“ยามค่ำเมื่อสี่วันก่อน พี่ซูของท่านมาที่จวนอ๋อง สาวใช้และแม่นมของนางเดินมาชนหม่อมฉัน จึงถูกหม่อมฉันสั่งสอนอย่างเข้มงวดไปยกหนึ่ง ในตอนนั้น สาวใช้ผู้นั้นถูกหม่อมฉันตบเสียจนโง่งม ส่วนแม่นมที่ผรุสวาทใส่หม่อมฉัน เกรงว่าลิ้นของนางคงจะเน่าไปเสียแล้วกระมัง” ฉินเหยี่ยนเย่ว์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
ซูเตี่ยนฉิงลอบร้องตะโกนในใจว่าแย่แล้ว
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย คิดดูแล้วคงมองทะลุกลอุบายของนางแล้วเป็นแน่
มิอาจปล่อยให้นางกล่าวต่อไปได้อีก
“องค์หญิง หญิงผู้นี้มากเล่ห์เพทุบาย นางจะต้องจงใจถ่วงเวลาออกไปอย่างแน่นอน ลงมือก่อนเป็นดีกว่า แม้ว่าจะไม่อาจแทงนางให้ตายได้ ก็ต้องทำร้ายให้นางเกือบตายให้ได้” น้ำเสียงอันอ่อนหวานของซูเตี่ยนฉิงกลับเจือด้วยความโหดเหี้ยมเป็นกลุ่มก้อน
“ซูเตี่ยนฉิง ไยเจ้าจึงร้อนตัวเสียเล่า? หรือว่าเจ้ากลัวว่าถ้าข้าพูดจนจบแล้ว มู่เหยี่ยจะฉีกทิ้งงคนเจ้าเล่ห์เช่นเจ้า?” ฉินเหยี่ยนเย่ว์ยังคงกล่าวยิ้ม ๆ “มู่เหยี่ย หม่อมฉันจะบอกท่านให้ว่า เย็นวันนั้น เพื่อเรียกร้องความสนใจจากท่านพี่เจ็ดของท่าน พี่ซูของท่านได้จงใจทาตุ่มแดงลงบนใบหน้าของนางเองแล้วมาใส่ร้ายหม่อมฉัน หม่อมฉันจึงราดน้ำเย็นลงบนศีรษะของนางช่วยนางล้างตุ่มแดงออกไปหนึ่งชาม
“นางจำต้องถูกลมหนาวพัดจนตัวแข็งเกือบครึ่งชั่วยามถึงจะสามารถกำจัดตุ่มแดงเหล่านั้นออกไปได้ คนทั่วไปอยู่ท่ามกลางอากาศหนาวนานเสียขนาดนั้น จะต้องเป็นหวัดอย่างรุนแรง หม่อมฉันสงสัยเป็นอย่างยิ่ง มู่เหยี่ย ท่านอยู่กับพี่ซูของท่านตั้งแต่เมื่อใด? ท่านกล้าพูดหรือไม่?”
สีหน้าของซูเตี่ยนฉิงแปรเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์เป็นอย่างยิ่ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์มองแผนการของนางทะลุอย่างที่คาดไว้ และกำลังชี้นำให้มู่เหยี่ยให้คิดไม่ดีต่อนาง
หากองค์หญิงมู่เหยี่ยรู้ว่าตนเองถูกหลอกใช้ประโยชน์แล้ว เพลิงโทสะนั้นอาจจะถูกนำมาจนถึงตัวนาง
“มีอะไรที่ข้าไม่กล้าพูด?” มู่เหยี่ยเชิดหน้า “เย็นวันนั้น...”
“องค์หญิง” ซูเตี่ยนฉิงตัดบทขององค์หญิงมู่เหยี่ย “อย่าถูกหลอก นางจงใจถ่วงเวลาเอาไว้ อย่าหลงกลนาง”
ฉินเหยี่ยนเย่ว์เห็นปฏิกิริยาของซูเตี่ยนฉิง พลันเข้าใจทันที ความคิดที่นางคาดเดาไว้นั้นถูกต้อง
ซูเตี่ยนฉิงคิดจะใช้มือของมู่เหยี่ยมากำจัดนาง
องค์หณิงมู่เหยี่ยเป็นตำแหน่งพิเศษ แม้จะสังหารชายาอ๋องเจ็ดเช่นนาง เพื่อที่จะรักษาความสัมพันธ์ของเป่ยลู่ให้มั่นคงแล้ว ฮ่องเต้ก็จะปิดตาลงหนึ่งข้างลงเช่นเคย
“และสิ่งที่หม่อมฉันคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจคือ ซูเตี่ยนฉิงเสียเปรียบที่หม่อมฉันเป็นอย่างยิ่ง ถูกน้ำเย็นรดจนมีไข้สูง ไม่รักษาตัวให้หายดี แต่กลับยืนกรานที่จะเข้าวังแล้วไปหมดสติอยู่ที่หน้าประตูวังของท่าน ท่านช่วยนางเอาไว้ แล้วบังเอิญได้ยินคำพูดที่หม่อมฉันต่อว่าท่านจากปากของนางพอดี บังเอิญ ช่างบังเอิญจริง ๆ โลกนี้มีเรื่องบังเอิญถึงเพียงนี้ด้วยหรือเพคะ?”
สีหน้าของซูเตี่ยนฉิงแปรเปลี่ยนเป็นอัปลักษณ์ยิ่ง
ฉินเหยี่ยนเย่ว์ผู้นี้ ทำให้นางแก้ปัญหาได้ยากเกินไปแล้ว พูดจารวบรัดไม่กี่คำก็ทำลายแผนการที่นางวางไว้ด้วยความประณีตจนหมดสิ้น
แม้มู่เหยี่ยจะไม่รอบคอบ ทว่านางไม่ได้ไร้สมอง
ตอนนี้ เกรงว่าจะเป็นเรื่องเลวร้ายไปเสียแล้ว
ในแววตานางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง สีหน้าค่อย ๆ โหดเหี้ยมขึ้นช้า ๆ
“มู่เหยี่ย อย่าไปฟังคำพูดยุแยงของนาง นางสามารถพลิกดำให้เป็นขาวได้ เป็นคนชั่วช้าที่หน้าซื่อใจคด หม่อมฉันจะแทงนางให้ตายเดี๋ยวนี้” ซูเตี่ยนฉิงชิงกระบี่ยาวในมือมู่เหยี่ย แล้วพุ่งเข้ามาหาฉินเหยี่ยนเย่ว์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ท่านอ๋องเย็นชาผู้คลั่งรักกับพระชายาหมอหญิงผู้อ่อนหวาน