอย่าง ดูท่าแล้วตอนนี้นางเชื่อใจเจ้าเพียงคนเดียว เจ้าต้องหาทางง้างปากนางให้ได้”

เย่ชิวพยักหน้าเล็กน้อย ถามว่า “ลุงหลินอยู่ที่ไหน?”

“เขาพักอยู่ที่ห้องเกียรติทรัพย์” หนิงอันตอบ

เย่ชิวว่า “เวลาคับขัน ข้าไม่ขออยู่ที่นี่นาน ข้าขอกลับห้องเกียรติทรัพย์ก่อน”

“ได้” หนิงอันพอรู้ว่าเย่ชิวจะไปทำอะไร จึงไม่รั้งไว้

จางเหมยเจินเหรินกับพวกกล่าวลาหนิงอัน แล้วเดินตามเย่ชิวออกไป

เท้าเย่ชิวเพิ่งก้าวพ้นประตูห้องพระอักษร เสียงส่งเสียงลับของหนิงอันก็ดังขึ้นข้างหูเขา “คืนนี้ข้าจะรอเจ้านะ”

นางไม่เพียงบริหารกิจการของห้องเกียรติทรัพย์ได้เป็นระเบียบเรียบร้อยเท่านั้น ยังขยายมันจนกลายเป็นจักรวรรดิเชิงพาณิชย์ที่เลื่องชื่อไปทั่วทั้งจงโจว กระทั่งในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรทั้งหมด

“แต่ก็ยังมีจุดที่ไม่สมบูรณ์อยู่อย่างหนึ่งนะ”

หลินต้าหนiaoว่า “สิงโตหินคู่นั่น ถ้าเปลี่ยนเป็นสัตว์วิเศษสักคู่ จะดูทรงอำนาจกว่านี้อีก”

“ไม่ต้องให้เจ้าพูดหรอก!” อยู่ ๆ เสียงหนึ่งก็ดังมาจากชั้นสอง

เย่ชิวเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นหลินเสี่ยวเหนียวกลิ้งตัวลงมาราวลูกบอลเนื้อ ระหว่างลงบันไดก็พูดว่า “ข้าเขียนจดหมายกลับบ้านไปนานแล้ว ให้ท่านปู่ส่งสิงโตทองคำเก้าหัวคู่นั้นมาที่นี่ ช่วยน้องเย่เฝ้าห้องเกียรติทรัพย์”

“จริงเหรอเนี่ย?” หลินต้าหนiaoร้องลั่น “สิงโตทองคำเก้าหัวคู่นั้นมีสายเลือดสัตว์ศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ เป็นของวิเศษที่ท่านปู่หวงที่สุด ปกติก็ไม่ให้ข้าขี่เลย”

“ทำไมเขาจะไม่ให้เจ้าขี่ล่ะ ตัวเจ้าเองไม่รู้ตัวเลยหรือไง แค่ดูน้ำหนักเจ้าก็พอแล้ว ถ้าไปนั่งบนสิงโตเก้าหัวแล้วมันแบนขึ้นมาจะทำยังไง เอ๊ะ...” หลินเสี่ยวเหนียวอุทานขึ้นมาทันใด ถามว่า “ลูกชาย ทำไมพลังบำเพ็ญเพียรของเจ้าถึงเพิ่มเร็วขนาดนี้?”

“แหะ ๆ ตกใจล่ะสิ?” หลินต้าหนiaoหัวเราะหึ ๆ

“สมกับเป็นลูกข้าเลยนะ ถอดแบบข้ามาทุกอย่าง” หลินเสี่ยวเหนียวหัวเราะจนตาหยี แล้วหันไปถามเย่ชิวว่า “เสี่ยวเย่ พวกเจ้ากลับมาเร็วขนาดนี้ ดูท่าว่าการเดินทางครั้งนี้ราบรื่นใช่ไหม?”

เย่ชิวหัวเราะตอบ “ราบรื่นดี”

ดวงตาหลินเสี่ยวเหนียวสว่างวาบ “ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าพวกเจ้าได้รากวิญญาณแห่งสวรรค์และโลกมาแล้วงั้นสิ?”

“รากวิญญาณแห่งสวรรค์และโลกข้าไม่ได้เอากลับมา แต่มีวิธีช่วยท่านได้” เย่ชิวว่า “ลุงหลิน เทียนจี พวกท่านไปหาที่เงียบ ๆ รอก่อน เดี๋ยวข้าตามไปช่วยต่ออายุให้ พูดถึงแล้ว เซียวเซียวล่ะ?”

หลินเสี่ยวเหนียวว่า “คุณหนูหนานกงคงอยู่ในห้องแหละ”

“ข้าขึ้นไปดูหน่อยแล้วกัน” เย่ชิวพูดจบ ก็พาเด็กหญิงสกปรกมอมแมมคนนั้นพุ่งตรงไปยังชั้นบนสุด

พอมาถึงชั้นบนสุด เย่ชิวกวาดตามองเพียงแว่บเดียวก็หาห้องของหนานกงเซียวเซียวเจอ แล้วผลักประตูเข้าไป

เสี้ยววินาทีถัดมา ร่างอ่อนนุ่มหอมกรุ่นก็พุ่งเข้ามาซบในอ้อมอกเขา พร้อมกับเสียงหวานเย้ายวนว่า “หอมไหม?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