ฮี่!
ทุกคนที่อยู่ในที่เกิดเหตุตอนนี้ต่างพากันรู้สึกหายใจไม่ออก เเถมยังรู้สึกว่าหัวเริ่มชา
“นี่คืออะไร?”
“สัตว์…สัตว์ประหลาดงั้นเหรอ?”
“โอ้พระเจ้า ใครมันจะผ่านเข้าไปได้ล่ะ?”
“เมื่อกี้เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ชักดาบออกมาได้ยังไงฉันเองก็ดูไม่ค่อยชัดสักเท่าไหร่…”
“ฉัน…ฉันจะไม่ฝืนบุกเข้าไปแล้ว!”
“เข้ามาได้ถึงระดับสองสำหรับฉันก็เพียงพอเเล้ว!”
หลายๆคนพากันตัวสั่นเเละถอยกรูดไปโดยอัตโนมัติ
และก็มีคนจ้องมองไปที่หลินหยาง
“นี่พี่ชาย ช่วยพวกเราหน่อยได้ไหม?”
บาทหลวงท่านหนึ่งเดินเข้ามาหาหลินหยางแล้วพูดด้วยน้ำเสียงต่าเเละเเห้งผาก
“ยาก”
หลินหยางส่ายหน้า “การป้องกันของสิ่งนี้ไม่ได้เเพ้เครื่องจักรสี่ราชาเมื่อกี้นี้เลย พลังของมันดูท่าเเล้วน่าจะมากกว่าเครื่องป้องกันสิบเท่า และยิ่งไปกว่านั้นฉันเองก็เคยพยายามต่อต้านการป้องกันของการป้องกันนี้มาก่อน สูญเสียพลังเเห่งสวรรค์ไปมากโขอยู่ ถ้าหากจะให้ฉันหยุดสัตว์ประหลาดนี้ เท่ากับว่าส่งฉันเข้าไปตาย!”
“เอ่อ…”
ทุกคนต่างพากันสิ้นหวัง
“แต่ ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีวิธี”
หลินหยางพูดขึ้น
“วิธีอะไร?”
ทุกคนต่างพากันมาล้อมเเละจ้องหลินหยางด้วยสายตาที่เป็นประกาย
“ทุกท่าน พวกเราก็เห็นแล้วใช่ไหม? ผู้สืบทอดเทพเจ้าเเห่งสงคราม พวกเรามีกันหลายคนมากที่อยู่ที่นี่ พวกเขาต้องบุกเข้ามาชั้นที่สามอย่างเเน่นอน ในเมื่อเป็นเเบบนี้ พวกคุณเข้าไปพร้อมกับพวกเขาก็ได้เเล้ว!”
หลินหยางพูดพร้อมกับหัวเราะ
“ความหมายของคุณก็คือ รอให้พวกเขาต่อสู้กับสัตว์ประหลาด เเล้วใช้จังหวะที่กำลังวุ่นวายนั้นบุกเข้าไปงั้นเหรอ?”
“ถูกต้อง”
“วิธีนี้ใช่ว่าเมื่อก่อนจะไม่มีคนเคยใช้ แต่ว่า…ถ้าหากว่าใช้วิธีนี้คุณอาจจะถูกบรรดาผู้ใหญ่เหล่านั้นเกลียดเอาได้ เกรงว่าเข้าไปได้เเค่ระดับสาม อาจจะถูกพวกนั้นฆ๋าล้างเเค้นก็ได้!”
มีคนกล่าวด้วยความลำบากใจ
“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก นั่นมันเป็นเรื่องที่ผ่านมาเเล้ว ก่อนหน้านี้ชั้นสองคงมีคนไม่มากเท่าไหร่ แต่คราวนี้ คนที่จะเข้าไปชั้นที่สองมีนับร้อยคน ทุกคนจะบุกเข้าไปพร้อมกันเพื่อไปชั้นที่ดับสาม พอได้ของล้ำค่าเเล้วค่อยว่ากันทีหลัง หรือว่าทุกคนไม่อยากได้ของล้ำค่าที่อยู่ชั้นที่สามกันล่ะ?”
หลินหยางหรี่ตามองเเล้วพูด
หลังสิ้นคำพูดของหลินหยาง ทุกคนต่างพากันมีเเรงฮึดขึ้นมาทันที
ของล้ำค่าชั้นที่สาม…
ของล้ำค่าพวกนั้นจะดึงดูกความสนใจจากเทพเจ้าสงคราม!
และหากเทียบกับชั้นที่สองคือเทียบกันไม่ได้เลย
เเต่สำหรับคนเพวกนี้เเล้ว ของล้ำค่าชั้นที่สองนั้นก็มีค่ามากพอแล้ว
แล้วของล้ำค่าชั้นที่สามจะจัดอยู่ระดับที่เท่าไหร่กัน?
“ให้ตายสิ ทุ่มสุดตัว! เพื่อความรุ่งเรืองจะยอมบุกเข้าไป! ไหนๆก็มาถึงที่นี่เเล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก!”
“ถูกต้อง เราจะทุ่มสุดตัว!”
“พวกเราบุกเข้าไปพร้อมกันเลย! ของล้ำค่าชั้นที่สามกำลังรอเราอยู่นะ!”
“ใครก็ห้ามขี้ขลาดตาขาวเด็ดขาด!”
มีหลายคนที่ตัดสินใจกับความเสี่ยงครั้งนี้
แต่ก็มีหลายคนก็ยังคงหวาดกลัวอยู่ พวกเขาเอาเเต่ยืนอยู่เงียบๆโดยไม่กล่าวอะไร
“ท่านผู้นี้ พวกเราควรรอใครลงมือก่อนค่อยตามเข้าไปสมทบด้วยกัน?”
ชายคนก่อนหน้านี้ชำเลืองมองไปที่เย่เหยียนจากนั้นจึงเอ่ยถาม
“ก็คงเป็นเขาเเล้วล่ะ!”
หลินหยางชี้ไปที่เย่เหยียน
“ฉันเองก็คิดเเบบนั้นเหมือนกัน!” ชายคนนั้นกล่าวพร้อมกับพยักหน้า “พลังของท่านเย่เหยียนน่าจะเเข็งเเกร่งที่สุดในบรรดาพวกเราเเล้วล่ะ มีเขาคอยเบี่ยงเบนความสนใจของสัตว์ประหลาดไว้ จะทำให้สัตว์ประหลาดนั่นไม่สนใจพวกเรา!”
“เตรียมตัวลงมือเถอะ”
หลินหยางพูดเสียงต่ำเเล้วก้าวออกไป
ผู้ติดตามของเทพธิดาแห่งพิณเเละดาบต่างพากันฟังคำสั่ง
เมื่เห็นว่าหลินหยางถอนตัวออกจากกลุ่มคนเหล่านั้น พวกเขาเองก็พากันตามหลินหยางมาทันที
“สหายท่านนนี้ ทำไมคุณถึงช่วยคนพวกนี้? หากพวกเขาเข้าไปตอนที่เย่เหยียนกำลังลงมืออยู่ นั่นจะทำให้ส่งผลกับการโจมตีของเย่เหยียน แล้วถ้าเกิดว่าเย่เหยียนตามเช็คบิลกับคุณ นั่นก็เเปลว่าคุณจะเดือดร้อนไปด้วยน่ะสิ”
เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบกล่าว
“ไม่เป็นไร ถึงเย่เหยียนจะมาไล่บี้เช็คบิลกับฉัน ฉันก็ไม่กลัวหรอก ตอนนี้ฉันอยากเห็นพลังที่เเท้จริงของเย่เหยียนว่าเป็นยังไง”
หลินหยางพูดเสียงต่ำ
เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบได้ฟังดังนั้นก็เม้มริมฝีปากเเน่นและไม่ได้พูดอะไรต่อจากนั้น
แต่ในขณะนั้นเอง ไอสังหารที่นับไม่ถ้วนได้ปกคลุมไปทั่วบริเวณนั้น
เทพธิดาเเห่งพิณเเละดาบถึงกับตัวสั่น เธอมองไปด้านข้างและนั่นทำให้เธอหน้าถอดสีจนเห็นได้ชัด
“ท่าไม่ดีเเล้วสหาย! พวกเราต้องรีบหนี!”
หลินหยางชำเลืองมองไปด้านข้าง
กลับเห็นเงาของคนห้าคนที่แผ่กระจายไอสังหารที่น่ากลัวออกมา พร้อมกับเดินตรงมาหาพวกเขาทั้งคู่
คนทั้งห้าชักดาบที่เอวออกมา สายตาดุดันเต็มไปด้วยไอสังหารจ้องมองมาที่ทั้งคู่
นั่นก็คือยอดฝีมือของตำหนักฉางหลานนนั่นเอง!
“วิ่ง!”
ฉินเจี้ยนหนู่ไม่ลังเลที่จะคว้าหมับเข้าที่เเขนของหลินหยางเพื่อพาหลบหนี
“ตามไป!”
คนทั้งห้าของตำหนักฉางหลานรีบรุดตามไปทันที
“หืม ถูกไล่ล่าเเล้วงั้นเหรอ?”
เเละดูเหมือนว่าอั้นหมิงเยว่จะจับการเคลื่อไหวได้แล้ว เเละไม่รีรอที่จะตะโกนออกไป “ทำให้ให้เทพยุทธ์ฉางหลานไม่พอใจแล้วไม่พอ แถมยังกล้าหนีมาที่นี่อีก คิดว่าคนของตำหนักฉางหลานจะยอมถูกรังเเกง่ายๆอย่างนั้นเหรอ?”
“เกิดอะไรขึ้รเหรอคะคุณหนู?”
เทพยุทธ์อั้นเทียนที่อยู่ข้างๆอดไม่ได้ที่จะถาม
“ไม่มีอะไร”
อั้นหมิงเยว่ส่ายหน้าแล้วหันกลับไปมองที่เย่เหยียนอีกครั้ง
“พอสมควรแล้วล่ะ”
เวลานี้ เย่เหยียนค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมกับยกเเขนทั้งสองข้างขึ้น
เกร๊ง!
ดาบยาวชางไป๋ลี่ก็ปรากฏขึ้น
หากดูดีๆจะเห็นว่าดาบเล่มนี้ทำมาจากกระดูก!
“คุณพร้อมที่จะลงมือเเล้วเหรอเย่เหยียน?”
อั้นหมิงเยว่วางมือลงบนดาบของตัวเอง จากนั้นหัวเราะในลำคอ “พวกเราก็เข้าไปพร้อมกัน!”
“ไม่ ฉันคนเดียวก็เพียงพอเเล้ว”
เย่เหยียนพูดเสียงต่ำ “คุณถือโอกาสนี้ช่วยฉันปล้นเเนวรบ”
อั้นหมิงเยว่ชะงักไป เพราะไม่เข้าใจความหมายของประโยคเมื่อครู่นี้ จึงเอ่ยถามด้วยความฉงนสงสัยว่า “ปล้นเเนวรบอะไร?”
“ฉันรู้สึกว่าสายตาของหลายคนจับจองมาที่ตัวฉัน ฉันไม่แน่ใจว่าพวกเขากำลังสงสัยในการเคลื่อนไหวของฉัน คุณใช้โอกาศนี้ปล้นเเนวรบ ถ้าหากว่ามีใครเข้ามาเเทรกในระหว่างที่ฉันกำลังลงมือ ให้เธอจัดการฆ่ามันเเทนฉัน!”
“หืม พวกเขาจะกล้าขนาดนั้นเชียวเหรอ?”
อั้นหมิงเยว่หัวเราะเย็นและขมวดคิ้วเล้กน้อยและมองไปรอบๆ “เย่เหยียน ลงมือเลย ถ้าหากว่าใครกล้าฝ่าฝืนกฏเเละเข้าโจมตีคุณ ฉันจะจัดการเอง!”
รูปปั้นโจมตีไปยังหน้าออกเเละดาบของเขาทันที
แสงดาบที่น่ากลัวในเวลานี้ดูท่าว่าจะเเตกสลาย!
และในเวลาเดียวกันนั้นเอง
ก่อนถึงทางโค้งของอุโมงค์
หลินหยางที่ถูกฉินเจี้ยนหนู่ยังคงวิ่งหนี
“นี่สหาย คุณกำลังทำอะไรน่ะ? รีบหนีสิ!”
ฉินเจี้ยนหนู่ตะโกนขึ้นอย่างเร่งรีบ
“ไม่จำเป็นต้องหนี ในเมื่อคนพวกนี้เป็นคนของฉางหลาน กำจัดทิ้งก็สิ้นเรื่อง!”
หลินหยางพูดเสียงเรียบ
“นี่สหาย ทั้งห้าคนนั้นคือคนที่เทพยุทธ์ฉางหลานเลือกเเละฝึกเองกับมือนะ ถ้าหากว่าห้าคนนั้นโจมตีพร้อมๆกัน เกรงว่าถึงเเม้จะเป็นฉางหลานเองก็คงจะสู้ด้วยยาก! ทำไมคุณถึงได้ประมาทขนาดนี้?”
ฉีเจี้ยนหนู่พูดเหมือนไฟกำลังรนก้น
“ไม่กลัว”
หลินหยางส่ายหัวเบาๆ
ในขณะนี้เอง คนทั้งห้าก็โจมตีเข้ามาเเละร้อมทั้งคู่เอาไว้
“ดูซิว่าจะหนีไปทางไหน!”
หนึ่งในห้านนั้นตะโกนขึ้นพร้อมกับชักดาบออกมา พลังเเห่งสวรรค์เเผ่กระจายออกมาทั่วร่างของเขา
พลังมหาศาลของคนๆนี้ หากเทียบกับพลังของฉินเจี้ยนหนู่เเล้วนั้นมากกว่าเธอเป็นสิบๆเท่าของพลังเธอ
ฉินเจี้ยนหนู่หน้าซีดเผือด เธอสั่นไปทั่วร่างเเละสูญเสียการทรงตัว
“ข้อหาดูถูกเหยียดหยามเทพเจ้าเเห่งสงคราม พวกเเกสมควรตาย!”
“เก็บชีวิตที่เหลืออยู่เอาไว้เถอะ ฉันรอให้พวกเเกกลับไปรายงานเทพเจ้าเเห่งสงคราม!”
ทุกคนต่างพากันคำรามเสียงดังแต่ต้องการฆ่าคนตรงหน้าให้ตายคามือตอนนี้เลย
สีหน้าของหลินหยางไร้ความรู้สึกพร้อมกับยกดาบขึ้น
แต่ในขณะนั้นก็มีเสียงตะโกนดังขึ้น
“ดูซิว่าใครกล้าลงมือ?”
ทันทีที่เสียงนั้นดังกร้าวขึ้น ทั้งห้าคนนั้นต่างพากันตะลึง
เเละเมื่อมองตามเสียงนั้นไป ก็เห็นฉางหลานฟู้ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าอุโมงค์
“คุณชายฟู้?”
สีหน้าของคนทั้งห้าเปลี่ยนไป
“ผมมาช้าเเล้วครับอาจารย์!”
ฉางหลานฟู้ค่อยๆวิ่งเหยาะๆเข้ามาหาหลินหยางเเล้วโค้งคำนับ
“อาจารย์งั้นเหรอ?”
ฉินเจี้ยนหนู่ตะลึงจนอาปากค้าง
“ทำไมเพิ่งมา?”
หลินหยางมองไปทางฉางหลานฟู้เเล้วถามถ้วยความแปลกใจ
“ผมเป็นห่วงความปลอดภัยของอาจารย์ครับ ก็เลยเดินอยู่รอบๆชั้นที่หนึ่งเเต่ก็ไม่เห็นอาจารย์ พอมาหาถึงชั้นที่สองก็มาได้จังหวะพอดีครับ!”
ฉางหลานฟู้กล่าวพร้อมหัวเราะเเห้งๆ
“ถือว่ามีน้ำใจอยู่”
หลินหยางพยักหน้า
“อาจารย์ครับ ไม่รู้ว่าฉางหลานเทียนเจวี๋ยอยู่ที่ไหน ผมรู้สึกว่าอาจารย์ไม่ควรอยู่ที่นี่นาน! ส่วนคนพวกนี้ส่งต่อให้ผมเอง ท่านรีบออกไปจากตำหนักมังกรเถอะครับ!”
ฉางหลานฟู้ชักดาบออกมาพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงกดต่ำ
“ฉางหลานเทียนเจวี๋ยตายเเล้ว”
หลินหยางพูดขึ้นทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...