ปิดเมืองสิบเจ็ดวัน
ในที่สุดฉางหลานฟู้ก็กลับมาแล้ว
“อาจารย์ เล่ากันว่าเทพยุทธ์เจิ้นอวี้กับเทพยุทธ์เสี้ยวเทียนหาเย่เหยียนเจอแล้ว เมืองที่เย่เหยียนอยู่ราบเป็นหน้ากอง แต่กลับไม่รู้ร่องรอยของเย่เหยียนเลย…ตอนนี้สองเทพยุทธ์เร่งรีบมาที่เมืองหลงซินแล้ว”
ด้านในห้องเข้าฌาน ฉางหลานฟู้พูดกับหลินหยางด้วยความเคารพ
“ใช่เหรอ?”
หลินหยางลุกขึ้นช้าๆ เขากำลังถอนเข็มที่ฝังลงบนศพสองศพที่อยู่ตรงหน้าออก
“ดูเหมือนเวลาที่ให้ผมไม่เยอะแล้ว”
“อาจารย์ เย่เหยียนต้องพูดอะไรแน่นอน สองเทพยุทธ์ถึงได้พุ่งเป้ามาทางพวกเรา พวกเราควรจะรับมือยังไงดี?”
ฉางหลานฟู้พูดอย่างระมัดระวัง น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตึงเครียด
สองเทพนี้คือเทพยุทธ์ผู้อาวุโสสูงสุด คนธรรมดาไม่สามารถต้านทานได้
จุดประสงค์ที่พวกเขามาเมืองหลงซินชัดเจนมาก ชัดเจนว่ามุ่งหน้ามาหาหลินหยาง
“ไม่ต้องกังวลใจ เดี๋ยวจะมีคนช่วยพวกเราจัดการ”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“มีคนช่วยพวกเราจัดการเหรอ?”
ฉางหลานฟู้ชะงักงัน
และแล้วเวลานี้ จิ่วอวี้ก็สาวเท้าก้าวเดินเข้ามา
“ท่าน คนของอาคารมอบรางวัลนำจับรอท่านอยู่ชั้นบนสุดแล้ว ตอนนี้ท่านมีเวลาว่างไหม?”
จิ่วอวี้พูดด้วยความเคารพ
“ไปกันเถอะ”
หลินหยางลุกขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า: “พวกคุณยกศพสองศพนี้ไปให้ผมหน่อย”
พอได้ฟังคำพูดนี้ ฉางหลานฟู้หายใจติดขัด เข้าใจขึ้นมาทันที
“อาจารย์ ท่านคิดจะ…”
ฉานหลางฟู้พูดด้วยความมึนงง
หลินหยางยิ้ม ไม่พูดอะไรอีก เขาเดินออกจากห้องเข้าฌานไปทันที
ฉางหลานฟู้นิ่งอยู่สักพักหนึ่ง จากนั้นกระทืบเท้าสีหน้าอาลัยอาวรณ์เสียดายขึ้นมา
“คุณชายฉางหลาน คุณเป็นอะไรเหรอ?”
จิ่วอวี้ถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อาจารย์คิดจะมอบสองศพนี้ให้กับอาคารมอบรางวัลนำจับใช่ไหม? น่าเสียดาย! น่าเสียดายมาก!”
ฉางหลานฟู้กลืนไม่เข้าคายไม่ออกพูดขึ้น
“ท่านมีความคิดของท่าน พวกเราควบคุมไม่ได้ เชื่อฟังท่านเถอะ!”
จิ่วอวี้ยิ้มเจื่อนๆ แต่นัยน์ตาก็มีความจนปัญญาแฉลบผ่าน
ทั้งสองคนทอดถอนหายใจ จากนั้นตามหลินหยางไป
อาคารมอบรางวัลนำจับชั้นห้าสิบห้า
ที่นี่คือชั้นที่สูงอันดับสองของอาคารมอบรางวัลนำจับ
ขึ้นมาบนชั้นห้าสิบก็สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทั้งเมืองหลงซินแล้ว ส่วนชั้นห้าสิบห้ายิ่งสามารถมองเห็นทิวทัศน์แบบพาโนรามาทั้งเมืองหลงซิน
ชั้นห้าสิบห้าเป็นห้องประชุมโดยเฉพาะ
เมื่ออาคารมอบรางวัลนำจับเจอประเด็นใหญ่ๆถึงจะเอาคนระดับสูงของอาคารมอบรางวัลนำจับมาประชุมที่นี่
เวลานี้ ภายในห้องประชุมมีคนตำแหน่งสูงๆนั่งอยู่เต็มไปหมด
ประมาณเกือบร้อยคนได้
ผู้จัดการอย่างเถาเฉิงก็อยู่ แต่เขาได้นั่งเพียงบริเวณใกล้ทางเข้าแถวประตู
“เถาเฉิง คนล่ะ?”
ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่นั่งอยู่ตำแหน่งข้างหน้าขมวดคิ้วเป็นปมถามเถาเฉิงด้วยน้ำเสียงอึมครึม
“ท่านเหยา ใจเย็นอย่ารีบร้อน เดี๋ยวท่านหลินก็มาถึงแล้ว!”
เถาเฉิงยิ้มและพูดขึ้น
“เดี๋ยวก็มาถึงแล้ว? หึ เถาเฉิง คุณพูดว่าต้องใช้ข้อกำหนดกฏเกณฑ์สูงสุดต้อนรับคุณหลินผู้นั้น พวกเราเห็นแก่ความซื่อสัตย์ของคุณ ถึงได้เรียกทุกคนมาประชุม แต่เขากลับเบี้ยว ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? เถาเฉิง คุณคงไม่ใช่ปล่อยให้เขาหลอกพวกเราใช่ไหม?”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนด้วยความหงุดหงิด เหมือนจะนั่งไม่ติดแล้ว
เถาเฉิงเหงื่อไหลอาบ ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน
แต่แล้วเวลานี้ จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากประตูทางเข้า
“ทำไม? พวกคุณรอไม่ไหวแล้วเหรอ? ถ้าเป็นแบบนี้ ผมว่าการประชุมครั้งนี้ไม่จำเป็นประชุมแล้วล่ะ!”
ทุกคนชะงักงัน ทยอยมองไป
สิ่งที่เห็นคือหลินหยางเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว
สายตาจำนวนมองมองไปที่เขา
เขาเองก็ไม่เกรงใจ นั่งลงที่ตำแหน่งของประธานอาคารทันที
หลินหยางมองไปทางเข้าประตู
เขาเห็นเงาร่างหนึ่งมีหนวดเคราแพะยืนอยู่หน้าห้องประชุม
คนผู้นี้มองภายนอกเหมือนอายุหกสิบกว่าปี แต่มองอายุกระดูก คิดไม่ถึงว่าจะมีอายุสามกว่าร้อยปีแล้ว
หลินหยางตกตะลึง
ถึงแม้ว่าทักษะการแพทย์ของชีพจรมังกรใต้ดินจะยอดเยี่ยมล้ำเลิศ แต่สามารถทำให้คนมีอายุยืนยาวถึงสามร้อยกว่าปีได้ ถือว่าเป็นเรื่องยาก
คนที่มามองหลินหยางด้วยท่าทีสงบราบเรียบ เขาเหมือนกำลังพิจารณาอยู่ หลังจากนั้นพยักหน้าไปมา พุ่งเดินตรงมาทางหลินหยางทันที และช่วงเวลาที่เดินเข้ามาก็มีคนมายืนคารวะด้วย
“คุณหลิน ผมรอคอยที่จะพบคุณมานานแล้ว ผมคือรองประธานเติ้งหม่าวของอาคารมอบรางวัลนำจับ ยินดีที่ได้รู้จัก กรุณาช่วยชี้แนะด้วยนะครับ!”
“รองประธานเติ้งเกรงใจแล้ว!”
หลอนหยางก็ลุกขึ้นยืนทำความเคารพ
คนอื่นให้เกียรติ แน่นอนว่าหลินหยางก็เสแสร้งแสดงเป็น แต่ถ้าคนอื่นหยิ่งยโส ไม่เห็นหัวตัวเอง หลินหยางเองก็ขี้เกียจจะสนใจ
“คุณหลิน ลูกน้องของผมไม่รู้เรื่อง หลบหลู่คุณ โปรดเห็นใจและให้อภัยด้วย!”
เติ้งหม่าวยิ้ม จากนั้นตะโกนบอกกับคนระดับสูงคนนั้นของอาคารมอบรางวัลนำจับว่า: “หวังเหยี่ยน! คุณไม่รู้ว่าคุณหลินเป็นแขกพิเศษของอาคารมอบรางวัลนำจับของผมเหรอ? ทำไมทำให้แขกลำบากใจ?”
“รองประธาน? ผม…”
คนที่ชื่อหวังเยี่ยนอ้าปากเผยอ ไม่รู้ว่าควรจะตอบยังไงดี
“รีบขอโทษคุณหลินเดี๋ยวนี้!”
“คือ…”
หวังเยี่ยนพูดไม่ออก สุดท้ายทำได้เพียงก้มหน้า แล้วพูดว่า: “คุณหลิน ผมบุ่มบ่าม ไม่มีมารยาท โปรดให้อภัยด้วย…”
“เรื่องเล็ก นั่งลงคุยกันเถอะ”
หลินหยางไม่คิดเล็กคิดน้อย โบกมือไปมา
เติ้งหม่าวนั่งแถวแรกที่มีที่นั่งว่าง มองหลินหยางอย่างสงบ
เมื่อเห็นท่าทางนี้ หลินหยางก็เข้าใจท่าทีของอาคารมอบรางวัลนำจับทันที
หลินหยางพยักหน้าเงียบๆ เอ่ยปากพูดขึ้นมาตรงๆว่า: “ทุกท่าน ผมคิดว่าอาคารมอบรางวัลนำจับของพวกคุณ น่าจะได้รับข่าวแล้วใช่ไหม?”
“คุณหลินหมายถึงข่าวสารอะไรเหรอ?”
เติ้งหม่าวถามขึ้น
“เทพยุทธ์…มาจู่โจม!”
หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...