ด้านหลังม่าน โตว้มี่ไทเฮาสาวมีท่วงท่าเกียจคร้าน เท้าคางด้วยมือข้างเดียว หมัวมัวผู้อบรมมารยาทที่เป็นหญิงชรามากแล้ว นางกำนัลถือกระบี่เรือนกายสูงเพรียวต่างก็ยืนกันอยู่ตรงด้านล่างของบันได
โตว้มีบอกให้หมัวมัวผู้อบรมมารยาทปล่อยตะขอหยกลง จากนั้นปล่อยม่านไข่มุกหนาหนักบดบังการมองเห็น
หลิวหลางไม่อยู่ พวกตาแก่แต่ละคนหน้าตาอัปลักษณ์น่ารังเกียจเหลือเกิน มีแต่พวกสกปรกโสมม ไม่มีอะไรน่ามอง
พอคิดถึงหลิวหลาง ดวงตาเรียวยาวคลอประกายน้ำที่เดิมทีก็เย้ายวนดึงดูดใจคนก็ยิ่งมีน้ำเอ่อคลอมากกว่าเดิม ไทเฮาสาวจึงเบี่ยงกาย ยื่นขาออกไปด้านหน้า ยกปลายเท้าขึ้น ยื่นไปทางนางกำนัลถือกระบี่ที่เป็นทั้งองครักษ์ประจำตัวแล้วยังเป็นคนใกล้ชิดของตน
เลิกกระโปรงของนางขึ้น ใช้ปลายเท้าถูไถไประหว่างขาสองข้างของนาง ไต่ขึ้นด้านบนช้าๆ เห็นว่าแผ่นหลังของนางสั่นไหวเบาๆ ไทเฮาสาวก็ด่าอยู่ในใจไปประโยคหนึ่ง นังหญิงเจ้าชู้ ดูสิว่าเจ้าจะทนได้นานแค่ไหน
หญิงชราผินหน้าไปอีกทาง จับจ้องไปที่ม่านไข่มุก ในท้องพระโรงเต็มไปด้วยขุนนางบุ๋นบู๊แห่งแคว้นชิว และเวลานี้เอง
นางกำนัลที่สายตามองตรงไปข้างหน้าเช่นเดียวกันก็กางแขนออกเล็กน้อย กระบี่ยาวที่กอดไว้ในอ้อมอกร่วงไถลลงพื้น นางยื่นมือไปคว้าด้ามกระบี่เอาไว้ ปล่อยให้ฝักกระบี่หล่นพื้น แล้วถือโอกาสนี้ชักกระบี่ออกจากฝัก วาดกระบี่ตัดหัวของหมัวมัวผู้อรมมารยาทโดยพลัน
หญิงชราเองก็เป็นผู้ฝึกตนที่ตบะไม่อ่อนด้อย นางสละเรือนกาย โคจรวิชาลับ กลายร่างเป็นควันดำกลิ้งหลุนๆ หมายจะปกคลุมนังแพศยาที่กล้าบังอาจวางแผนสังหารเจ้านาย ถลกหนังอีกฝ่ายออกมาทั้งเป็น
นางกำนัลหญิงบิดหมุนข้อมือ กระบี่ยันต์ที่อยู่ในมือก็พลันปลดปล่อยแสงกระบี่เจิดจ้า ก่อให้เกิดเส้นแสงสีทองหลายร้อยเส้นที่สามารถปั่นคว้านควันดำที่แทรกซอนมาด้วยเสียงด่ากลุ่มนั้นให้แหลกสลายได้อย่างง่ายดาย
ควันดำสัมผัสโดนเสียงกระบี่ก็ส่งเสียงซ่าๆ ก่อนจะร่วงลงมากลายเป็นเลือดข้นๆ ที่กองอยู่บนพื้น ส่งกลิ่นเหม็นคาวคละคลุ้ง
นับตั้งแต่ที่นางกำนัลลงมือฆ่าคนไปจนถึงทำลายวิชาคาถาก็เป็นแค่เวลาเพียงชั่วพรบิตา จากนั้นนางแค่ปาดกระบี่ออกไปในแนวขวางก็ตัดหัวไทเฮาสาวคนนั้นมาได้แล้ว
นางกำนัลเก็บกระบี่ เดินขึ้นบันไดไปจิกมวยผมของสตรีผู้นั้นขึ้นมา สองข้างแก้มของไทเฮาสาวยังคงแดงก่ำ คิ้วตาเย้ายวน ในมือหิ้วศีรษะ ใช้ปลายกระบี่แหวกม่านสองชั้น เดินช้าๆ ไปยังพระที่นั่ง โยนหัวเข้าไปในอ้อมอกของฮ่องเต้เด็กหนุ่ม
หานอวิ๋นรับของสิ่งนั้นไว้ตามจิตใต้สำนึก พอกม้ลงสบตากับอีกฝ่าย ฮ่องเต้เด็กหนุ่มก็อึ้งตะลึง โยนหัวนั้นไปข้างหน้า ตกใจจนหมดสติไปทันที
นางหยิบป้ายผู้ถวายงานต้าหลีชิ้นหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ เอามาแขวนไว้ตรงเอว สองมือค้ำยันกระบี่ เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า
“นังปีศาจโตว้มี่ถูกตัดหัวแล้ว”
เสียงตึงดังสนั่นหวั่นไหว ประตูของตำหนักใหญ่ถูกปิดลง
รองเจ้ากรมหนุ่มที่เป็นคนของแคว้นชิวหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ สะบัดหนึ่งทีแล้วก็เริ่ม “ขานนาม”
“คนที่ถูกเรียกชื่อต้องทิ้งหัวเอาไว้ แต่ตัวสามารถจากไปได้”
ภูเขาสูงที่มีไอเมฆเซียนล้อมวน ในถ้ำสถิตของบรรพจารย์แห่งหนึ่งที่อยู่บนยอดเขาสูงสุด บรรพจารย์ก่อกำเนิดบอกให้สาวใช้หน้าตางดงามพวกนั้นถอยออกไป ตัวเขานั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นเพียงลำพัง เอ่ยเสียงสั่น
“ยินดีฟังคำบัญชาจากเซียนซื่อแคว้นเหนือหัว จะไปทำความสะอาดในเรือนของตัวเองเดี๋ยวนี้”
ลูกศิษย์นักการคนหนึ่งหยิบรายชื่อฉบับหนึ่งออกมาจากชายแขนเสื้อ โยนลงบนพื้น
“ให้เวลาเจ้าหนึ่งก้านธูป เก็บกวาดให้สะอาด”
ผู้ฝึกตนเฒ่าที่บอกแก่ภายนอกว่าเป็นขอบเขตก่อกำเนิด แต่แท้จริงแล้วคือคอขวดโอสถทอง ขยับเข่าไปบนพื้นอย่างรวดเร็ว คว้ากระดาษแผ่นนั้นมา ชื่อหลายชื่อชวนให้ตะลึงขวัญผวา ไม่อาจตัดใจได้ลง ใบหน้าของเทพเซียนผู้เฒ่าจึงบิดเบี้ยว สีหน้าแปรเปลี่ยนไม่หยุดนิ่ง
ลูกศิษย์นักการที่เข้ามาอยู่ในภูเขาหลายปีแต่กลับไม่เคยมีชื่อเสียงผู้นั้นเอ่ยว่า
“ข้าเป็นแค่ขอบเขตถ้ำสถิต เชิญเจ้าสังหารได้ตามสบาย”
ผู้ฝึกตนเฒ่าลุกขึ้นยืน โยนรายชื่อแผ่นนั้นใส่ปากเคี้ยวอย่างละเอียด
“ไม่กล้ามีความคิดนี้เด็ดขาด ข้าจะไปฆ่าพวกเขาเดี๋ยวนี้”
ห่างออกไปไม่ไกล ริ้วคลื่นกระเพื่อมเป็นระลอก มีแม่นางหน้ากลมสวมชุดเต๋าคนหนึ่งปรากฏกาย ขี่กระบี่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เอ่ยชื่นชมว่า
“ขอบเขตไม่สูง แต่กลับมีความสามารถในการวิ่งเข้าหาโชคดี หลบเลี่ยงความโชคร้าย”
ผู้ฝึกตนบรรพจารย์ใช้หางตาเหลือบมองนาง เซียนกระบี่หญิงที่ประวัติความเป็นมาไม่ชัดเจนคนนั้นคล้ายจะสวมชุดเต๋าของสำนักโองการเทพ?
