เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 901

บ้านใหม่พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ มีให้อ่านแล้วบน Narraverseอ่านต่อได้ที่เว็บไซต์ใหม่ของเรา: หน้าอ่านสะอาดตา โหลดเร็วขึ้น และมีตอนล่าสุดครบอ่านบน Narraverse

เช้าวันรุ่งขึ้น รถสามล้อไม้จำนวนมากก็รออยู่ที่หน้าประตูวังหลวงแล้ว

จักรพรรดิจาวเหรินสูญเสียเสื้อผ้าชุดใหม่ไป ได้แต่สวมใส่ชุดเก่า แต่ก็ดูออกว่าผ่านการแต่งตัวอย่างประณีต

ไม่เพียงแต่โกนหนวดเครา ยังใช้ดินสอถ่านวาดคิ้ว มวยผมก็ถูกมัดขึ้นอย่างพิถีพิถัน

อวิ๋นหลิงพูดด้วยเสียงกระซิบว่า “ข้ารู้สึกว่าเสด็จพ่อดูขาวกว่าเมื่อก่อนมาก และดูหนุ่มขึ้นไม่น้อย”

เซียวปี้เฉิงพึมพำขึ้นมาว่า “ตอนนี้เขาทาน้ำเซียนเดือนละสามขวด เวลาใช้ไม่มีความเสียดายเลยสักนิด จะไม่ขาวได้อย่างไร”

คิดถึงก่อนหน้านี้ตอนที่เขายากจน น้ำเซียนหนึ่งขวดสามารถใช้ได้ถึงสามเดือน ทั้งยังอาศัยจังหวะที่อวิ๋นหลิงไม่ระวัง แอบใช้ของนางบ้าง

โชคดีที่ตอนนี้ได้รับเงินปันผลจากสวนสัตว์แล้ว จึงสามารถซื้อยาเสริมความงามที่มีราคาสูงเช่นนี้ได้

ตอนนี้จักรพรรดิจาวเหรินไม่ค่อยมีเรื่องให้กลุ้มใจ ใช้ชีวิตสบายๆทุกวัน กลับเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวให้ดียิ่งขึ้น

พูดด้วยใจที่เป็นธรรมสีหน้าเขานั้นดูไม่เลวเลย แต่พระสนมทั่วทั้งวังหลังต่างก็รู้ว่าเขาเป็นคนนิสัยอย่างไร จึงไม่มีใครมองเขาเลยแม้แต่แวบเดียว

บางครั้งอวิ๋นหลิงก็รู้สึกว่า โชคเรื่องความรักของจักรพรรดิจาวเหรินน่าจะถูกใช้หมดไปแล้วตอนเป็นหนุ่ม พออายุเข้าวัยกลางคนก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนชอบเขาจากใจจริง

แต่ก็โชคดีที่เป็นเช่นนี้ วังหลังจึงได้มีแต่ความสงบสุข ไม่เคยเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาเลย ทำให้เหล่าองค์ชายต่างก็สามารถตั้งใจทำงานให้บ้านเมือง

จักรพรรดิจาวเหรินนั่งชมทิวทัศน์อยู่ภายในรถสามล้อไม้ ยังไม่รู้ว่าวันนี้พระสนมทั้งวังหลังก็จะไปร่วมงานครบรอบสำนักศึกษาเช่นเดียวกัน พระเจ้าหลวงได้สั่งการอย่างลับๆ

หลังจากที่พวกเขาออกเดินทางไปก่อนแล้ว รถของเหล่าพระสนมจึงทยอยออกเดินทางตามกันไป

เป็นเพราะวันครบรอบของสำนักศึกษามีผู้คนทั้งดีและเลวปะปนกันเยอะมาก เลี่ยงไม่ได้ที่เหล่านักเรียนและประชาชนต้องระวังตัว บรรดาสมาชิกในราชวงศ์ต่างก็ไม่ได้เปิดเผยสถานะ

สองสามีภรรยาอวิ๋นหลิงต่างก็อุ้มลูกชายคนละหนึ่งคน กำลังนอนหลับสนิทอยู่กับอก

เซียงถวนยังเล็ก ทนอากาศหนาวไม่ได้ ดังนั้นจึงถูกทิ้งให้ดูแลอยู่ในวัง

มองผ่านหน้าต่างรถ อวิ๋นหลิงมองเห็นการจราจรนอกเมืองหลวง ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก

คนส่วนใหญ่ที่เดินทางจะนั่งรถม้าและเกวียน และก็มีประชาชนไม่น้อยที่ซื้อจักรยานไม้และรถสามล้อไม้มาใช้

จำได้ว่าปีที่แล้วพื้นถนนทั้งแคบทั้งสกปรก พอฝนตกก็เต็มไปด้วยโคลน ผสมปนเปกับมูลของสัตว์เลี้ยง ในอากาศเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์

ตอนนี้ถนนหลวงเป็นถนนปูน ไม่เพียงแต่กว้างและเรียบ ถ้ามีสิ่งสกปรกกองอยู่ ผู้คนที่เดินไปมาและประชาชนที่อยู่ใกล้ๆจะทำความสะอาด

เซียวปี้เฉิงเอ่ยอย่างให้การยอมรับว่า “นี่ล้วนหนีไม่พ้นความดีความชอบของพี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้เพราะเรื่องการทำความสะอาดถนน เรียกได้ว่าเขาต้องครุ่นคิดอย่างหนักเลยทีเดียว”

ใจที่มีศีลธรรมต้องใช้เวลาบ่มเพาะ ที่จริงประชาชนในแคว้นต้าโจวก่อนหน้านี้ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย แม้จะรักสะอาด แต่ก็แค่ทำความสะอาดบริเวณบ้านตัวเองเท่านั้น

ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง ถนนสกปรกแล้วก็ไม่มีคนสนใจ แม้จะไม่มีคนงานทำความสะอาด แต่ราชสำนักได้จัดตั้งฝ่ายทำความสะอาดถนน รับผิดชอบทำความสะอาดภายในเมืองหลวง

“ฝ่ายทำความสะอาดถนนล้วนมีแต่พวกขี้เกียจสันหลังยาว ปล่อยถนนสกปรกเจ็ดแปดวันจึงจะกวาดที หรือไม่ก็รอให้ฝนตกชะล้างให้สะอาดทีเดียว พี่ใหญ่รู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องมีคนกลุ่มนี้ จึงยื่นฎีกาเสนอให้ยกเลิกฝ่ายทำความสะอาดถนน”

อวิ๋นหลิงได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจอยู่บ้าง “รุ่ยอ๋องยังมีช่วงเวลาที่กล้าหาญเช่นนี้ด้วยหรือ เขาไม่กลัวจะล่วงเกินคนอื่นหรืออย่างไร”

“ฝึกฝนตัวเองอยู่ในตำแหน่งต่ำต้อยตั้งนาน พี่ใหญ่ถือว่าก้าวหน้าขึ้น ไม่เพียงแต่ยกเลิกฝ่ายทำความสะอาดถนน ยังปรับปรุงถนนทั้งภายในและนอกเมืองจนดีขึ้นมาก เพราะเรื่องนี้เขาได้ไปขอคำชี้แนะจากศิษย์พี่ใหญ่ที่จวนอ๋องจินเป็นการเฉพาะ”

ตอนนั้นอวิ๋นหลิงใกล้จะคลอดแล้ว รุ่ยอ๋องไม่กล้ารบกวนนาง จึงได้ไปขอพบพระชาย่าจินอ๋องที่เคยถูกเลือกให้เป็นว่าที่จักรพรรดิแห่งแคว้นถังใต้ที่จวนอ๋องจิน

เซียวปี้เฉิงและพี่น้องคนอื่นๆ ก็ไม่ได้จงใจเข้าไปช่วยเหลือเขา ล้วนเอาชนะมาได้ด้วยความพยายามของตนเอง

เจิ้นกั๋วกงไม่พูดออกมา แต่ในใจกลับรู้สึกพึงพอใจในตัวลูกเขยคนนี้มาก ความสัมพันธ์ระหว่างรุ่ยอ๋องและตระกูลหรงจึงผ่อนคลายลงเรื่อยมา

อวิ๋นหลิงได้ฟังแล้วก็รู้สึกดีใจ ถอนใจพลางเอ่ยว่า “นี่เก่งว่าพ่อเขาเสียอีก”

ล้วนใกล้ชิดประชาชนมากขึ้น คนหนึ่งแต่งกายเป็นคนธรรมดาเพื่อแอบไปเยี่ยมสาวงาม คนหนึ่งวิ่งเต้นอยู่ในระดับรากหญ้าเพื่อประชาชน

เซียวปี้เฉิงยิ้มบางๆ ตอนนี้รุ่ยอ๋องรู้สึกซาบซึ้งใจต่ออวิ๋นหลิงมาก

ตอนนั้นเขาโง่เขลาเลอะเลือน แทบจะทำให้ทุกคนต่างก็ผิดหวัง เป็นอวิ๋นหลิงที่ยอมฉุดช่วยเขาอีกครั้ง

ตอนนั้นยังมักพูดเสมอว่านางใจแคบ ใจดำเจ้าคิดเจ้าแค้น หลังจากนั้นจึงรู้ว่าปากร้ายแต่ใจดี ตอนนี้เมื่อหวนนึกถึงเรื่องในอดีต ช่างทำให้รู้สึกน่าละอายจริงๆ

เห็นว่าการรวมพลังของพี่น้องยิ่งอยู่ก็ยิ่งแข็งแกร่ง ชีวิตของประชาชนก็ดียิ่งขึ้น อวิ๋นหลิงก็ดีใจมาก

เดินทางด้วยอารมณ์ที่ค่อนข้างดีมาจนถึงหน้าประตูสำนักศึกษาชิงอี้ ก็พบว่ามี”ฝ่ายรักษาความปลอดภัย”กำลังทำการตรวจสอบความปลอดภัยกับเหล่าประชาชนที่เดินทางมาร่วมงาน

ฝ่ายรักษาความปลอดภัยเป็นทหารที่เซียวปี้เฉิงคัดเลือกมาจากกองทัพ รับผิดชอบในการยืนยันว่าผู้ที่มาเยือนไม่ได้มีเจตนาร้าย ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยแล้วจึงจะปล่อยให้ผ่านไปได้

สองสามีภรรยาไม่ได้จงใจแสดงสถานะ อุ้มสองพี่น้องที่หลับสนิท เดินไปยังปลายแถวอย่างเปิดเผย

เพิ่งจะเดินไปถึง ก็พบคนคนหนึ่งที่ดูจะคุ้นเคยแต่ก็ไม่คุ้นเคย

เป็นยินถังที่ซูบผอมลงไปไม่น้อย

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