เข้าสู่ระบบผ่าน

สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา นิยาย บท 3548

ฮี่!

ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุตอนนี้ต่างพากันรู้สึกหายใจไม่ออก เเถมยังรู้สึกว่าหัวเริ่มชา

“นี่คืออะไร?”

“สัตว์…สัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?”

“โอ้พระเจ้า ใครมันจะผ่านเข้าไปได้ล่ะ?”

“เมื่อกี้เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ชักดาบออกมาได้ยังไงฉันเองก็ดูไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่…”

“ฉัน…ฉันจะไม่ฝืนบุกเข้าไปแล้ว!”

“เข้ามาได้ถึงระดับสองสำหรับฉันก็เพียงพอเเล้ว!”

หลายๆคนพากันตัวสั่นเเละถอยกรูดไปโดยอัตโนมัติ

และก็มีคนจ้องมองไปที่หลินหยาง

“นี่พี่ชาย ช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม?”

บาทหลวงท่านหนึ่งเดินเข้ามาหาหลินหยางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่าเเละเเห้งผาก

“ยาก”

หลินหยางส่ายหน้า “การป้องกันของสิ่งนี้ไม่ได้เเพ้เครื่องจักรสี่ราชาเมื่อกี้นี้เลย พลังของมันดูท่าเเล้วน่าจะมากกว่าเครื่องป้องกันสิบเท่า และยิ่งไปกว่านั้นฉันเองก็เคยพยายามต่อต้านการป้องกันของการป้องกันนี้มาก่อน สูญเสียพลังเเห่งสวรรค์ไปมากโขอยู่ ถ้าหากจะให้ฉันหยุดสัตว์ประหลาดนี้ เท่ากับว่าส่งฉันเข้าไปตาย!”

“เอ่อ…”

ทุกคนต่างพากันสิ้นหวัง

“แต่ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี”

หลินหยางพูดขึ้น

“วิธีอะไร?”

ทุกคนต่างพากันมาล้อมเเละจ้องหลินหยางด้วยสายตาที่เป็นประกาย

“ทุกท่าน พวกเราก็เห็นแล้วใช่ไหม? ผู้สืบทอดเทพเจ้าเเห่งสงคราม พวกเรามีกันหลายคนมากที่อยู่ที่นี่ พวกเขาต้องบุกเข้ามาชั้นที่สามอย่างเเน่นอน ในเมื่อเป็นเเบบนี้ พวกคุณเข้าไปพร้อมกับพวกเขาก็ได้เเล้ว!”

หลินหยางพูดพร้อมกับหัวเราะ

“ความหมายของคุณก็คือ รอให้พวกเขาต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เเล้วใช้จังหวะที่กำลังวุ่นวายนั้นบุกเข้าไปงั้นเหรอ?”

“ถูกต้อง”

“วิธีนี้ใช่ว่าเมื่อก่อนจะไม่มีคนเคยใช้ แต่ว่า…ถ้าหากว่าใช้วิธีนี้คุณอาจจะถูกบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นเกลียดเอาได้ เกรงว่าเข้าไปได้เเค่ระดับสาม อาจจะถูกพวกนั้นฆ๋าล้างเเค้นก็ได้!”

มีคนกล่าวด้วยความลำบากใจ

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก นั่นมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาเเล้ว ก่อนหน้านี้ชั้นสองคงมีคนไม่มากเท่าไหร่ แต่คราวนี้ คนที่จะเข้าไปชั้นที่สองมีนับร้อยคน ทุกคนจะบุกเข้าไปพร้อมกันเพื่อไปชั้นที่ดับสาม พอได้ของล้ำค่าเเล้วค่อยว่ากันทีหลัง หรือว่าทุกคนไม่อยากได้ของล้ำค่าที่อยู่ชั้นที่สามกันล่ะ?”

หลินหยางหรี่ตามองเเล้วพูด

หลังสิ้นคำพูดของหลินหยาง ทุกคนต่างพากันมีเเรงฮึดขึ้นมาทันที

ของล้ำค่าชั้นที่สาม…

ของล้ำค่าพวกนั้นจะดึงดูกความสนใจจากเทพเจ้าสงคราม!

และหากเทียบกับชั้นที่สองคือเทียบกันไม่ได้เลย

เเต่สำหรับคนเพวกนี้เเล้ว ของล้ำค่าชั้นที่สองนั้นก็มีค่ามากพอแล้ว

แล้วของล้ำค่าชั้นที่สามจะจัดอยู่ระดับที่เท่าไหร่กัน?

“ให้ตายสิ ทุ่มสุดตัว! เพื่อความรุ่งเรืองจะยอมบุกเข้าไป! ไหนๆก็มาถึงที่นี่เเล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก!”

“ถูกต้อง เราจะทุ่มสุดตัว!”

“พวกเราบุกเข้าไปพร้อมกันเลย! ของล้ำค่าชั้นที่สามกำลังรอเราอยู่นะ!”

“ใครก็ห้ามขี้ขลาดตาขาวเด็ดขาด!”

มีหลายคนที่ตัดสินใจกับความเสี่ยงครั้งนี้

แต่ก็มีหลายคนก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ พวกเขาเอาเเต่ยืนอยู่เงียบๆโดยไม่กล่าวอะไร

“ท่านผู้นี้ พวกเราควรรอใครลงมือก่อนค่อยตามเข้าไปสมทบด้วยกัน?”

ชายคนก่อนหน้านี้ชำเลืองมองไปที่เย่เหยียนจากนั้นจึงเอ่ยถาม

“ก็คงเป็นเขาเเล้วล่ะ!”

หลินหยางชี้ไปที่เย่เหยียน

“ฉันเองก็คิดเเบบนั้นเหมือนกัน!” ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับพยักหน้า “พลังของท่านเย่เหยียนน่าจะเเข็งเเกร่งที่สุดในบรรดาพวกเราเเล้วล่ะ มีเขาคอยเบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์ประหลาดไว้ จะทำให้สัตว์ประหลาดนั่นไม่สนใจพวกเรา!”

“เตรียมตัวลงมือเถอะ”

หลินหยางพูดเสียงต่ำเเล้วก้าวออกไป

ผู้ติดตามของเทพธิดาแห่งพิณเเละดาบต่างพากันฟังคำสั่ง

เมื่เห็นว่าหลินหยางถอนตัวออกจากกลุ่มคนเหล่านั้น พวกเขาเองก็พากันตามหลินหยางมาทันที

“สหายท่านนนี้ ทำไมคุณถึงช่วยคนพวกนี้? หากพวกเขาเข้าไปตอนที่เย่เหยียนกำลังลงมืออยู่ นั่นจะทำให้ส่งผลกับการโจมตีของเย่เหยียน แล้วถ้าเกิดว่าเย่เหยียนตามเช็คบิลกับคุณ นั่นก็เเปลว่าคุณจะเดือดร้อนไปด้วยน่ะสิ”

เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบกล่าว

“ไม่เป็นไร ถึงเย่เหยียนจะมาไล่บี้เช็คบิลกับฉัน ฉันก็ไม่กลัวหรอก ตอนนี้ฉันอยากเห็นพลังที่เเท้จริงของเย่เหยียนว่าเป็นยังไง”

หลินหยางพูดเสียงต่ำ

เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบได้ฟังดังนั้นก็เม้มริมฝีปากเเน่นและไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น

แต่ในขณะนั้นเอง ไอสังหารที่นับไม่ถ้วนได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น

เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบถึงกับตัวสั่น เธอมองไปด้านข้างและนั่นทำให้เธอหน้าถอดสีจนเห็นได้ชัด

“ท่าไม่ดีเเล้วสหาย! พวกเราต้องรีบหนี!”

หลินหยางชำเลืองมองไปด้านข้าง

กลับเห็นเงาของคนห้าคนที่แผ่กระจายไอสังหารที่น่ากลัวออกมา พร้อมกับเดินตรงมาหาพวกเขาทั้งคู่

คนทั้งห้าชักดาบที่เอวออกมา สายตาดุดันเต็มไปด้วยไอสังหารจ้องมองมาที่ทั้งคู่

นั่นก็คือยอดฝีมือของตำหนักฉางหลานนนั่นเอง!

“วิ่ง!”

ฉินเจี้ยนหนู่ไม่ลังเลที่จะคว้าหมับเข้าที่เเขนของหลินหยางเพื่อพาหลบหนี

“ตามไป!”

คนทั้งห้าของตำหนักฉางหลานรีบรุดตามไปทันที

“หืม ถูกไล่ล่าเเล้วงั้นเหรอ?”

เเละดูเหมือนว่าอั้นหมิงเยว่จะจับการเคลื่อไหวได้แล้ว เเละไม่รีรอที่จะตะโกนออกไป “ทำให้ให้เทพยุทธ์ฉางหลานไม่พอใจแล้วไม่พอ แถมยังกล้าหนีมาที่นี่อีก คิดว่าคนของตำหนักฉางหลานจะยอมถูกรังเเกง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?”

“เกิดอะไรขึ้รเหรอคะคุณหนู?”

เทพยุทธ์อั้นเทียนที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะถาม

“ไม่มีอะไร”

อั้นหมิงเยว่ส่ายหน้าแล้วหันกลับไปมองที่เย่เหยียนอีกครั้ง

“พอสมควรแล้วล่ะ”

เวลานี้ เย่เหยียนค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมกับยกเเขนทั้งสองข้างขึ้น

เกร๊ง!

ดาบยาวชางไป๋ลี่ก็ปรากฏขึ้น

หากดูดีๆจะเห็นว่าดาบเล่มนี้ทำมาจากกระดูก!

“คุณพร้อมที่จะลงมือเเล้วเหรอเย่เหยียน?”

อั้นหมิงเยว่วางมือลงบนดาบของตัวเอง จากนั้นหัวเราะในลำคอ “พวกเราก็เข้าไปพร้อมกัน!”

“ไม่ ฉันคนเดียวก็เพียงพอเเล้ว”

เย่เหยียนพูดเสียงต่ำ “คุณถือโอกาสนี้ช่วยฉันปล้นเเนวรบ”

อั้นหมิงเยว่ชะงักไป เพราะไม่เข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่นี้ จึงเอ่ยถามด้วยความฉงนสงสัยว่า “ปล้นเเนวรบอะไร?”

“ฉันรู้สึกว่าสายตาของหลายคนจับจองมาที่ตัวฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขากำลังสงสัยในการเคลื่อนไหวของฉัน คุณใช้โอกาศนี้ปล้นเเนวรบ ถ้าหากว่ามีใครเข้ามาเเทรกในระหว่างที่ฉันกำลังลงมือ ให้เธอจัดการฆ่ามันเเทนฉัน!”

“หืม พวกเขาจะกล้าขนาดนั้นเชียวเหรอ?”

อั้นหมิงเยว่หัวเราะเย็นและขมวดคิ้วเล้กน้อยและมองไปรอบๆ “เย่เหยียน ลงมือเลย ถ้าหากว่าใครกล้าฝ่าฝืนกฏเเละเข้าโจมตีคุณ ฉันจะจัดการเอง!”

รูปปั้นโจมตีไปยังหน้าออกเเละดาบของเขาทันที

แสงดาบที่น่ากลัวในเวลานี้ดูท่าว่าจะเเตกสลาย!

และในเวลาเดียวกันนั้นเอง

ก่อนถึงทางโค้งของอุโมงค์

หลินหยางที่ถูกฉินเจี้ยนหนู่ยังคงวิ่งหนี

“นี่สหาย คุณกำลังทำอะไรน่ะ? รีบหนีสิ!”

ฉินเจี้ยนหนู่ตะโกนขึ้นอย่างเร่งรีบ

“ไม่จำเป็นต้องหนี ในเมื่อคนพวกนี้เป็นคนของฉางหลาน กำจัดทิ้งก็สิ้นเรื่อง!”

หลินหยางพูดเสียงเรียบ

“นี่สหาย ทั้งห้าคนนั้นคือคนที่เทพยุทธ์ฉางหลานเลือกเเละฝึกเองกับมือนะ ถ้าหากว่าห้าคนนั้นโจมตีพร้อมๆกัน เกรงว่าถึงเเม้จะเป็นฉางหลานเองก็คงจะสู้ด้วยยาก! ทำไมคุณถึงได้ประมาทขนาดนี้?”

ฉีเจี้ยนหนู่พูดเหมือนไฟกำลังรนก้น

“ไม่กลัว”

หลินหยางส่ายหัวเบาๆ

ในขณะนี้เอง คนทั้งห้าก็โจมตีเข้ามาเเละร้อมทั้งคู่เอาไว้

“ดูซิว่าจะหนีไปทางไหน!”

หนึ่งในห้านนั้นตะโกนขึ้นพร้อมกับชักดาบออกมา พลังเเห่งสวรรค์เเผ่กระจายออกมาทั่วร่างของเขา

พลังมหาศาลของคนๆนี้ หากเทียบกับพลังของฉินเจี้ยนหนู่เเล้วนั้นมากกว่าเธอเป็นสิบๆเท่าของพลังเธอ

ฉินเจี้ยนหนู่หน้าซีดเผือด เธอสั่นไปทั่วร่างเเละสูญเสียการทรงตัว

“ข้อหาดูถูกเหยียดหยามเทพเจ้าเเห่งสงคราม พวกเเกสมควรตาย!”

“เก็บชีวิตที่เหลืออยู่เอาไว้เถอะ ฉันรอให้พวกเเกกลับไปรายงานเทพเจ้าเเห่งสงคราม!”

ทุกคนต่างพากันคำรามเสียงดังแต่ต้องการฆ่าคนตรงหน้าให้ตายคามือตอนนี้เลย

สีหน้าของหลินหยางไร้ความรู้สึกพร้อมกับยกดาบขึ้น

แต่ในขณะนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น

“ดูซิว่าใครกล้าลงมือ?”

ทันทีที่เสียงนั้นดังกร้าวขึ้น ทั้งห้าคนนั้นต่างพากันตะลึง

เเละเมื่อมองตามเสียงนั้นไป ก็เห็นฉางหลานฟู้ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าอุโมงค์

“คุณชายฟู้?”

สีหน้าของคนทั้งห้าเปลี่ยนไป

“ผมมาช้าเเล้วครับอาจารย์!”

ฉางหลานฟู้ค่อยๆวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาหลินหยางเเล้วโค้งคำนับ

“อาจารย์งั้นเหรอ?”

ฉินเจี้ยนหนู่ตะลึงจนอาปากค้าง

“ทำไมเพิ่งมา?”

หลินหยางมองไปทางฉางหลานฟู้เเล้วถามถ้วยความแปลกใจ

“ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของอาจารย์ครับ ก็เลยเดินอยู่รอบๆชั้นที่หนึ่งเเต่ก็ไม่เห็นอาจารย์ พอมาหาถึงชั้นที่สองก็มาได้จังหวะพอดีครับ!”

ฉางหลานฟู้กล่าวพร้อมหัวเราะเเห้งๆ

“ถือว่ามีน้ำใจอยู่”

หลินหยางพยักหน้า

“อาจารย์ครับ ไม่รู้ว่าฉางหลานเทียนเจวี๋ยอยู่ที่ไหน ผมรู้สึกว่าอาจารย์ไม่ควรอยู่ที่นี่นาน! ส่วนคนพวกนี้ส่งต่อให้ผมเอง ท่านรีบออกไปจากตำหนักมังกรเถอะครับ!”

ฉางหลานฟู้ชักดาบออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ

“ฉางหลานเทียนเจวี๋ยตายเเล้ว”

หลินหยางพูดขึ้นทันที

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา