เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1237

ตอนที่ 1237-3 ระบำนกยูงสะเทือนบลูสตาร์ (3)

ครืน!

หัวใจนับไม่ถ้วนรู้สึกสั่นสะท้าน!

ทั่วทั้งสถานที่ดังกึกก้องระเบิดออกมา!

ผู้ชมทั้งฮอลล์พากันจ้องมองเวทีตาค้าง

ทุกสายตาล้วนจับจ้องอยู่บนร่างของอวิ๋นถงถงที่กำลังร่ายรำ

ท่วงท่าของเธอชิงเอาสายตาไปทั้งหมด!

ในโสตประสาท

เสียงร้องประหนึ่งเสียงระฆังยามเช้า และเสียงกลองยามเย็น กระแทกใจที่แกว่งไหวไปตามท่วงท่าร่ายรำ ราวกับว่าเสียงนั้นดังมาจากเก้าสวรรค์ชั้นฟ้า!

“ให้ตายสิ!”

“นี่มันระบำนกยูง?”

“นี่มันระบำนกยูงหรือ?”

“ทำไมมันไม่เหมือนกับระบำนกยูงที่ฉันเข้าใจเลย แขนคนเราหมุนได้ขนาดนี้เลย นี่คือท่าที่คนทำได้จริงๆ หรือ!?”

“ฉันจะบ้าตายแล้ว!”

“ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง!?”

“เซี่ยนอวี๋ออกแบบระบำนกยูงแบบใหม่ทั้งหมด บางทีนี่แหละถึงจะเป็นระบำนกยูงที่แท้จริง ระบำนกยูงควรเป็นแบบนี้ต่างหาก!”

“สวยจริงๆ !”

“ทำไมจู่ๆ ฉันถึงอยากร้องไห้ขึ้นมาก็ไม่รู้?”

ทีมแข่งขันจากทุกทวีป

เหล่าพ่อเพลงและราชาราชินีเพลงต่างทำหน้าตกตะลึง!

บางคนอ้าปากค้าง บางคนทำตาโต บางคนหายใจเบาๆ อย่างระแวดระวัง ราวกับกลัวจะทำลายบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า!

“นกยูงสีฟ้าตัวนี้ช่างงดงามเหลือเกิน!”

“นี่เรายังอยู่บนโลกมนุษย์จริงๆ เหรอ?”

“แขนนั่น บอกว่าเป็นปีกก็คงไม่ผิดแล้ว!”

“ท่วงท่าคือความอ่อนช้อยตระการตา เต็มไปด้วยรายละเอียดที่น่าขนลุก ถ้าเวทีของเยี่ยนโจวเรียกได้ว่าใกล้เคียงความสมบูรณ์แบบ เวทีของฉินโจวก็ได้สร้างความสมบูรณ์แบบขึ้นจริงๆ !”

“งดงามราวกับเทพเซียน!”

“ทั้งที่ไม่มีการจับจังหวะกับเพลงเป๊ะๆ ทำไมเสียงร้องถึงกลมกลืนไปกับท่าเต้นได้ขนาดนี้ แถมยังแฝงความหนักแน่น ความหนักแน่นที่กลับก่อให้เกิดแรงสะเทือนใจอย่างประหลาด!”

“การเต้นมันสามารถเป็นแบบนี้ได้ด้วยเหรอ!?”

“ระบำนกยูงยังตีความออกมาได้ถึงเพียงนี้เลยหรือ!?”

“การล้มล้างธรรมเนียมเดิมยังไม่พอ ที่น่ากลัวคือเซี่ยนอวี๋ไม่เพียงแต่พลิกโฉม แต่ยังยกระดับจนเหนือกว่าความหมายดั้งเดิมของระบำนกยูงอีกด้วย!”

หน้าจอ

ร่างกายของผู้ชมแทบทั้งหมดลุกซู่ไปด้วยขนลุก!

