เข้าสู่ระบบผ่าน

กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา! นิยาย บท 1171

เซี่ยโก่วยื่นมือมาป้องข้างปาก พูดขัดคอว่า

“อู่เหยียน ผู้ชายของเจ้าอยู่อย่างอัดอั้นมานานหลายปี สะสมหนังหน้าไว้ได้เยอะเลยนะ มอบให้ตรงนี้นิด ตรงนั้นหน่อย พอแจกจ่ายไหม? จะเหมือนเมล็ดแตงของผู้พิทักษ์ขวาภูเขาลั่วพั่วของพวกเราจริงๆ หรือ”

อู่เหยียนเอ่ยสัพยอก

“หนังหน้าไม่พอ ในอดีตถูกคนบางคนสะบัดทิ้ง บนหน้าก็มีลายพร้อยมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือ?”

เซี่ยโก่วเอ่ยอย่างกระจ่างแจ้ง

“มิน่าเล่า มิน่าเล่า พอจะมีความเหมือนเจ้าขุนเขาของพวกเราตอนที่อยู่ในบางสถานที่อยู่บ้าง”

เจียงเซ่อหนังตากระตุกเบาๆ เฉินผิงอันยิ้มรับ

ชายหาดโครงกระดูกของอุตรกุรุทวีป ตำหนักหยางฉางในหุบเขาผีร้ายตั้งอยู่ในสถานที่ที่ค่อนข้างห่างไกล คือพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของเซียนใหญ่จั่วเยา

เมื่อก่อนเป็นแค่เรือนสามชั้นที่ค่อนข้างจะแร้นแค้น เมื่อปีก่อนกว่าจะขยับขยายเป็นเรือนห้าชั้นได้ไม่ใช่เรื่องง่าย

ตอนนั้นเจ้าตำหนักที่อยู่ในรูปลักษณ์ของนักพรตเฒ่าเปิดปฏิทินเหลือง เลือกวันฤกษ์งามยามดี เรียกเด็กๆ สี่ห้าคนให้มาจุดประทัดสองสามพวงหน้าประตู ส่งเทียบเชิญนาบทองไปให้กับสหายบนภูเขา ล้วนไม่มีใครมาร่วมแสดงความยินดี

เดิมทีคิดว่าจะอาศัยงานนี้มาหาค่าเดินทางที่เป็นเงินทุนสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง

เมื่อก่อนในหุบเขาผีร้าย แม้จะวุ่นวายก็จริง แต่ผู้คนก็ไม่ถึงขั้นหมกมุ่นอยู่แต่กับเงิน ทุกวันนี้ค่านิยมในสังคมเสื่อมลงทุกวัน จิตใจของคนไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว

ยามสายแดดเริ่มส่องเต็มฟ้า ปีศาจใหญ่จั่วเยาที่ไว้หนวดแพะเอาสองมือไพล่หลัง เขาใช้นามแฝงว่าจั๋วเฉิงเซียน

ส่วนชื่อจริงแห่งชะตาชีวิตของเผ่าปีศาจ เมื่อหลายปีก่อนได้ถูกจดบันทึกไว้ที่สำนักพี่หมาในสถานที่แคบๆ แห่งนี้ ทุกคนชอบเรียกเขาด้วยความเคารพว่าเซียนผู้เฒ่ามากกว่า

เดินเนิบช้าไปถึงหน้าประตูของตำหนักหยางฉาง นอกประตูมีเจ้าโง่สองคน คนหนึ่งยืนนิ่งไม่ขยับเหมือนถูกตอกตะปู กอดหอกไม้ไว้ในอ้อมอก อีกคนหนึ่งนอนเสวยสุขอยู่บนพื้นหนุนสองมือต่างหมอน ยกขาไขว่ห้าง กำลังร้องเพลงเบาๆ ด้วยภาษาหยาบโลน

เจ้าตำหนักผู้เฒ่าที่ตั้งฉายาให้ตัวเองว่าเซียนใหญ่จั่วเยาผู้นี้เห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้าก็ไม่รู้ว่าโทสะผุดมาจากไหน คนหนึ่งโง่ คนหนึ่งเจ้าเล่ห์ ไม่มีใครได้เรื่องสักคน!

ทุกวันนี้ตำหนักหยางฉางได้หาตัวนักพรตประจำการมาได้สิบกว่าคน มีแต่พวกขี้เกียจที่มาทำงานแต่ตัวไม่ยอมออกแรง

แต่จะว่าไปแล้ว หากพวกมันมีอนาคตที่ดีก็คงไม่มาใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ที่ตำหนักหยางฉางหรอก

ลูกศิษย์ในนามก็คือเศษสวะสองคนที่หน้าประตูนี้ เมื่อก่อนอยู่ดีๆ ก็ตายไปคนหนึ่ง ภายหลังมีมาเพิ่มคนหนึ่ง สำหรับหุบเขาผีร้ายในปีนั้นแล้วถือเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ปกติอย่างมาก

เซียนผู้เฒ่าที่สวมชุดเต๋าหนวดแยกเป็นสองปอยยืนอยู่ฝั่งด้านในของธรณีประตู ไม่ได้ส่งเสียง สะกดกลั้นไฟโทสะเอาไว้ นักพรตที่เก็บตัวอย่างสันโดษ การอบรมตัวเองน้อยนิดแค่นี้ยังพอจะมีอยู่บ้าง

ไม่ว่าจะอย่างไร สภาพการณ์ของตำหนักหยางฉางบ้านตน เมื่อเทียบกับภูเขาจีเซียว ภูเขาถงกวาน และยังมีภูเขาโปลั่วของปี้สู่เหนียงเหนียงผู้นั้น รวมไปถึงสหายทั้งหลายที่เจอเคราะห์กรรมจนกายดับมรรคาสลาย ถึงอย่างไรก็ยังดีกว่ามาก

เทียบกับบนไม่พอ เทียบกับกลับล่างมากเหลือแหล่ จะดีจะชั่วตนก็ยังมีถิ่นฐานที่มั่นคงเป็นของตัวเอง

ภูตตัวสูงใหญ่ที่นอนอาบแดดอยู่บนพื้นเอ่ยอย่างเกียจคร้านว่า

“ศิษย์พี่ ตำหนักหยางฉางของพวกเรามีภูตอยู่เต็มไปหมด แต่อาจารย์ดันตั้งฉายาตัวเองว่าเซียนใหญ่จั่วเยา (จับปีศาจ) คิดอะไรอยู่กันแน่ คือโจรที่ร้องให้จับโจรหรือ? ข้าว่านะ ควันธูปของตำหนักหยางฉางแย่ขนาดนี้ คาดว่าน่าจะเป็นเพราะอาจารย์ที่ตั้งฉายาผิดนี่แหละ”

ศิษย์พี่ที่ผอมแห้งราวกับท่อนไม้ไผ่ยังคงยืนเอวตรงหลังตั้งอยู่ที่เดิมตลอดเวลา แต่ตอบเขาอย่างตระหนกลนลานว่า

“ศิษย์น้อง อย่าได้พูดถึงอาจารย์เช่นนี้”

เมื่อก่อนตนคือศิษย์น้อง ทุกวันนี้กลายมาเป็นศิษย์พี่ แค่ว่าคนที่นอนอยู่บนพื้นไม่เคยเห็นตนเป็นศิษย์พี่ก็เท่านั้น

ศิษย์น้องคนนั้นแกว่งขาอย่างสบายอารมณ์ พ่นเสียงหัวเราะ

“ตำหนักหยางฉางของพวกเรานี่นะ สมกับเป็นหวังเสี่ยวเอ้อฉลองปีใหม่ แต่ละปีล้วนด้อยกว่ากันทุกปีจริงๆ”

เซียนเฒ่ากระแอมเบาๆ ก้าวออกมาจากธรณีประตู หรี่ตาลง ใช้สองนิ้วคีบหนวดพูดจาสุภาพไพเราะว่า

“พบเจอบุคคลที่น่าสงสัยมาทำลับๆ ล่อๆ ลอบมองพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของข้าบ้างหรือไม่?”

ภูตร่างสูงใหญ่ที่เป็นศิษย์น้องดีดตัวขึ้นมาในท่านอนหงาย ปลายเท้าเกี่ยวเอาหอกไม้ที่อยู่บนพื้นขึ้นมากำไว้ในมือ หน้าไม่แดงใจไม่เต้น

“อาจารย์ เป็นความคิดของศิษย์พี่ เขาบอกว่าตำหนักหยางฉางของพวกเราคือสถานที่ที่เงียบสงบเหมาะแก่การฝึกตน ถึงอย่างไรก็มีแขกไม่เยอะ ไม่สู้ศิษย์พี่ศิษย์น้องผลัดกันพักผ่อน ไม่มีทางเสียงานหรอก”

ภูตหนูร่างผอมแห้งที่ตัวไม่ได้ใหญ่ไปกว่าหอกไม้สักเท่าไรทำท่าจะพูด แต่กระนั้นก็ยังไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงแค่นึกขึ้นได้ว่าอาจารย์ถาม จึงตอบไปตามสัตย์จริงว่า

“เรียนอาจารย์ ศิษย์เฝ้าประตูไม่กล้าเพิกเฉย วันนี้ยังไม่มีบุคคลน่าสงสัยใดๆ มาที่หน้าประตู”

เซียนผู้เฒ่าคร้านจะมองเจ้าบื้อสองคนนี้ให้เต็มตา หัวเราะหยันเอ่ยว่า

“ด้วยสมองอย่างเขาจะคิดหาวิธีแอบอู้ได้หรือ? หากมีจริงก็ดีน่ะสิ อาจารย์จะได้ไปจุดธูปไหว้พระในตำหนักใหญ่”

บทที่ 1171.3 พวกเขาที่อยู่บนขั้นบันได 1

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: กระบี่จงมา Sword of Coming กระบี่จงมา!