ตอนที่ 1235 นักเต้นเซี่ยนอวี๋มาแล้ว (1)
วันนี้
ในการบันทึกรายการวาไรตีเพลงของเราตอนที่ห้า
ทีมฉินโจว
พ่อเพลงและนักร้องต่างกำลังหารือกันถึงกลยุทธ์
“แพ้ติดกันสามรอบแล้วนะ”
“รอบนี้ห้ามแพ้อีกเด็ดขาด”
“ช่วงไม่กี่ตอนที่ผ่านมา เราดวงซวยจริงๆ จับได้แต่คู่แข่งที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แถมแต่ละทีมยังทำเวทีออกมาอลังการเหลือเกิน”
“รอบนี้เป็นลู่เซิ่งจับคู่กับเว่ยห่าวอวิ้น”
“คู่แข่งรอบนี้คือเยี่ยนโจว ไม่ถือว่าแข็งแกร่งมาก โอกาสชนะยังสูงอยู่”
“ก็แค่กลัวว่าพวกเขาจะได้คะแนนเพิ่มจากการออกแบบเวทีอีก ได้ยินมาว่าเชิญราชินีนักเต้นของเยี่ยนโจวมาช่วย”
“หวังว่านักเต้นประกอบของเราจะไม่กดดันจนไปไม่รอด”
“นักเต้นประกอบของเราก็ฝีมือไม่ได้แย่นะ อย่างน้อยก็ติดอันดับที่สามสิบเก้าของบลูสตาร์เชียวนะ เพียงแต่ยังขาดคนออกแบบท่าเต้นเก่งๆ เท่านั้นเอง”
ระหว่างที่กำลังถกกันอยู่นั้น
ลู่เซิ่งและพ่อเพลงอีกสามคนต่างขมวดคิ้วแน่น
นักร้องทั้งสิบคนของฉินโจวเองก็เต็มไปด้วยความกังวล
การแพ้ติดต่อกันสามครั้งในรายการ ทำให้ทีมฉินโจวตกอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล
แต่แล้วทันใดนั้น
มีเสียงอึกทึกดังมาจากด้านนอก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น
เจ้าอิ๋งเก้อซึ่งอยู่ใกล้ประตูที่สุดจึงเดินไปเปิด
ทันทีที่บานประตูถูกผลักออก
เจ้าอิ๋งเก้อก็ส่งเสียงกรี๊ดด้วยความดีใจสุดขีด
“ตัวแทน!?”
ผู้ที่ยืนอยู่ตรงประตูก็คือหลินเยวียนนั่นเอง
ด้านหลังของเขายังมีตากล้องหนึ่งคนตามมาด้วย
ไม่รู้ว่าเพราะความกดดันจากการแข่งขันทำให้สภาพจิตใจตึงเครียดเกินไปหรือเปล่า เจ้าอิ๋งเก้อถึงได้ตื่นเต้นจนโผเข้ากอดหลินเยวียนซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าทันที
เอ๊ะ?
หลินเยวียนเองก็ไม่คิดว่าจะพบกับเหตุการณ์เช่นนี้
ท่ามกลางอ้อมกอดอันอบอุ่นและอ่อนโยน สมาชิกวงราชวงศ์ปลาคนอื่นๆ อย่างเจียงขุย เว่ยห่าวอวิ้น ซุนเย่าหั่ว และเฉินจื้ออวี่ก็รีบวิ่งกรูกันเข้ามา
ทุกคนห้อมล้อมหลินเยวียนจนกลายเป็นก้อนกลม
เหล่านักร้องที่นั่งอยู่ก่อนหน้านี้ก็ลุกพรวดพราดขึ้นมา
แม้แต่พ่อเพลงทั้งสี่คนที่นั่งอยู่ ก็ล้วนลุกขึ้นด้วยสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดี
“เซี่ยนอวี๋?”
“โค้ช?”
“คุณมาที่นี่ได้ยังไง”
“เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยว่าคุณเป็นแขกรับเชิญเฉพาะกิจ งั้นงวดนี้พวกเราหาผู้ช่วยได้แล้วสินะ?”
“ฮ่าๆ !”
“เยี่ยมเลย!”
“มีคุณอยู่ ทุกอย่างก็ง่ายขึ้นเยอะ!”
“เราแพ้มาหลายรอบแล้ว คราวนี้ต้องให้คุณช่วยประคองแล้วละ”
ไม่ว่านักร้องหรือพ่อเพลง แต่ละคนต่างรู้สึกตื่นเต้น
สำหรับทีมฉินโจวแล้ว เซี่ยนอวี๋คือพลังสำคัญที่พวกเขาเชื่อมั่นที่สุด!
ในที่สุด หลินเยวียนก็หลุดออกจากอ้อมกอดของราชวงศ์ปลาได้ ก่อนจะเอ่ยอธิบายว่า “รอบนี้ก็ยังเป็นการแข่งของพี่ลู่กับพี่ห่าวอวิ้นเหมือนเดิมครับ ผมไม่ได้มาในฐานะนักร้องหรือพ่อเพลง”
ทุกคนถึงกับอึ้งไป ไม่เป็นนักร้อง ไม่เป็นพ่อเพลง?
หรือว่าเขาจะมาเป็นแค่กองเชียร์ให้พวกเรากันแน่?
แต่หลินเยวียนไม่ได้อธิบายอะไรต่อ เขาเลือกเอ่ยเข้าประเด็นไปตามตรง
“เพลงแต่งเสร็จหรือยังครับ ขอผมดูหน่อย”
“ได้สิ”
แม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ลู่เซิ่งก็ยังหยิบโน้ตเพลงส่งให้หลินเยวียน
หลินเยวียนรับมาอ่าน เพลงนี้ชื่อว่า ‘นกยูง’ เป็นเพลงบัลลาดเนิบช้าขนาดแท้ แถมยังแฝงกลิ่นอายดนตรีพื้นบ้านเอาไว้เล็กน้อย
ทำนองอ่อนหวานไพเราะ
เนื้อร้องสื่อความหมายเปรียบตนเองดั่งนกยูง
หลินเยวียนลองฮัมตามทำนองอยู่สองสามท่อน
ลู่เซิ่งยิ้มแล้วถามว่า “มีอะไรอยากให้แก้ไขไหม?”
หลินเยวียนส่ายหน้า ในฐานะพ่อเพลงที่ติดสิบอันดับแรกของบลูสตาร์ ถึงจะอยู่อันดับที่สิบพอดี แต่ฝีมือลู่เซิ่งก็ยอดเยี่ยมไร้ข้อกังขา เพลงนี้ไม่มีปัญหาเรื่องคุณภาพแม้แต่น้อย
“เสี่ยวอวี๋ เลิกอ้อมค้อมสักทีเถอะ”
เจิ้งจิงจ้องหลินเยวียนพลางถามว่า
“ที่คุณโผล่มานี่ ที่จริงแล้วจะมาทำอะไรกันแน่”
“มาเต้นครับ”
หลินเยวียนเอ่ยตอบเพียงสั้นๆ ทุกคนถึงกับหันหน้ามองกันไปมา คิดว่าตนเองหูเพี้ยน
พวกเขาเกือบจะพูดพร้อมกันว่า
“การเต้น!?”
“ทุกคนต่างคุ้นเคยกับเซี่ยนอวี๋ในฐานะพ่อเพลง ในฐานะนักร้อง หรือแม้กระทั่งในฐานะนักเขียนบท แต่วันนี้ผมอยากจะแนะนำบทบาทใหม่ของผมให้พวกคุณรู้จัก”
หลินเยวียนเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนพูดต่อว่า
“อันดับที่สิบเอ็ดในการจัดอัดดับสาขาการเต้นรำของบลูสตาร์ นักเต้นเซี่ยนอวี๋”
นักเต้นเซี่ยนอวี๋เปิดตัว!
นี่แหละคือบทบาทที่หลินเยวียนตั้งใจมาปรากฏตัวในครั้งนี้!
ไม่ใช่ในฐานะนักร้อง ไม่ใช่ในฐานะพ่อเพลง แต่มาในฐานะนักออกแบบท่าเต้น
ที่ฉินโจวแพ้ติดกันบ่อยๆ ก็เพราะเรื่องการแสดงบนเวทีไม่ใช่หรือ งั้นเขาก็จะยกระดับการแสดงให้ฉินโจวเอง เพื่อให้ทีมฉินโจวอวดฝีมือได้อย่างหมดกังวล!
หน้าที่ของทีมคือร้องเพลงให้ดีที่สุด
ส่วนเรื่องอื่น ปล่อยให้เขาจัดการเอง
ไหนๆ บนบลูสตาร์แห่งนี้ก็ยังไม่มีการแสดงเต้นสุดคลาสสิกหลายรูปแบบจากโลกเดิม ตนก็ไม่เพียงแต่ช่วยฉินโจวแก้จุดอ่อน แต่ยังใช้เวทีการแข่งขันที่ผู้คนกำลังจับตามองนี้ ดันอันดับนักเต้นของตัวเองให้สูงขึ้นอีกด้วย!
ทุกคนล้วนตกตะลึง
ทางฝั่งทีมจงโจว
หลังจากอบิเกลได้ข่าว เขาก็ระเบิดหัวเราะอย่างเบิกบานใจ
“แสดงว่าการมารายการนี้ไม่เสียเที่ยวแล้วสิ”
อบิเกลเป็นผู้ที่มีความทะเยอทะยานและกระหายชัยชนะอย่างมาก
แม้ว่าเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ต่อเซี่ยนอวี๋ในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมศิโรราบจริงๆ
ในฐานะผู้ที่อยู่อันดับหกของชาร์ตดนตรีบลูสตาร์ มีหรือที่เขาจะยอมก้มหัวให้กับคนที่อยู่อันดับแปดได้ง่ายๆ ?
อบิเกลกำลังตั้งตารออย่างยิ่ง ที่จะได้ดวลกับเซี่ยนอวี๋อีกครั้ง!
…
แน่นอนว่าหลินเยวียนไม่รู้ว่าคนอื่นๆ กำลังคิดอะไรกันอยู่
แต่ถึงจะรู้ เขาก็ไม่ใส่ใจอยู่ดี เพราะครั้งนี้เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อแข่งเขียนเพลง
หลังจากทักทายกับทีมฉินโจวเสร็จ เขาก็รีบเรียกทีมงานที่รับผิดชอบด้านการออกแบบเวทีของฉินโจวมารวมตัวทันที
“สวัสดีครับ อาจารย์เซี่ยนอวี๋!”
หัวหน้าฝ่ายออกแบบเวทีของทีมฉินโจวชื่อแฟรงค์ พร้อมกับยื่นมือมาจับกับหลินเยวียน ใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความเคารพนับถือ
ที่เขาให้ความเคารพเช่นนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับว่าเซี่ยนอวี๋จะเป็นพ่อเพลงหรือไม่
แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายมีสถานะสูงกว่าเขาในแวดวงการเต้นรำ
เมื่อจับมือทักทายกันเสร็จ
หลินเยวียนก็เอ่ยขึ้นว่า
“ช่วยเรียกนักเต้นกับผู้รับผิดชอบการออกแบบท่าเต้นมาหน่อยนะครับ”
แฟรงค์จึงตอบ
“ผมนี่แหละคือผู้รับผิดชอบท่าเต้น ปัจจุบันอยู่อันดับที่สามสิบเจ็ด ส่วนคุณอวิ๋นถงถงนักเต้นที่อยู่อันดับสามสิบเก้าก็มาถึงแล้ว”
จริงดังว่า
ห่างออกไป ร่างของหญิงสาวหุ่นอรชรเดินตรงเข้ามา ใบหน้าของเธอเมื่อเห็นหลินเยวียนก็เผยแววตาตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด!
“อาจารย์เซี่ยนอวี๋คะ ฉันคืออวิ๋นถงถงค่ะ ฉันชื่นชอบการออกแบบท่าเต้นพระโพธิสัตว์กวนอิมพันกรที่คุณทำให้การแสดงงานฉลองเทศกาลฤดูใบไม้ผลิของฉินโจวมากๆ เลยค่ะ แน่นอนว่าฉันก็เป็นแฟนเพลงของคุณด้วย รบกวนขอลายเซ็นด้วยได้ไหมคะ?”
“ได้ครับ”
หลินเยวียนยิ้มตอบรับ จากนั้นก็เปลี่ยนประเด็นทันที “แล้วท่าเต้นของเพลงนกยูงนี้ ออกแบบเสร็จแล้วหรือยังครับ?”
“เสร็จแล้วครับ
“คุณลองดู” แฟรงค์ตอบ ก่อนจะรีบสั่งให้เริ่มการซ้อมทันที
อวิ๋นถงถงก้าวขึ้นไปบนเวที เริ่มการแสดงท่าเต้น เอวคอดขยับพลิ้ว งดงามตราตรึง ความสามารถระดับยอดฝีมือของนักเต้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเต็มที่ท่ามกลางเสียงดนตรีประกอบ
เมื่อการแสดงจบลง
อวิ๋นถงถงก็ลงจากเวทีพร้อมหอบหายใจเล็กน้อย ก่อนจะหันมาพร้อมกับแฟรงค์มองไปที่หลินเยวียนด้วยความคาดหวัง
“อาจารย์เซี่ยนอวี๋มีอะไรอยากชี้แนะไหมครับ?”
ทั้งสองคนรับรู้แล้วว่าเซี่ยนอวี๋มาที่นี่เพื่อดูแลส่วนการออกแบบการเต้น
อันดับในวงการเต้นของเขาก็อยู่ตรงนั้น พวกเขาเลยไม่กล้ามีความคิดเห็นขัดแย้งอะไร
โดยเฉพาะอวิ๋นถงถง ที่มองเซี่ยนอวี๋เป็นไอดอล จึงไม่ขัดขืนการเข้าร่วมของเขาเลย
“ผมว่ายังใช้ไม่ค่อยได้เท่าไหร่นะ”
…………………………………………..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...