ระบำนกยูงนั้น หลายคนคุ้นตา แต่ระบำนกยูงชุดนี้กลับไม่คุ้นเอาเสียเลย ยิ่งเมื่อผสมเข้ากับแสงไฟและมุมกล้อง อวิ๋นถงถงก็งดงามจนเหนือมนุษย์ ท่วงท่าทุกการเคลื่อนไหวของเธอคืองานศิลป์ที่แท้จริง!

‘พระเจ้าช่วย!’

‘รู้สึกเหมือนวิญญาณกำลังถูกชำระล้างเลย’

‘ถ้านกยูงกลายร่างเป็นคน ก็คงเป็นภาพแบบนี้แน่ๆ ใช่ไหม?’

‘ทำไมแขนเธอดูเหมือนมีเจ็ดข้อ แต่ของฉันมีแค่สองข้อ แถมยังหมุนไม่ได้อีก!’

‘ฉันลองเลียนแบบดูแล้ว เป็นตะคริวแทบตาย!’

‘เลียนแบบอะไรล่ะ ฉันเป็นนักเต้นอาชีพยังเลียนแบบไม่ได้เลยนะ ท่านั้นพอแอ่นหลังที น้ำตาแทบร่วง!’

‘เป็นเวทีที่ดีที่สุด!’

‘นี่คือเวทีที่ดีที่สุดตั้งแต่แข่งมา ไม่ว่าจะเป็นเพลง การเต้น หรือการออกแบบแสงสีเวที ทุกอย่างสมบูรณ์แบบไปหมด!’

‘นี่ฝีมือพ่อเพลงอวี๋ออกแบบหรือ?’

“ในเวลาแค่สามวัน เขาออกแบบออกมาได้ขนาดนี้เชียวหรือ!?”

ทีมฉินโจวถึงกับงงตาค้าง!

ทุกคนขนลุกซู่ไปทั้งหัว!

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทุกคนในทีมก็เคยฟังเพลงนกยูงของลู่เซิ่งมาแล้ว แต่เมื่อได้จับคู่กับการเต้นครั้งนี้ เพลงกลับกลายเป็นเหมือนบทใหม่ที่ไม่คุ้นตาเลย!

“นี่มัน…”

“แปรเปลี่ยนจากมนุษย์เป็นเซียนเลยหรือ?”

“เดิมทีเพลงนี้ก็อยู่ระดับแนวหน้าอยู่แล้ว แต่พอมีการเต้นเข้าไป กลับรู้สึกว่าเพลงนี้ขึ้นชั้นเป็นระดับสูงสุดไปเลย!”

“ทำได้แล้ว!”

“พ่อเพลงอวี๋ทำได้แล้ว!”

“เหมือนปาฏิหาริย์ชัดๆ !”

“นี่คือปาฏิหาริย์ที่เขาสร้างขึ้นมาในเวลาแค่สามวันงั้นหรือ!?”

“ที่ผ่านมาฉันเองก็ไม่ชอบพวกเอฟเฟ็กต์บนเวที คิดว่ามีเพลงดีๆ ก็พอแล้ว”

“เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เอง!”

“แท้จริงแล้วการเต้นสามารถยกระดับเพลงขึ้นไปอีกขั้นได้ อวิ๋นถงถงยังยืนร่ายรำอยู่ตรงนั้น แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนเธอโบยบินขึ้นสู่สวรรค์แล้ว!”

แขนเรียวยาว ถ่ายทอดถึงความอ่อนไหวมีชีวิตชีวาของนกยูง

องค์เอวอ่อนช้อย ร่ายรำเผยเสน่ห์อันอ่อนละมุนของนกยูง

ชายกระโปรงที่หมุนพลิ้ว โชว์ความโอ่อ่าสง่างามของนกยูง

เครื่องประดับศีรษะอันประณีต แผ่รัศมีความสูงส่งของนกยูง

อวิ๋นถงถงบนเวทีในตอนนี้ ก็คือนกยูงสีน้ำเงินผู้หยิ่งผยองลีลาการร่ายรำเปล่งประกายเป็นบทสรรเสริญชีวิตความงดงามอันสง่าแบบตะวันออก ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มเปี่ยมในวินาทีนี้

ทันใดนั้น

อวิ๋นถงถงหมุนตัวอย่างรวดเร็ว แล้วค่อยๆ ทรุดกายลงบนเวทีกระโปรงสีน้ำเงินทรงกว้างคลี่ออกกลายเป็นวงกลมเธอเอียงศีรษะต่ำลง แขนเรียวสั่นไหวเล็กน้อย จนถึงปลายนิ้ว

แล้วนี่บอกว่านี่คือระบำนกยูงน่ะหรือ?

ในอดีต ระบำนกยูงนั้นสื่อถึงนกยูงจริงๆ หรือไม่ก็องค์หญิงนกยูงแต่สิ่งที่อวิ๋นถงถงกำลังร่ายรำอยู่บนเวทีตอนนี้ คือพระมหามยุรีโพธิสัตว์ผู้ประทับบนนกยูง

การแสดงสิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์ เสียงปรบมือดังกระหึ่มดั่งคลื่นทะเล ผู้คนนับไม่ถ้วนลุกขึ้นยืน บางคนที่เคยเรียนเต้นถึงกับทำหน้าเหม่อลอยเหมือนถูกสะกด!

ทีมจงโจว

อบิเกลนั่งอยู่ในห้อง ไม่รู้ว่าไปแอบดูรายการเพลงของเราซีซันแรกมาหรือเปล่า

แต่เหมือนถูกแรงบางอย่างดลใจ

เขาถึงกับถอดแบบฉากคลาสสิกของหยางจงหมิงออกมาได้เป๊ะ เสียงที่ปกติมั่นคงกลับสะดุดไปหนึ่งทีอย่างหายาก

“อลัง… อลัง… อลังการ…”

อืม

หรูหรา

อบิเกลไม่อาจหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองได้ชัดเจน ถึงขั้นอยากจะตะโกนออกมาตรงๆ ว่า ‘เวรเอ๊ย!’

ฉู่โจว

เดิมที เหลียนปี้เฉิงซึ่งเคยไม่ยี่หระที่เซี่ยนอวี๋มายุ่งกับการเต้นเลย ตอนนี้กลับลุกขึ้นยืน พร้อมจมลงไปในความคิดลึกๆ

นี่มันคือการแข่งร้องเพลงไม่ใช่เหรอ?

นี่ไม่น่าจะใช่การแข่งเต้นใช่ไหม?

แล้วทำไมกัน ทำไมถึงรู้สึกว่าไม่ชอบมาพากลชะมัด แต่ดันพูดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน?

ส่วนฝั่งห้องรับรองของทีมฉินโจว

ลู่เซิ่งที่เลิกดูการถ่ายทอดสดไปนานแล้ว เงยหน้ามองเว่ยห่าวอวิ้นบนเวที จากนั้นก็หันไปมองอวิ๋นถงถงที่อยู่ข้างหน้าเธอ แล้วสุดท้ายก็เหลือบมองไปที่หลินเยวียน ก่อนจะเผลอโพล่งคำถามแทงลึกถึงวิญญาณออกมาโดยไม่ทันคิด

“คือว่า…”

“ขอถามหน่อย…”

“นี่คือ…”

“เพลงที่ผมแต่งหรือ?”

คำถามนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและความงุนงงที่ไม่อาจคลี่คลาย

“แน่นอน”

หลินเยวียนยกมุมปากยิ้มบางๆ ตั้งแต่ตอนที่เขาได้โน้ตเพลงนกยูงเขาก็รู้ทันทีว่า บทเต้นนี้จะสามารถเข้าคู่กับเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบแน่นอน!

ลู่เซิ่งมองหลินเยวียน

เซี่ยนอวี๋คนนี้ พึ่งพาได้!

มีเรื่องทีไร เขาก็จัดการได้ทุกครั้ง!

ขนาดเพลงที่ตัวเองแต่งมาแท้ๆ เขายังสามารถใช้การเต้นยกระดับขึ้นไปจนจนพ่อบังเกิดเกล้าของเพลงยังแทบจำไม่ได้เลย!!!

………………………………………………

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน