เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3692

สถาณการณ์ตอนนี้วุ่นวาย

เทพยุทธ์อั้นเทียนเริ่มขยับเเขนทั้งสี่ของเขาท่ามกลางกลุ่มผู้คน และปลุกวิญญาณที่ชั่วร้ายออกมาจากนั้นเริ่มการต่อสู้ขึ้นอย่าบ้าคลั่ง

ตอนนี้ตัวเขา้แ็นเหมือนเครื่องบดเนื้อเคลื่อนที่ที่กำลังพุ่งเข้าโจมตีกลุ่มคน

ใครที่เข้าใกล้เขาต้องถูกบดเป็นชิ้นละเอียด

ถึงเเม้ว่าจะมีคนที่แอบโจมตีเขาจากทางด้านหลังแต่ก็ไม่สามารถโจมตีได้สำเร็จ ประหนึ่งว่าเทพยุทธ์อั้นเทียนมีตาอยู่ด้านหลังและเขาก็รู้ทุกการเคลื่อนไหวทุกอย่าง

เทพยุทธ์ฉางหลานได้เเต่ต้องมองขึ้นไปยนท้องฟ้าแต่เขาก็ยังไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้นี้

คนพวกนี้ไม่สนใจว่าจะอยู่หรือจะตาย

ที่เขาสนใจคือความเเข็งเเกร่งของเทพยุทธ์อั้นเทียน

ขอเพียงเเค่ความเเข็งแกร่งของเทพยุทธ์อั้นเทียนนั้นลดลงไปกว่าครึ่ง เขาก็จะสามารถที่จะโจมตีได้อย่างเต็มที่

เขาสัญญาแน่นอนเเล้วว่าจะสังหารเทพยุทธ์อั้นเทียน เเละสิ่งของทุกสิ่งที่เป็นของเทพยุทธ์อั้นเทียนก็จะกลับคืนสู่คนๆนั้น

เเล้วถ้าหากว่าเป็นเขาเองที่เป็นคนลงมือสังหารเองล่ะ?

เขาจะไม่ยอมมอบตำเเหน่งเทพเเห่งสงครามให้กับคนอื่นโดยเด็ดขาด!

และอย่างไรก็ตามโอกาสนี้ มันจะกำหนดเลยว่าใครจะได้เป็นเจ้าเเห่งชีพจรมังกรใต้ดิน!

เทพยุทธ์ฉางหลานเฝ้ามองไปบนท้องฟ้า

บนภูเขาที่ห่างไกล เย่เหยียนเเละอั้นหมิงเยว่ก็กำลงัเฝ้าดูอยู่เช่นกัน

“พี่เย่ ตอนนี้พ่อของฉันกำลังถูกล้อมอยู่ ต้องรีบไปสนับสนุนโดยทันที!”

อั้นหมิงเยว่รีบพูดเหมือนไฟรนพร้อมกับหอบหายใจเเรง

“ไม่จำเป็น ดูอยู่ตรงนี้ก็ได้”

เย่เหยียนกล่าว

“คอยดูอยู่ตรงนี้อย่างนั้นเหรอ? พ่อของฉันกำลังสู้อยู่กับเทพยุทธ์ไท่เทียนเเละสูญเสียพลังเเห่งสวรรค์ไปอย่างมหาศาล แล้วตอนนี้เทพยุทธ์ฉางหลานก็ล้อมโจมตีแล้ว เขาจะสามารถสู็กับคจมากมายขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”

อั้นหมิ้งเยว่กัดฟันพูดเเละข่มอารามณ์ที่กำลังพลุ่งพล่านในตอนนี้

“สูญเสียพลังเเห่งสวรรค์อย่างมหาศาลงั้นเหรอ?”

เย่เหยียนส่ายหัว “เขาไม่ได้พึ่งเเค่พลังเเห่งสวรรค์หรอกนะ!”

“อะไรนะ?”

“คอยดูไปเถอะ พ่อของเธอจะยิ่งเเข็งเเกร่งขึ้นอีกเมื่อได้ต่อสู้!”

เย่เหยียนพูดเสียงเรียบ

อั้นหมิงเยว่อ้าปากค้างเเต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา ใบหน้าเล็กๆก็ยังคงกังวลอยู่

เเละในขณะนี้เอง สายตาของเย่เหยียนเหมือนจะรับรู้ได้ถึงอะไรบางอย่างที่กำลังเคลื่อนไหว และมองไปทางโขดหินใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากสนามรบ

มีหลายคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น

และคนๆนั้นก็คือหลางหยาเเลพหลินหยาง

“ทำไมเขาถึงออกจากตำหนักมังกรได้ล่ะ?”

เย่เหยียนหอบหายใจถี่ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยและไม่อยากจะเชื่อ

“พี่เย่ นี่พี่กำลังพดอะไรอยู่เนี่ย?”

อั้นหมิงเยว่เริ่มสับสนเเละมองตามสายตาของเย่เหยียนที่กำลังจ้อมมองอะไรอยู่ และเธอเองก็มองไปที่หลินหยางเช่นกัน

“คนนั้นคือ…ชายที่นามสกุลหลิน? นี่เขาไม่ได้ตายอยู่ในตำหนักมังกรเหรอ?”

อั้นหมิงเยว่ตกใจ “เป็นแบบนี้ไปได้ยังไง?”

“ในสายตาของฉันทั้งเทพยุทธ์ไท่เทียนเเละเทพยุทธ์ฉางหลานไม่ได้มีภัยคุกคามมากนัก เเต่คนที่ทำให้รู้สึกว่าสูยเสียการควบคุมได้มาหที่สุดก็คือคนๆนี้!”

เย่เหยียนหรี่ตาลงเล็กน้อย

และเหมือนว่าจะรู้สึกถึงการจ้องมองของเย่เหยียน หลินหยางเองก็จ้องมองจากบนภูเขาสูงลงมาเช่นเดียวกัน

“เย่เหยียน?”

ลูกศิษย์ของหลินหยางมองไปเป็นทางเดียวกันพร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยไอสังหาร

แต่เขาก็ไม่ได้ลงมือ

สถาณการณ์ในตอนนี้โกลาหลมากไม่ใช่โอกาสที่ดีที่จะลงมือในสถาณการณ์แบบนี้

และยิ่งกว่านั้นคือด้วยระยะที่ไกลกันพอสมควร ทำให้เย่เหยียนไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ หากเขาจะหนีหลินหยางเองก็คงจะตามเขาได้ยากเช่นกัน

แต่ด้วยการปรากฏตัวของเย่เหยียนเเล้วทำให้หลินหยางค่อนข้างที่จะเเน่ใจเเล้ว

นั่นก็คือข่าวสารจากภูเขาปู้เยว ต้องเป็นเย่เหยียนเเน่ๆที่ตั้งใจเปิดเผยความลับ

จุดประสงค์ที่เเท้จริงก็คือดึงดูดความสนใจของเทพยุทธ์ไท่เทียนเเละเทพยุทธ์ฉางหลาน เพื่อที่จะสามารถยึดเลือดของเทพยุทธ์ทั้งสองมาได้

“ดูเหมือนว่าการล้อมโจมตีครั้งนี้จุดประสงค์คือพุ่งเป้าไปที่เทพยุทธ์ทั้งสอง”

หลางหยา เสวียนทงเเละใครอีกหลานคนไม่ใช่ผักปลา พวกเขาเองก็ชักดาบออกมาเช่นเดียวกัน สายตาของพวกเขาจ้องมองไปที่คนของตระกูลลิ่งหูหยู่ด้วยเเววตาที่เต็มไปด้วยความดุดัน

หลางหยาเเละพรรคพวกอีกหลายคนเป็นคนที่มีฝีมือและพลังที่แข็งแกร่งที่คอยติดตามเทพยุทธ์ไท่เทียนมาตลอดทั้งปี พวกเขาได้รับการชี้นำและนำทางจากเทพยุทธ์ไท่เทียน มีหรือว่าพวกคนตระกูลเหล่านี้จะสู้พวกเขาได้?

