“นางยังไม่ได้แต่งงานหรือ?”
ความเหลือเชื่อวาบผ่านดวงตาซ่งเยี่ยนโจว
พวกซ่งรั่วเจินสบตากัน หลิ่วหรูเยียนยิ่งเงียบงันไม่เอ่ยวาจา
เหตุใดจึงไม่แต่งงาน พวกเขาคาดเดาในใจ เป็นไปได้มากว่าคงยังไม่ลืมซ่งเยี่ยนโจว
แต่คำพูดนี้...ก่อนหน้านี้พวกเขาคนไหนก็ไม่สะดวกจะเอ่ยออกมา ยิ่งรู้เรื่องนี้ก็ยิ่งรู้สึกผิดต่อลั่วชิงอิน
“พี่ใหญ่ ในเมื่อแม่นางลั่วยังไม่แต่งงาน ตอนนี้ท่านก็หย่าแล้ว ไม่อย่างนั้น...”
ความคิดของซ่งจืออวี้เรียบง่ายที่สุดแล้ว ทั้งไม่ได้ห่วงพะวงอะไรมากมาย อย่างไรเสียยามนี้คนทั้งสองล้วนแต่ไร้พันธะ ขอเพียงพวกเขายินดีก็ยังสามารถสานบุพเพได้อีกครั้ง
แต่เขายังพูดไม่จบก็ถูกซ่งเยี่ยนโจวตัดบทเสียก่อน
“อย่าพูดเหลวไหล!”
ซ่งเยี่ยนโจวลดสายตามองล่าง ขนตาทอดเงาจางๆ อำพรางแววตาของเขาเอาไว้ ทำให้มองความรู้สึกของเขาไม่ออก แต่สามารถสัมผัสได้ถึงความอ้างว้าง
“ตอนนี้ข้าอยู่ในสภาพนี้เสียแล้ว ยังจะคู่ควรกับนางอีกได้อย่างไร? อย่าพูดอะไรเหลวไหล จะทำให้นางเสื่อมเสียได้”
ซ่งจืออวี้พยักหน้า เข้าใจความกังวลของซ่งเยี่ยนโจว “พี่ใหญ่วางใจ ข้าแค่พูดที่บ้านเท่านั้น ไม่เอาไปพูดส่งเดชข้างนอกเด็ดขาด”
นี่เพิ่งจะหย่า หากมีคำพูดทำนองนี้ลือออกไป ชื่อเสียงของลั่วชิงอินจะต้องด่างพร้อยแน่นอน
“ข้าได้ยินว่าแม่นางลั่วยังไม่แต่งงานเพราะสองปีมานี้สุขภาพไม่สู้ดี ไม่รู้ว่าตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง” ซ่งอี้อันกล่าว
ซ่งเยี่ยนโจวอึ้งไป “นางสุขภาพไม่ดีหรือ?”
“เดิมทีเพียงแค่สุขภาพอ่อนแอ แต่สองปีมานี้อาการแย่ลงกว่าเดิม...”
ซ่งอี้อันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาพี่ใหญ่ของตนเองจึงกล่าวว่า “ข้าฟังจากท่านหมอที่รักษาข้ามาอีกที ไม่รู้ว่าตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง”
ซ่งเยี่ยนโจวกำหมัดแน่น ความละอายใจเข้มข้นกว่าเดิม ล้วนเป็นความผิดของเขา!
“เยี่ยนโจว เจ้าอย่าคิดมาก แม่กลับไปเป็นเพื่อนเจ้าก่อนก็แล้วกัน”
เวลานั้นความสนใจของทุกคนพุ่งไปที่พี่ใหญ่กับฝานซืออิ๋ง ไม่มีใครสังเกตว่าซ่งรั่วเจินทำอะไรอยู่
ตั้งแต่แรกนางก็เขียนสองแผ่น หลังจากบังคับให้ฝานเซี่ยงหรงประทับนิ้วมือแล้วก็แอบเก็บใบจริงเอาไว้ นำใบปลอมออกมาให้เฉียนชิวเซียง
“คิดไม่ถึงว่าพวกท่านยังมีไม้นี้อยู่ด้วย? หมายความว่าหลังจากนี้พวกเรายังสามารถทวงเงินคืนมาจากพวกนั้นได้อยู่น่ะสิ?” ซ่งจืออวี้นึกดีใจ
ซ่งรั่วเจินพยักหน้า “ใช้เงินของครอบครัวเราไปมากขนาดนั้น มีสิทธิ์อะไรไม่ใช้คืน? แต่ตอนนี้ยังไม่จำเป็นต้องรีบร้อน หลักฐานการยืมเงินนี้จะเก็บไว้ใช้ในโอกาสที่เหมาะสม”
“หมายความว่าอย่างไร?” ซ่งจืออวี้ถามอย่างสงสัย
ซ่งอี้อันหัวเราะเบาๆ “คนตระกูลฝานโลภมากเป็นสันดาน ไม่มีบ่อเงินบ่อทองแล้วจะสงบใจอยู่ได้อย่างไร?”
“พวกเขาจะต้องสร้างเรื่องมาแว้งกัดพวกเราอีกแน่นอน แล้วโยนความผิดทุกอย่างมาให้พวกเรา ถึงตอนนั้นหลักฐานการยืมเงินฉบับนี้ก็จะเป็นหลักฐานชั้นดี!”
ซ่งจืออวี้เข้าใจแล้ว คิดไม่ถึงว่าพี่รองกับน้องห้าจะคาดการณ์ทุกอย่างเอาไว้แล้ว
“หมายความว่า...พวกท่านไม่ได้ให้พี่ใหญ่ปลดภรรยาไปโดยตรงก็เพราะเรื่องนี้เองหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย ชีวิตนี้ข้าลิขิตเอง
ทำไมใไม่สามารถอ่านต่อได้ ทั้งที่เพพงเติมเหรียญ :(...
ทำไมยังไม่สามารถอ่านได้ ใช้ดหรียญไม่ได้...
ระบบเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้ว ทำไมไม่มีการติดจ่อกลับมา...
ทำไมอ่านต่อไม่ได้ เติมเงินแล้วก็ไม่ได้...
ทำไมใช้เหรียญไม่ได้...
ขอบคุณที่ให้อ่านฟรีนะคะ แต่การเติมเงินใช้เป็นเพียงบัตรเติมเงินเอไอเอสเท่านั้น...