เข้าสู่ระบบผ่าน

วิสารทแพทย์เทวัญ นิยาย บท 2938

คำพูดของท่านผู้สูงศักดิ์ทำเอาเย่ชิวกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ถึงกับชะงัก โดยเฉพาะเย่ชิวที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“บรรพชนของผม?” เย่ชิวถามอย่างไม่อยากเชื่อ “ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านหมายถึงเย่เจียเหล่าจู่อย่างนั้นหรือ?”

ท่านผู้สูงศักดิ์พยักหน้า แววตาใสแจ่มราวสายน้ำนั้นแวบผ่านด้วยอารมณ์ซับซ้อน เอ่ยว่า “ใช่แล้ว ก็เย่เจียเหล่าจู่ของพวกเจ้านั่นแหละ!”

เย่ชิวได้ยินแล้ว ใจปั่นป่วนดุจคลื่นพายุ

จากหลักฐานต่าง ๆ ที่เคยเห็นมา แทบจะแน่ชัดแล้วว่าเย่เจียเหล่าจู่ของเย่เจียนั้นสิบมีแปดว่ามาจากเผ่าทวยเทพนอกโลกในตำนาน อีกทั้งจากสายเลือดสืบทอด/มรดกวิชาที่เย่เจียเหล่าจู่ทิ้งไว้ให้เขา ก็ยิ่งยืนยันได้ว่า ครั้งหนึ่งเย่เจียเหล่าจู่เคยเป็นจอม霸ครองดินแดนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย

ทว่าท่านปู่ใหญ่หวงจินนั้นเป็นบุคคลเมื่อหมื่น ๆ ปีที่นับไม่ถ้วนก่อน จะไปเกี่ยวข้องอะไรกับท่านผู้สูงศักดิ์ได้อย่างไร?

แถมเมื่อครู่ท่านผู้สูงศักดิ์ยังบอกเองว่า นางคือคนแรกที่ปรากฏตัวในเขตต้องห้ามแห่งชีวิต ถ้านางเคยมีความเกี่ยวพันกับท่านปู่ใหญ่หวงจิน นั่นไม่เท่ากับว่าท่านปู่ใหญ่หวงจินก็เคยมาเขตต้องห้ามแห่งชีวิตด้วยหรือ?

นี่มัน...

เป็นไปได้ยังไงกัน?

ราวกับมองทะลุความสงสัยในใจเย่ชิว ท่านผู้สูงศักดิ์เอ่ยช้า ๆ ว่า “ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้า เป็นคนที่พรสวรรค์ล้ำเลิศหาตัวจับยาก พรสวรรค์กับพลังของเขา เป็นสิ่งที่ข้าเคยเห็นว่าแข็งแกร่งที่สุด... ไม่สิ แข็งแกร่งเป็นอันดับสอง”

“ยังมีอีกคนที่แกร่งกว่าเขา”

เมื่อพูดถึงตรงนี้ บนใบหน้าเยาว์วัยของท่านผู้สูงศักดิ์ก็ฉายแววหวาดหวั่น เหมือนเกรงกลัวคนผู้นั้นอย่างยิ่ง

เย่ชิวอดสงสัยไม่ได้ ยังมีผู้ใดกันแน่ที่ทำให้ท่านผู้สูงศักดิ์ถึงกับหวาดเกรงได้?

“ไม่ทราบว่าคนที่ท่านผู้สูงศักดิ์พูดถึงคือผู้ใดหรือ?” เย่ชิวถาม

“คนผู้นั้นไม่พูดถึงจะดีกว่า ข้าเชื่อว่าสักวันหนึ่งเจ้าจะได้พบเขาเอง เอาไว้พูดถึงท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าดีกว่า!” ท่านผู้สูงศักดิ์ว่า “ตอนที่ข้ารู้จักเขา เขากำลังหลบหนีเอาชีวิตรอดอยู่”

ในใจเย่ชิวสั่นสะท้าน อย่างนี้เท่ากับว่าท่านผู้สูงศักดิ์อยู่ร่วมยุคกับท่านปู่ใหญ่หวงจินอย่างนั้นหรือ?

แล้วนางมีอายุเท่าไรกันแน่?

นึกไม่ออกเลยจริง ๆ

ท่านผู้สูงศักดิ์พูดต่อ “ตอนนั้นข้าเองก็กำลังหนีตายอยู่เช่นกัน เป็นท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าที่ช่วยข้าไว้”

“แรกเริ่มข้านึกว่า เขาช่วยข้าเพื่อหวังร้ายเสียอีก ใครจะคิดว่าเขากลับดีกับข้ายิ่งนัก ปฏิบัติกับข้าเหมือนน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง”

“เราสองคนตระเวนไปมาหลายแห่ง สุดท้ายก็มาถึงที่นี่ เขตต้องห้ามแห่งชีวิตแห่งนี้ ก็คือสิ่งที่ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าเป็นผู้เปิดขึ้น”

“อะไรนะ!”

เย่ชิวถึงกับตกตะลึงเป็นพัก ๆ

นึกไม่ถึงเลยว่าเขตต้องห้ามแห่งชีวิตจะเป็นผลงานของท่านปู่ใหญ่หวงจิน

ท่านผู้สูงศักดิ์กล่าวต่อ “ต่อมา ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าบอกว่ายังมีบางเรื่องที่ยังสะสางไม่เสร็จ ต้องไปจัดการ ตอนจะจากไป เขาเปิดเขตต้องห้ามแห่งชีวิตนี้ขึ้น แล้วให้ข้าอยู่ที่นี่รอเขา”

“ใครจะรู้ว่าเพียงจากไปครานั้น ก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย”

“ถ้ารู้แบบนี้นะ ตอนนั้นไม่ว่าจะยังไงข้าก็น่าจะฝืนตามเขาไปด้วย รอมาหลายปีนักก็ไม่เห็นเขาจะกลับมา ให้ตายเถอะน่าโมโหจริง ๆ”

กระนั้นถ้อยคำของท่านผู้สูงศักดิ์กลับไม่มีเค้าความเคียดแค้นเลยสักนิด หากเต็มไปด้วยความคิดถึงอาลัย

เย่ชิวลอบชำเลืองมองท่านผู้สูงศักดิ์ ในใจคิด... หรือว่านางจะหลงรักท่านปู่ใหญ่หวงจินเข้าแล้ว?

“ท่านผู้สูงศักดิ์ ท่านอยู่กับท่านปู่ใหญ่หวงจินนานเท่าไรหรือ?” เย่ชิวถาม

ท่านผู้สูงศักดิ์ตอบว่า “ถ้านับตั้งแต่พบกันครั้งแรก ข้าอยู่กับเขารวมหนึ่งแสนหนึ่งร้อยปี”

“หนึ่งแสนปีในนั้นใช้ไปกับการหนีตาย”

“อีกหนึ่งร้อยปี ก็อยู่ที่นี่”

“ข้าชอบอยู่กับเขามาก ข้าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากตัวเขา จะบอกว่าเขาเป็นอาจารย์ของข้าก็ว่าได้”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ใบหน้าท่านผู้สูงศักดิ์ก็ฉายแววระลึกถึง ราวกับจมดิ่งลงในห้วงความทรงจำอันลึกซึ้ง

เย่ชิวกับเซวียนหยวนหรงเอ๋อร์ฟังจนตะลึงงัน นึกไม่ถึงเลยว่าเย่เจียเหล่าจู่จะมีสายสัมพันธ์ลึกซึ้งกับท่านผู้สูงศักดิ์ถึงเพียงนี้

“แล้ว... แล้วหลังจากนั้นล่ะ?” เย่ชิวทนไม่ไหวต้องเอ่ยถาม

ท่านผู้สูงศักดิ์ถอนหายใจเบา ๆ เอ่ยว่า “หลังจากนั้น ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าก็หายสาบสูญไป ข้าหาเท่าไรก็หาเขาไม่พบอีกเลย”

“ก็เพราะอย่างนี้เอง ข้าถึงได้เปิดเขตต้องห้ามแห่งชีวิต อนุญาตให้คนนอกเข้ามาได้”

“หือ?” เย่ชิวงงเป็นไก่ตาแตก

ในใจคิด นี่มันของอะไรก็ไม่รู้ แล้วจะให้ผมถอดออกยังไงกัน?

“ในที่สุดข้าก็รอเจ้า เย่ฉางเซิง มาเสียที เร็วเข้า มาช่วยข้าถอดมงกุฎ” ท่านผู้สูงศักดิ์เร่งเร้า

เย่ชิวก้าวเข้าไปข้างหน้า มาหยุดยืนต่อหน้าท่านผู้สูงศักดิ์ เพ่งมองพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก็พบว่ามงกุฎนี้ดูธรรมดาอย่างยิ่ง ด้วยสายตาเปล่ามองไม่เห็นความพิสดารอะไรเลย

เขายกมือทั้งสองประคองมงกุฎแล้วลองยกเบา ๆ ทว่าเจ้ามงกุฎกลับไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

“หืม?” เย่ชิวถึงกับอึ้ง

ท่านผู้สูงศักดิ์ด่าอย่างหงุดหงิด “ไอ้โง่! ถ้ามันถอดง่ายขนาดนั้น จะต้องให้เจ้ามาช่วยทำไมกัน?”

เย่ชิวโดนด่าจนรู้สึกเก้อ ๆ เกียง ๆ เกายีผมถาม “ท่านผู้สูงศักดิ์ แล้วผมต้องทำยังไงถึงจะถอดมงกุฎนี่ออกได้ล่ะ?”

ท่านผู้สูงศักดิ์ค้อนใส่เขาหนึ่งที เอ่ยว่า “ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าไม่เคยบอกเจ้าไว้เลยหรือไง?”

เย่ชิวส่ายหน้า แสดงว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย

ในใจก็ยังบ่นพึมพำ ท่านปู่ใหญ่หวงจินทิ้งสายเลือดสืบทอด/มรดกวิชาไว้ให้เขามากมาย ยังไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องมงกุฎนี้สักคำ จะไม่ต้องพูดถึงวิธีถอดมันเลย

ท่านผู้สูงศักดิ์นิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนเอ่ย “ท่านปู่ใหญ่หวงจินของเจ้าไม่มีทางหลอกข้าแน่ เจ้าต้องมีวิธีช่วยข้าถอดมงกุฎนี้ได้ เย่ฉางเซิง เจ้าลองคิดดี ๆ ก่อน”

เย่ชิวหัวเราะแห้ง ๆ “ผมไม่มีเค้าลางอะไรเลยจริง ๆ ไม่รู้จะเริ่มคิดจากตรงไหนดี”

ท่านผู้สูงศักดิ์ว่า “งั้นก็ลองใช้ทุกวิถีทางที่เจ้ามีดูสิ”

“ได้ผลเหรอ?” เย่ชิวถามอย่างไม่แน่ใจ

“ได้ไม่ได้ลองดูก็รู้ เร็วเข้า” ท่านผู้สูงศักดิ์เร่งเร้า

ทันใดนั้น เย่ชิวก็เริ่มลองใช้ทุกวิชาที่ตนมี ใส่ลงบนร่างของท่านผู้สูงศักดิ์ทีละอย่าง

แต่ก็ยังไร้ปฏิกิริยาใด ๆ

ทว่าเมื่อเขาใช้คัมภีร์เทพ มงกุฎบนศีรษะของท่านผู้สูงศักดิ์ก็ฉับพลันเปล่งแสงทองคำเจิดจ้าออกมา...

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: วิสารทแพทย์เทวัญ