ก่อนจะเข้าร่วมการประชุมเช้า ขุนนางที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการคนหนึ่งกำลังสวาปามอาหารที่ปรุงเป็นยาตามตำรับเซียนบนภูเขาอย่างเอร็ดอร่อย กินไปกินมาก็มีเลือดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด
รถม้าคันหนึ่งที่มาเข้าร่วมการประชุมเช้าขับเข้าไปในตรอกที่เงียบสงัดซึ่งเป็นทางตันสายหนึ่ง ผ้าม่านถูกเลิกขึ้น คนในรถขมวดคิวถามว่าไฉนจึงยังไม่มาเสียที
หอโคมเขียวที่คึกคักที่สุดในเมืองหลวง บุปผางามแห่งหอโคมเขียวผู้นั้นหดตัวอยู่ในมุม ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนดอกหลี่พร่างพรมด้วยสายฝน ห่อหุ้มตัวเองไว้ด้วยผ้าห่มแพรต่วนที่ปักเป็นลายยวนยางด้วยด้ายสีทอง
บนเตียงยังมีขุนนางคนหนึ่งนอนเลือดไหลอาบออกจากหว่างคิว รูตรงหัวใจเกิดเพราะถูกกริชแทงซ้ำ
นักฆ่าที่คร้านจะปิดบังหน้าตาคนนั้นคือคนหนุ่มที่นางพอจะจำได้ว่าเขามักจะคอย ‘ยกกาน้ำชา’ ดูแลลูกค้าอยู่ในนี้เป็นประจำ สถานะในหอโคมเขียวต่ำต้อยอย่างถึงที่สุด
เวลานี้ใบหน้าเขาประดับยิ้มน้อยๆ ยกนิ้วมาป้องที่ปาก ส่ายหน้าเบาๆ บอกเป็นนัยกับนางว่าอย่าเอะอะเสียงดัง
นางหรือจะเคยเห็นเหตุการณ์นองเลือดเช่นนี้ แม้จะเคยได้ยินนักเล่านิทานเล่าให้ฟังบ้างว่าหากไม่ทันระวังได้เห็นโฉมหน้าของคนชั่วก็จะถูกฆ่าปิดปาก บุปผางามที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาจึงลดมือสองข้างที่สั่นเทาลง เผยให้เห็นทัศนียภาพที่สั่นระริกไม่ต่างกัน
นักฆ่ารู้สึกอ่อนใจเป็นทบทวี เขาโบกมือให้นาง พริบตานั้นแสงสีสดเส้นหนึ่งก็พุ่งมาที่ลำคอของบุรุษ
บุรุษตกตะลึง จะหลบก็หลบไม่ทัน เขาเพิ่งจะจัดการกับขุนนางตำแหน่งสูงของแคว้นชิวสามคนที่จับกลุ่มกันมาทำสงครามบนเตียงที่นี่ไปอย่างเงียบเชียบ สองคนก่อนหน้านั้น หรือแม้กระทั่งสตรีห้าหกคนที่นอนร่วมเตียงพวกเขาก็ยังไม่รู้สึกตัวสักนิด กระทั่งมาที่ห้องนี้… ไม่ควรประมาทเลยจริงๆ
ปราณกระบี่เฉียบคมเส้นหนึ่งแหวกทะลุหน้าต่างมาทำลายอาวุธลับนั่นจนแหลกเละแล้วจึงสังหารสตรีที่หมายจะกระโจนมาข้างหน้า
ศพของบุปผางามอ่อนยวบลงกับเตียง บุรุษที่รอดตายมาได้หวุดหวิดหันตัวกลับมาอย่างรวดเร็ว มองลอดช่องของหน้าต่างไปเห็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง อีกฝ่ายเดินตรงไปตามระเบียงที่อยู่ข้างนอก แต่ใช้เสียงพูดคุยกับเขาอย่างลับๆ ว่า
“ข้าชื่อซูหลาง เป็นเพื่อนร่วมงาน รับผิดชอบเก็บกวาดที่นี่ วันหน้าเจ้าระวังตัวหน่อย”
ฟ้าเริ่มจะสว่าง ในลานบ้านของจวนหลังหนึ่ง ขุนนางกรมกลาโหมคนหนึ่งกำลังอยู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ เขาสวมชุดราชการเรียบร้อยแล้ว กำลังเดินอยู่ในระเบียงพลางคิดเรื่องในใจไปด้วย
สาวใช้ร่างกายอ่อนแอบอบบางคนหนึ่งหยุดยืนเบี่ยงตัวหันข้างรออยู่นานแล้ว รอกระทั่งสองฝ่ายขยับเข้ามาใกล้กัน นางก็เรียกขานอย่างขลาดๆ ว่านายท่าน ขุนนางพยักหน้ารับในขณะที่กำลังจะเดินสวนไหล่กันไปนั้นเอง กริชเล่มหนึ่งก็ไถลออกมาจากชายแขนเสื้อของนาง แทงไปที่หัวใจของขุนนางหนุ่ม ชักมีดออกแล้วแทงซ้ำ ไม่ลืมปาดไปที่คออีกหนึ่งที
หลังจากชักมีดออกมาแล้ว ก็เอาไปเช็ดคราบเลือดที่ไหล่ของชุดขุนนาง เก็บมีดใส่ชายแขนเสื้อแล้วนางก็ก้าวเดินต่อไป เดินนวยนาดตรงไปข้างหน้า สุดท้ายจากไปทางประตูข้าง
ในห้องหนังสือแห่งหนึ่ง ผู้เฒ่าที่ลาออกจากการเป็นขุนนางมานานหลายปีแล้ว เงยหน้าขึ้นมองประตูที่ถูกเปิดออกแล้วปิดลงเบาๆ เห็นชายวัยกลางคนแปลกหน้า ผู้เฒ่าก็ไม่ตกใจ ยิ่งไม่ตวาดถาม เพียงแค่ยิ้มถามด้วยท่าทางอ่อนโยนว่า



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!