และทันทีที่ได้เผชิญหน้ากัน็ถูกพลังของหลางหยากดเอาไว้

ตระกูลลิ่งหูทุกคนต่างรู้สึกหายใจลำบากและเนื้อตัวเริ่มสั่นเทา

“หลางหยา! แกกล้าดียังไง! ฉันเป็นถึงลูกศิษย์ของเทพยุทธ์ไท่เทียน พวกเเกก็เป็นแค่หมารับฝช้ของท่านอาจารย์ แล้วแกกล้าดียังไงถึงกล้าจะเป็นศัตรูกับฉัน?”

ลิ่งหูหยู่คำรามด้วยความโกรธจัด และชี้ไปทางหลางหยาพร้อมกับคำด่าทอ

แน่นอนว่าเขารู้จักหลางหยา

เพราะว่าเทพยุทธ์ไท่เทียนก็เป็นอาจารย์ของเขา

เเต่เมื่อได้ฟังประโยคนี้หลินหยางถึงกับตากระตุกและจ้องมองไปที่ลิ่งหูหยู่ “แกพูดว่าอะไรนะ?”

ถึงแม้ว่าลิ่งหูหยู่จะทรุดลงนั่งกับพื้นพร้อมกับร่างกายที่สั่นเทาแต่เขากลับไม่ยอม อีกทั้งยังกัดฟันพูด “ฉันกำลังสั่งสอนหมารับใช้ของอางจารย์ เกี่ยวอะไรกับนายงั้นเหรอ?”

แต่เมื่อสิ้นคำพูดนั้น

เพี๊ยะ!

เสียงของฝ่ามือกระทบกับใบหน้า

มองไปที่ลิ่งหูหยู่ก็เห็นว่าเขาถึงกับเซถอยหลังพร้อมกับลูกตาที่เห็นดาวระยิบระยับ ส่วนใบหน้านั้นก็มีรอยประทับเป็นรอยฝ่ามือ

หญิงสาวชุดแดงรีบเข้าประคองลิ่งหูอยู่ทันที เเละเมื่อเธอเห็นสภาพของลิ่งหูหยู่ก็เลิกคิ้วมองด้วยความสมเพช

“หลางหยาเป็นพี่ชายที่ฉันเคารพ แกด่าเขาก็เหมือนด่าฉัน แล้วแกว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับฉันไหม?”

หลินหยางพูดด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก “แล้วอีกอย่างนะลิ่งหูหยู่ แกอย่าใช้คำว่าหมามาด่าคน เพราะว่าคนแบบนี้ก็เหมือนกับหมาขี้เรื้อนตัวหนึ่ง!”

“นี่…แกกล้าดูถูกฉันอย่างนั้นเหรอ?”

ลิ่งหูหยู่มองไปที่หลินหยางด้วยสายตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธ

“หรือว่ที่ฉันพูดมันไม่ถูกงั้นเหรอ? ท่านเทพยุทธ์ทั้งสองอบรมพร่ำสอนแก แต่แกก็ยังอยู่เท่านี้! แกคิดว่าแกมันไร้ประโยชน์ไหมล่ะ? แล้วยังมีหน้าบอกว่าตัวเองเป็นคนที่มีพรสวรรค์ที่สุดในชีพจรมังกรใต้ดินอีก แต่ในสายตาฉัน แกก็เป็นได้แค่คนที่ไร้ประโยชน์สำหรับชีพจรมังกรใต้ดินเท่านั้นเเหล่ะ!”

หลินหยางด่ากราดอย่างไม่เกรงใจ

และเมื่อสิ้นคำพูดนั้น ลิ่งหูหยู่ก็หน้าเขียวปัด เขาโกรธจนแทบจะระเบิด

ใครก็ไม่มีสิทธิ์และไม่มีคุณสมบัติมาว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์เด็ดขาด

แต่คนที่อยู่ตรงหน้า…กลับมีคุณสมบัติมากพอที่จะว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์จริงๆ!

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา