เข้าสู่ระบบผ่าน

Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน นิยาย บท 1237

ตอนที่ 1237 ระบำนกยูงสะเทือนบลูสตาร์ (1)

เช้าวันถัดมา

คืนวันเสาร์

ศูนย์ดนตรีกลางฉินโจว

รายการวาไรตี้เพลงที่กำลังเป็นที่นิยมที่สุดของบลูสตาร์ในเวลานี้อย่างเพลงของเรากำลังจะถ่ายทอดสด

อุปกรณ์ต่างๆ อยู่ระหว่างการปรับแต่งครั้งสุดท้าย

การถ่ายทอดสดในคืนนี้ยังไม่เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ

แต่ผู้ชมจากทั่วทุกทวีปต่างก็ทยอยกันเข้ามา

ขณะเดียวกันนั้นเอง

ผู้ชมล้วนพูดคุยกันด้วยความตื่นเต้น ต่างคนต่างสนทนากันกระหนุงกระหนิง บรรยากาศสดใสเป็นอย่างยิ่ง

“เวทีใหญ่มากเลย!”

“ดูสดๆ แล้วได้อรรถรสกว่าดูในทีวีอีก!”

“คุ้มแล้วที่อุตส่าห์เดินทางมาจากเว่ยโจวเพื่อมาดูการแข่ง!”

“จะว่าไป วันนี้จะได้เห็นเซี่ยนอวี๋หรือเปล่านะ?”

“ไม่แน่หรอก”

“เซี่ยนอวี๋เป็นคนออกแบบท่าเต้น อยู่เบื้องหลัง เว้นเสียแต่ว่าเขาจะขึ้นมาเต้นเอง”

“เขาคงไม่เต้นเองหรอกมั้ง”

“เมื่อวานในรายการก็พูดแล้วนี่ ว่าคราวนี้ถึงเซี่ยนอวี๋จะมา แต่ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก เพราะเวทีถูกกำหนดไว้แล้ว เขาจะไปทำเวทีใหม่ภายในสามวันได้ยังไง”

“ถึงทำได้แล้วจะยังไงล่ะ”

“รายการนี้หลักๆ ก็เน้นฟังเพลง การเต้นอะไรพวกนี้ก็เป็นแค่ของแถม จะมีผลจริงๆ ก็ต่อเมื่อคุณภาพเพลงสูสีกัน ถึงตอนนั้นใครต้นดีกว่าถึงจะครองความได้เปรียบ”

ห้องควบคุมการถ่ายทอดสด

ถงซูเหวินเหลือบมองเวลา แล้วหยิบวิทยุขึ้นมาอย่างทันที “ทุกฝ่ายเตรียมพร้อม รายการถ่ายทอดสดกำลังจะเริ่มแล้ว นับถอยหลัง หนึ่งนาที!”

30 วินาที!

20 วินาที!

10 วินาทีสุดท้าย!

การนับถอยหลังสิ้นสุดลง!

การถ่ายทอดสดทั่วโลกเริ่มต้นขึ้น!

ภาพจากมุมกล้องทางอากาศค่อยๆ เปิดเผยให้เห็นเวทีในมุมกว้าง ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับ พิธีกรอันหงก้าวขึ้นเวที

“ยินดีต้อนรับผู้ชมทั้งในสถานที่และทางหน้าจอโทรทัศน์ เข้าสู่รายการวาไรตีดนตรีอันยิ่งใหญ่ เพลงของพวกเราซีซันสอง ผมคือเพื่อนเก่าแก่ของพวกคุณ อันหง!”

ทันใดนั้นเอง!

เสียงเชียร์ของผู้ชมดังกระหึ่ม!

ในเวลาเดียวกัน!

ผู้ชมจากทุกทวีปบนบลูสตาร์ก็ได้รับชมการถ่ายทอดสดไปพร้อมกัน คอมเมนต์บนหน้าจอเริ่มกระหน่ำเข้ามา

‘เริ่มแล้ว!’

‘ดูสดนี่เร้าใจกว่าจริงๆ !’

‘ยิ่งดูยิ่งตื่นเต้น!’

‘พ่อเพลงอวี๋ ผมอยากเห็นพ่อเพลงอวี๋ออกมา!’

‘เซี่ยนอวี๋อยู่เบื้องหลัง ดูแลเอฟเฟ็กต์เวที คงไม่ออกมา เว้นแต่จะขึ้นไปเต้นเอง แต่ดูจากตอนที่ฉายเมื่อวาน พ่อเพลงอวี๋คงไม่มีเวลามาปรับเวทีให้ฉินโจวแล้วละ”

‘ใช่แล้ว’

‘มีเวลาแค่สามวันเอง’

‘งวดนี้เวทีของฉินโจวคงหวังอะไรไม่ได้มากนัก ต้องมาลุ้นกันว่าการจับคู่ของลู่เซิ่งกับเว่ยห่าวอวิ้นจะช่วยพยุงข้อเสียเปรียบเรื่องเวทีไว้ได้หรือเปล่า’

‘น่าเสียดายจริงๆ ’

‘ยังอยากเห็นพ่อเพลงอวี๋แต่งเพลงหรือร้องเพลงอยู่ดี’

‘เพราะพวกเรามาเพื่อฟังเพลง ส่วนการเต้นก็แค่ส่วนประกอบ เหมือนตอนดื่มเหล้าแล้วมีถั่วลิสงให้แกล้ม ถึงไม่มีมันก็ยังดื่มได้อย่างสบายใจ ดังนั้นต่อให้ถั่วลิสงอร่อยแค่ไหน ก็แล้วยังไงล่ะ?’

ห้องรับรองของทีมฉินโจว

แฟรงค์แสดงสีหน้าเป็นกังวล

อวิ๋นถงถงกำลังยืดเส้นยืดสาย

เว่ยห่าวอวิ้นกำลังวอร์มเสียง

ส่วนลู่เซิ่งก็กำลังถือแท็บเล็ตรับชมการถ่ายทอดสด

ข้างๆ กันหลินเยวียนยื่นหน้าเข้ามา อ่านคอมเมนต์บนหน้าจอด้วยความสนอกสนใจ

ลู่เซิ่ง “เวทีที่คุณทำออกมาจะดีใช่ไหม?”

หลินเยวียน “ทำไมคุณไม่มาดูเองล่ะ”

ลู่เซิ่ง “ก็กะจะดูว่าคุณจะทำให้ผมเซอร์ไพรส์ได้ไหมไง”

หลินเยวียนทำปากเบ้

แม้การซ้อมจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปดู แต่ลู่เซิ่งในฐานะนักประพันธ์เพลง แน่นอนว่าสามารถเข้าร่วมได้อยู่แล้ว ทว่าเมื่อหมอนี่เห็นว่าหลินเยวียนมาด้วย ก็เล่นแอบอู้งาน โยนการฝึกซ้อมเพลงของเว่ยห่าวอวิ้นให้หลินเยวียนรับผิดชอบไปเสียเลย

ดังนั้น

ทีมฉินโจวในตอนนี้ นอกจากตัวผู้เกี่ยวข้องและทีมงานของรายการแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เลยว่าการฝึกซ้อมของทีมฉินโจวเป็นอย่างไรกันแน่

“สวยเหลือเกิน!”

“ทำให้คนดูเคลิ้มไปเลย!”

“เอฟเฟ็กต์เวทีของเพลงนี้ยอดเยี่ยมที่สุด ตั้งแต่เยี่ยนโจวเข้าร่วมแข่งขันมาเลยทีเดียว!”

“นี่เป็นระบำคลาสสิกที่มีชื่อเสียง”

“หลังจากอินอินนำมาดัดแปลง การเต้นก็เข้ากับบทเพลงได้อย่างลงตัว!”

“ก่อนหน้านี้ฉันยังคิดว่า ต่อให้เอฟเฟ็กต์เวทีดีแค่ไหน สุดท้ายคนร้องก็ยังเป็นตัวเอกอยู่ดี แต่ครั้งนี้กลับทำให้ฉันรู้สึกว่า ถ้าขาดการเต้นประกอบ เพลงนี้จะขาดเสน่ห์ไปมาก ในทำนองเดียวกัน ถ้าขาดเสียงเพลง การร่ายรำนี้ก็คงดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา”

“จบแล้วละ!”

“งานนี้ฉินโจวจะเอาอะไรไปสู้?”

“ตอนแรกยังคิดอยู่เลยว่า ถึงเวทีของฉินโจวจะด้อยหน่อย แต่ถ้าเพลงเหนือกว่าคู่แข่งก็น่าจะมีโอกาสชนะ แต่เพลงของคนเขาก็ดีมาก เอาไม่ลงจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นเอฟเฟ็กต์เวทีของฉินโจวก็กระจอกมาตลอด!”

“อินอินนี่ไม่เสียแรงที่ติดอันดับยี่สิบต้นๆ ของการจัดอันดับสาขาการเต้นรำ!”

“รอบนี้ฉินโจวคงต้องแพ้ติดกันเป็นครั้งที่สี่แล้วละ รู้สึกเหมือนว่าพอใครมาเจอฉินโจวปุ๊บ ก็เหมือนอยู่ๆ จะเก่งขึ้นเป็นพิเศษทุกที!”

“ทั้งที่ก่อนหน้านี้เยี่ยนโจวก็ไม่ได้แกร่งอะไรขนาดนี้แท้ๆ !”

ทีมฉินโจวทางฝั่งนี้

หลายคนหน้าถอดสี!

ผู้ชมพูดได้ตรงใจ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น พอมาออกรายการนี้ ต่อให้เป็นทีมอ่อนๆ แต่เมื่อเจอฉินโจวกลับกลายเป็นเก่งกาจขึ้นมาทันที!

“ให้ตายเถอะ!”

“ซวยอะไรขนาดนี้?”

“การแสดงที่ดีที่สุดของเยี่ยนโจว ดันมาเจอพวกเราซะนี่!”

“คราวนี้แหงๆ ว่าจบเห่แล้ว!”

“พวกเรารู้กันดีว่าเพลง ‘นกยูง’ คุณภาพมันยอดจริง แต่ก็แค่เหนือกว่าเขานิดหน่อยเท่านั้นเอง ถ้าเราทำเอฟเฟ็กต์เวทีไม่ขึ้น ความได้เปรียบของเพลงนิดเดียว มันไม่พอหักล้างกับความเสียเปรียบจากเอฟเฟ็กต์เวทีเลยสักนิด!”

“งานเข้าแล้วละ!”

“คงต้องปล่อยตามยถากรรมแล้ว”

“พวกเรายังมีอาจารย์เซี่ยนอวี๋อยู่ไม่ใช่หรือ?”

“อันดับนักเต้นของอาจารย์เซี่ยนอวี๋ยังสูงกว่าอินอินอีกนะ!”

“ไม่ได้ดูรายการที่ออกอากาศเมื่อวานหรือ พวกเรามีเวลาแค่สามวันเอง ทางอาจารย์เซี่ยนอวี๋น่ะ อาจจะไม่มีเวลาลงมือด้วยซ้ำ ฉันลองถามพี่ห่าวอวิ้นแล้วว่าเป็นยังไงบ้าง แต่เธอก็ไม่ยอมบอกอะไร ชอบพูดแต่ว่ากดดันมากๆ ”

“อ๊ากกก!”

ทีมฉินโจวเหมือนจะมุดแผ่นดินหนีแล้ว

มาตุภูมิแห่งดนตรีอันเกรียงไกรกลับกลายเป็นฝ่ายที่ถูกทีมจากทวีปอื่นกดดันจนเละเทะในเวทีรายการดนตรีเช่นนี้ ทำเอาทุกคนรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้าเหมือนถูกตบเข้าดังฉาด

…………………………………………….

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน