จินเหยาถูกนำมาขังไว้ที่สถาบัน โดยมีกงซีหยุนพาคนมาคอยดู
ส่วนหลินหยางรีบไปที่ห้องฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตพวกชวี่เทียน
วุ่นวายแบบนี้อยู่ทั้งคืน หลินหยางก็ทอดถอนหายใจออกมาอย่างแรง
โชคดีที่การโจมตีของจินเหยาไม่ได้ถือว่ารุนแรง ถ้าเปลวไฟเหล่านี้เข้าไปในร่างกายของชวี่เทียนรุนแรงกว่านี้ และทำลายลมปราณสุดท้ายของเขาทิ้งเสีย เกรงว่าต่อให้ทักษะทางการแพทย์ของหลินหยางเก่งแค่ไหน ก็ยากที่จะช่วยชีวิตเขาได้
“ดูแลพวกเขาดีๆ”
หลินหยางมองท้องฟ้าที่ค่อยๆสว่างขึ้น เมื่อพูดจบเขาก็ไปพักผ่อน
แต่หลินหยางเพิ่งจะพักได้สักประเดี๋ยวเดียว จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
พอเปิดประตูออกมาดู คนที่มาคือฉินไป่ซงนี่เอง
“อาจารย์ ผู้นำพันธมิตรไป๋ฮั่วสุ่ยของกลุ่มธุรกิจซางเหมิงมาแล้วครับ”
ฉินไป่ซงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“อ้อ?”
หลินหยางชะงักงันเล็กน้อย แต่ไม่นานก็เข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาทันที เขาจึงพูดขึ้นว่า“เธอมาคนเดียวเหรอ?”
“หลายคนครับ”
“เตรียมเสริฟ์ชา”
“รับทราบ อาจารย์!”
ฉินไป่ซงพยักหน้าพูดขึ้น
ไม่นาน หลินหยางก็สวมใส่เครื่องแต่งกายเรียบร้อย จากนั้นเดินออกไปที่ห้องรับแขก
ไป๋ฮั่วสุ่ยกับหญิงชายจำนวนหนึ่งกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ด้านในห้องรับแขก
คนเหล่านี้มีทั้งคนแก่และหนุ่มสาว แต่ละคนสีหน้าเคร่งขรึม ไม่เหมือนไป๋ฮั่วสุ่ยที่สุขุม
หลินหยางสาวเท้าเดินเข้ามา
ไป๋ฮั่วสุ่ยนั่งไขว้ห้างจิบน้ำชาอย่างสง่างาม ตามด้วยยิ้มอย่างมีนัยยะแอบแฝงออกมา
“ผู้นำพันธมิตรไป๋ มาหาผมถึงที่นี่แต่เช้าเลย มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
หลินหยางนั่งลง และกวาดสายตามองผู้คนเหล่านี้ จากนั้นสายตาก็หยุดลงอยู่ที่ไป๋ฮั่วสุ่ย
“หมอเทวดาหลิน พวกเรามาที่นี่ คืออยากจะหารือกับคุณเกี่ยวกับความขัดแย้งต่อนิกายเทพเพลิงค่ะ!”
ไป๋ฮั่วสุ่ยพูดขึ้นอย่างจนปัญญา
“นิกายเทพเพลิง?”
หลินหยางชะงักงัน ตามด้วยพูดอย่างไม่พอใจว่า“คนของตระกูลจินแจ้งพวกคุณเหรอ?”
“หมอเทวดาหลิน ใครจะรายงานพวกเรามันไม่สำคัญหรอกค่ะ สิ่งที่สำคัญคือควรจะจัดการเรื่องนี้ยังไงดีต่างหาก!”
ไป๋ฮั่วสุ่ยพูดอย่างจนปัญญา เวลาเดียวกันก็ส่งสายตาให้หลินหยาง เหมือนมีอะไรอยากจะพูดแต่พูดไม่ได้
นัยน์ตาของหลินหยางเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ยังไงก็เดาความคิดของไป๋ฮั่วสุ่ยไม่ออก
และเวลานี้ จู่ๆชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ด้านข้างไป๋ฮั่วสุ่ยก็เอ่ยพูดขึ้นมา
“หมอเทวดาหลิน ผมคิดว่าคุณไม่รู้จักนิกายเทพเพลิงเลยสักนิดหนึ่ง ความเป็นจริงพลังอำนาจของนิกายเทพเพลิงจะมีความพิเศษจำเพาะ มันมีผลกระทบกับองค์กรและกลุ่มธุรกิจซางเหมิงอย่างมาก ถ้าคุณจัดการเรื่องนี้อย่างว่าง่าย ผมคิดว่าเรื่องวุ่นวายจะลดลงเยอะพอสมควรครับ”
ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“เหรอครับ?”
หลินหยางมองชายวัยกลางคนด้วยสายตาเฉยชา ถามขี้นอย่างราบเรียบว่า“อันนี้…นับว่าคุณข่มขู่ผมไหม?”
“หมอเทวดาหลิน ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมแค่พูดคุยกัน นิกายเทพเพลิงกับองค์กรมีความผูกพันกันยาวนาน ถ้าคุณมีปัญหากับนิกายเทพเพลิง จากอำนาจขององค์กร คุณเสียเปรียบแน่นอน”
ชายวัยกลางคนพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
คนอื่นๆก็ทยอยพยักหน้า
หลินหยางกวาดสายตามองทุกคน เหมือนเขาคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“พวกคุณ….เป็นนิกายเทพเพลิง หรือว่าเป็นคนขององค์กร?”
“พวกเราบางส่วนเป็นคนของกลุ่มธุรกิจซางเหมิง และที่เหลือเป็นคนขององค์กร!”
“เพราะฉะนั้นจะบอกว่าคนของนิกายเทพเพลิงไม่ได้มาใช่ไหมครับ?”
ไป๋ฮั้วสุ่ยไม่ได้พูดอะไร เหมือนกำลังคิดอะไรอยู่
ทว่าหลินหยางกลับถามด้วยความแปลกใจว่า“พวกคุณ…ไม่ถามหน่อยเหรอว่าทำไมผมถึงทำร้ายอารักขาฝ่ายขวาของนิกายเทพเพลิง?”
“เรื่องนี้สำคัญด้วยเหรอ?”
โม่เฉินเหมือนไม่สนใจเรื่องนี้
“ทำไมจะไม่สำคัญ? องค์กรของพวกคุณไม่ใช่ปฏิบัติตามกฎมาตลอด? และเคารพกฎหมายมาตลอดเหรอ?”
หลินหยางย้อนถาม
โม่เฉินเริ่มหมดความอดทน แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลินหยางพูดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“ต้นตอของเรื่องนี้ ต้องเริ่มจากหลานชายของจินเหยา ที่จริงผมกับตระกูลจินไม่ได้มีความแค้นอะไรกัน ความขัดแย้งเริ่มจากน้องสาวของซูหยู ซูเสี่ยวชิงไปร่วมงานปาร์ตี้หนึ่ง….”
หลินหยางเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นออกมา ตั้งแต่จินซ่าวหลงคิดไม่ดีกับซูเสี่ยวชิง ไปจนถึงตระกูลจินปฏิเสธไม่ขอโทษ อาศัยความสัมพันธ์ของจินเหยาพูดจาโอ้อวดยโสโอหังอยู่ในโรงพยาบาล จนถึงสุดท้ายตระกูลจินคิดจะหนีจากเมืองเจียงเฉินเป็นต้น
เขาพูดออกมาหมดโดยไม่ตกหล่น
“ผมสั่งคนไปขวางตระกูลจินไว้ เพราะต้องการความยุติธรรม แต่อารักขาฝ่ายขวาท่านนี้ของนิกายเทพเพลิงทำยังไงกับคนของผมรู้ไหม? เขาฆ่าชวี่เทียนและลูกน้องคนอื่นๆของผม ! ตอนนี้ศพยังนอนอยู่ในสถาบัน! ทุกท่าน พวกเขาฆ่าคนก่อน แต่ผมแค่ทำลายวรยุทธของเขา มีอะไรที่ผิดเหรอ?”
หลินหยางพูดอย่างเย็นชา
คนเหล่านี้ไม่ได้พูดอะไรอีก
ไป๋ฮั่วสุ่ยส่ายหน้าไปมา ไม่ได้ตอบโต้อะไร จากนั้นมองไปทางโม่เฉิน
แต่เวลานี้ โม่เฉินได้พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจขึ้นว่า“หมอเทวดาหลิน คำพูดเหล่านี้มาจากคุณฝั่งเดียว ผมคิดว่าเรื่องนี้ควรมอบหมายให้องค์กรตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเรียบร้อยแล้ว ค่อยตัดสินใจความผิดของพวกคุณ นอกจากนี้ เขาเป็นอารักขาฝ่ายขวาของนิกายเทพเพลิง นิกายเทพเพลิงจะดำเนินการจัดการกับจินเหยาเอง คุณกระทำโดยส่วนตัว ถือว่าไม่ถูกต้อง!”
คำพูดนี้แฝงไปด้วยการเถียงข้างๆคูๆ
หลินหยางได้ยิน จึงกวาดสายตามองไปทางโม่เฉินทันที
สายตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
“คุณบอกว่า….ใครทำไม่ถูกนะ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: สุดยอดลูกเขยของเทพธิดา
ทำไมขาดๆหายๆ...
อยากอ่านต่อครับ...
ลงวันละ10ตอนไม่ได้เหรคับ 5ตอนมันน้อยไป กว่าจะอ่านจบลืมหมดพอดี...
อ่านสนุกนางเอกค่อนข้างโง่ซื่อบื้อ...
อยากอ่านต่อ...
เขียนดีอ่านสนุกครับ...
D...
ทำไมบางตอนเนื้อหาหายไปหมดเหลืออยู่แค่ไม่ถึง6บรรทัดเลย...
หลินหยาง...ผมอยากบอกว่า คุณมันกระจอก 5555...
บทหาย...