“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าสาวใช้ของข้าถูกทุบตีจนได้รับบาดเจ็บ? เป็นเจ้าที่เห็นด้วยตาตัวเองหรือ? หรือว่าเจ้าทุบตีด้วยมือของตัวเอง?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์พูดอย่างจริงจังเมื่อเห็นว่าเขาตกหลุมพรางสำเร็จ
“ไม่ ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีน้อยรู้ตัวว่าเขาถูกหลอกเข้าแล้ว เลยตกใจมากจนหัวสมองขาวโพลน ไม่มีความสามารถไตร่ตรองแล้ว จึงเพียงพูดจาเหลวไหล “พระชายาอ๋องเจ็ดโกรธมาก พอโกรธจึงตัดนิ้วพวกบ่าวพ่ะย่ะค่ะ”
“นี่ไม่ประหลาดไปหน่อยหรือ? ข้าเพียงอยากจะเข้าไปในเรือนเท่านั้นเอง แต่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายที่รู้แน่ชัดว่าไม่สามารถลงโทษบ่าวรับใช้ได้ตามใจชอบ ข้าโกรธและตัดนิ้วของเจ้าออกโดยไร้เหตุผลงั้นหรือ? เป็นเจ้าที่โง่หรือเป็นข้าที่โง่?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าว
“คำโป้ปดมดเท็จของเจ้าเต็มไปด้วยช่องโหว่ ยังไม่ซื่อสัตย์และบอกทุกสิ่งที่รู้อีกหรือ? ต่อหน้าพระพักตร์เสด็จพ่อ ถ้าเจ้าโกหกก็เป็นการกระทำผิดฐานหลอกลวงฮ่องเต้ ถึงเวลานั้นก็ไม่มีใครช่วยเจ้าได้แล้ว!”
นางพูดอย่างมืดมน “หรือว่า...เจ้าอยากให้ข้าเอาเชือกนั้นออกมาก่อนถึงจะยอมรับความผิดหรือ? เจ้ารู้ไหมว่าโทษหลอกลวงฮ่องเต้ บวกกับการสังหารพระชายาคืออะไร? ไม่เพียงแต่เจ้าจะตาย แต่ครอบครัว ญาติ และเพื่อนของเจ้าก็จะได้รับผลกระทบจากเจ้าทั้งหมด”
“แน่นอน เจ้าก็จะไม่ตายง่าย ๆ หรอก ข้าจะให้เจ้าอดทนยอมรับความเจ็บปวดทั้งหมดแล้วค่อยตายอย่างน่าอนาถ มั่นใจได้เลยว่าการตายของเจ้าจะเป็นที่จดจำมิรู้ลืม”
ขันทีน้อยเดิมทีก็หวาดกลัวอยู่แล้ว เมื่อถูกนางกระตุ้นด้วยวาจา เขากลับคุกเข่าลงกับพื้นทันทีและโขกหัวอย่างแรง
“ฮ่องเต้โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย ฮ่องเต้โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย บ่าวสมควรตาย เป็นบ่าวที่ไม่รู้จักพระชายาอ๋องเจ็ด บ่าวคิดว่าเป็นเด็กรับใช้จากเรือนใดสักเรือนจึงลงมือกับพระชายาอ๋องเจ็ด บ่าวต้องการใช้เชือกรัดคอพระชายาอ๋องเจ็ดให้ตาย แล้วพระชายาอ๋องเจ็ดก็ตัดนิ้วของบ่าวออกเพื่อปกป้องชีวิตตนพ่ะย่ะค่ะ บ่าวไม่ตำหนิพระชายาอ๋องเจ็ด ฮ่องเต้ โปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วย พระชายาอ๋องเจ็ดโปรดไว้ชีวิตบ่าวด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
มู่เหยี่ยมองฉินเหยี่ยนเย่ว์ที่บังคับให้ขันทีน้อยบอกความจริงด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ นางจึงไม่สามารถนั่งนิ่งได้
“เสด็จพ่อ นางสมคบคิดกับบ่าวไพร่ที่คิดจะกอบโกยผลประโยชน์เข้าตนเอง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเท็จเพคะ ล้วนเป็นเท็จ” นางพูดด้วยสีหน้าร้ายกาจ “เสด็จพ่อ พระองค์ต้องทรงตัดสินให้หม่อมฉันนะเพคะ”
องค์ชายใหญ่ปิดปากมู่เหยี่ย ดวงตาของเขาเยียบเย็น
เด็กบ้าคนนี้ไร้สมองยิ่งนัก
“เสด็จพ่อเพคะ” ฉินเหยี่ยนเย่ว์เมินมู่เหยี่ยที่บ้าคลั่ง ท่าทางก็น่ายำเกรงไม่น้อย
“ลูกพูดความจริงทุกประการ มิได้โกหกแม้นครึ่งคำเพคะ โปรดรับสั่งให้ขันทีอีกคนมาเข้าเฝ้าด้วยเถิดเพคะ”
มีแสงเย็นระหว่างพระขนงของฮ่องเต้
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบสายพระเนตร

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน