เข้าสู่ระบบผ่าน

พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ นิยาย บท 1505

อวิ๋นหลิงเองก็เคยสังเกตกระดาษลายไม้ของเป่ยฉินอย่างละเอียด ต้องยอมรับว่ามีดีจริง ๆ

ก่อนอื่น กระดาษมีสีเหลืองอ่อนคล้ายไม้ธรรมชาติ ผิวเรียบกว่ากระดาษทั่วไป ทั้งสองด้านมีลายไม้เฉพาะตัว ซึ่งเป็นที่มาของชื่อกระดาษลายไม้

กู้จวินหนีด้เปิดเผยข่าวสารบางอย่างแก่นาง ว่าลวดลายชนิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ผ่านการแปรรูปในภายหลัง แต่เป็นการก่อตัวขึ้นตามธรรมชาติในระหว่างกระบวนการตกตะกอนของเศษกระดาษ หลังจากที่ถูกเสริมด้วยเทคนิคกระบวนการโบราณ ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงคือความพิเศษของสายพันธุ์ไม้ที่ใช้เป็นวัตถุดิบ

เหมือนกับการเผาเครื่องเคลือบที่แต่ละครั้งลายจะไม่เหมือนกัน แต่คนดูก็รู้ทันทีว่าเป็นเครื่องเคลือบ ไม่ใช่เครื่องดินเผา

นี่คือจุดเด่นที่ทำให้กระดาษลายไม้ของเป่ยฉินแตกต่างจากกระดาษทั่วไป และเป็นจุดแข็งเรื่องป้องกันการปลอมแปลงธนบัตร

ต้าโจวไม่มีไม้พิเศษแบบเป่ยฉิน และก็ไม่รู้เทคนิคโบราณนั้น ดังนั้นหรงจั้นจึงคิดว่าการใช้สีเป็นทางออกใหม่

เสวียนจีอธิบายต่อ “เพื่อให้เก็บรักษาได้นานและต่างจากกระดาษทั่วไป กระดาษลายไม้ของเป่ยฉินก็ทำหนา เราก็ทำกระดาษให้หนาเท่ากัน แต่เน้นความยืดหยุ่นมากขึ้น”

อวิ๋นหลิงลองสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ก็รู้สึกถึงความแตกต่าง

กระดาษเรียบ นุ่มหนาแต่ไม่หนัก เบาเหมือนขนนกแต่แข็งแรง

นางลองใช้เล็บจิก ถ้าเป็นกระดาษทั่วไปคงขาดไปแล้ว แต่กระดาษนี้มีแค่รอยจันทร์เสี้ยว

ลองสะบัดแรง ๆ ในอากาศ ไม่เพียงแต่ไม่ขาดง่าย กลับมีเสียงฟึ่บแสดงถึงคุณภาพดี

“ที่สำคัญ กระดาษลายไม้ของเป่ยฉินทำหนามาก ด้วยเทคโนโลยีในยุคนี้ ต้นทุนต้องสูงแน่ แต่กระดาษที่เราทำ ต้นทุนสูงกว่ากระดาษคุณภาพกลางในตลาดแค่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์เท่านั้น!”

ถ้าไม่ต้องย้อมสี ต้นทุนจะต่ำกว่านี้อีก

อวิ๋นหลิงปรับอารมณ์ให้ปกติ แล้วถามขึ้น “ว่าแต่เจ้าทำกระดาษสำเร็จเร็วขนาดนี้ ใช้เวลาผลิตกี่วัน?”

เสวียนจีโชว์ฟันเล็ก ๆ ยิ้มกว้าง “ยี่สิบแปดวัน!”

“ตั้งแต่เริ่มวิจัยกระดาษลายไม้ ปรับปรุงเครื่องมือ วางแผนและทดลอง เราใช้เวลารวมกันแค่ห้าสิบกว่าวันและสำเร็จในครั้งเดียว ตอนนี้พร้อมผลิตจำนวนมากแล้ว”

นั่นหมายความว่า งานเตรียมการต่าง ๆ การถอดรหัสและการวิจัยในระยะแรก พวกนางใช้เวลาเพียงแค่กว่าครึ่งเดือนเท่านั้นก็ทำสำเร็จเรียบร้อยแล้ว

อวิ๋นหลิงเคยได้ยินเซียวปี้เฉิงพูดว่า ระยะเวลาผลิตกระดาษขึ้นอยู่กับคุณภาพและเทคโนโลยี หนานถังในฐานะแดนสวรรค์ของเหล่านักปราชญ์ มีเทคนิคการทำกระดาษที่ดีที่สุด แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลาอย่างน้อยสามสิบสามวันเป็นอย่างเร็วที่สุด คุณภาพยังน่าผิดหวัง

กระดาษเซวียนคุณภาพสูงบางชนิดต้องใช้เวลาทำเป็นปี และสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูง

เทคโนโลยีเป่ยฉินก็ไม่ได้เหนือกว่าหนานถัง กระดาษลายไม้คุณภาพแบบนั้น นางเดาว่าต้องใช้เวลาผลิตอย่างน้อยหนึ่งปี

เมื่อเทียบกันแล้ว พวกเสวียนจีนี่ประสิทธิภาพระดับปีศาจ!

เสวียนจีเท้าสะเอวอย่างภูมิใจ “เป็นอย่างไร? ถ้าข้ารับปากจะทำอะไร ยังไม่เคยทำให้ใครผิดหวังเลย”

คราวนี้อวิ๋นหลิงไม่ล้อเลียนท่าทีอวดดี กลับดีใจจนบีบแก้มนางแรง “ข้ารู้ว่าเจ้าทำได้! ครั้งนี้ถือว่าทำความดีความชอบใหญ่หลวงมาก ไม่ให้รางวัลหนัก ๆ เห็นทีจะไม่ได้แล้ว!”

“ฮ่า ๆ จริง ๆ แล้วก็ต้องชมจีเอ๋อร์กับพี่หรงจั้นด้วย”

การปรับปรุงและอัปเดตเครื่องมือทำกระดาษทั้งหมดนั้น พวกเขาได้หารือกันมานานและร่วมมือกันทำให้สำเร็จ เสวียนจีไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่ทุ่มเทเวลาส่วนใหญ่อยู่กับการถอดรหัส กระดาษลายไม้และการวิจัยการผลิตกระดาษชนิดใหม่

หรงจั้นกำชับนางให้ทุกอย่างต้องได้คุณภาพสูงสุด เรื่องต้นทุนและวัตถุดิบไม่ต้องห่วง

ดังนั้นเพื่อให้การทดลองสำเร็จ ในการเลือกวัตถุดิบสำหรับย้อมสี หรงจั้นแทบจะคิดจนหัวแทบแตก ใช้เวลาสั้นที่สุดเตรียมทุกอย่างที่เสวียนจีต้องการไว้ครบถ้วน

แต่ก็ช่างเถอะ ครั้งนี้นางทำผลงานใหญ่ จะยากลำบากบ้างก็ไม่เป็นไร อย่างไรก็ไม่ใช่ตัวเองที่ต้องรับมือ

ขณะที่เซียวปี้เฉิงกำลังประชุมอยู่ในท้องพระโรง ยังไม่รู้เลยว่าถูกภรรยาขายไปแล้ว อยู่ ๆ ก็จามสองทีต่อหน้าขุนนางทั้งเมือง

“ช่วงนี้ฝ่าบาททรงงานหนัก ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะพ่ะย่ะค่ะ”

“ฝ่าบาท อากาศปลายฤดูใบไม้ร่วงเย็นลงแล้ว อย่าลืมใส่เสื้อเพิ่มนะพ่ะย่ะค่ะ...”

“ข้าไม่เป็นไร” เซียวปี้เฉิงโบกมือ แต่บนใบหน้ายังซ่อนความตื่นเต้นไว้ไม่มิด “เจิ้นกั๋วกง เสนาบดีซ้ายเฟิง ลูกหลานที่พวกท่านอบรมมาไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริง ๆ!”

วันนี้หรงจั้นกับเฟิงอู๋จีรายงานผลโครงการผลิตกระดาษอย่างละเอียด

เขาตื่นเต้นไม่แพ้อวิ๋นหลิง ถึงกับแจกของรางวัลจากคลังหลวงทันที และมอบสิทธิ์ตั้งชื่อกระดาษให้กับพวกเขา

“กระดาษพวกนี้พวกเจ้าสร้างขึ้น ข้าจะไม่ตั้งชื่อเอง ให้พวกเจ้าปรึกษากันแล้วตั้งชื่อมาได้เลย”

นี่เป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่กว่าทองคำหรืออัญมณี เจิ้นกั๋วกงยิ้มจนหนวดกระดิก หน้าแดงปลั่ง

ลูกชายคนโตของเขาถูกมองว่าไร้ค่าเป็นโรคมานาน พอถูกองค์หญิงหลานหลิงเลือกก็โดนลือว่าได้ดีเพราะหน้าตา วันนี้ในที่สุดก็ได้เชิดหน้าชูตา!

เสนาบดีซ้ายเฟิงที่ปกติสุขุมก็ยิ้มอย่างมีความสุข ครั้งนี้ไม่ได้คิดจะอวดใคร แต่อยากแบ่งปันความดีใจ

แต่พอเผลอมองไปทางขวาตามความเคยชิน ที่นั่งที่เคยมีใครบางคนนั่งอยู่กลับว่างเปล่า

เขาได้แต่ถอนใจยาวอย่างเสียดาย แล้วค้อมตัวขอบคุณ “ขอบพระทัยฝ่าบาทมากพ่ะย่ะค่ะ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: พระชายาคือแพทย์อัจฉริยะ