ตอนที่ 1220 ทำไมการจัดอันดับสาขาการเต้นรำถึงมีเขาอยู่ด้วยล่ะ
บัดซบ
เป็นแบบนี้จริงด้วย
แพ้สามเกมรวด
เหล่าบรรดานักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ในบลูสตาร์ เมื่อได้อ่านครบทั้งสามเรื่อง ต่างก็สะดุ้งโหยงด้วยความตกตะลึง
“หมอนี่น่ากลัวจริงๆ สามเรื่องติดกัน ทั้งแนวคิดและโครงสร้างไม่มีซ้ำกันแม้แต่นิดเดียว ถ้าจะหาจุดที่เหมือนก็เห็นจะเป็นบรรยากาศอันเศร้าสร้อยที่ปกคลุมทั้งเรื่อง และตอนจบของแต่ละเรื่องก็มักจะมาพร้อมการเสียสละและการอุทิศตน”
“นี่แหละคือสไตล์ของเขา”
ฝีมือการเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ของเขาถึงจะไม่โหดเท่าที่เขาเขียนแนวอื่น แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครหน้าไหนจะเอาชนะได้ง่ายๆ ”
“ใครหน้าไหน?”
“ต่อให้เป็นจันอวิ๋น หลิงมู่หรือจางอ้าว ก็ไม่มีทางถูกเรียกว่าใครหน้าไหน ได้หรอก งานแนวไซไฟของพวกเขาอาจมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ในบลูสตาร์ก็ยังถือว่าอยู่ระดับที่ติดหนึ่งในร้อยของการจัดอันดับนักเขียนได้แล้ว!”
“นั่นแหละที่ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าฉู่ขวงน่ากลัวขนาดไหน!”
“บางทีคงต้องรอให้เหล่ายอดฝีมือในแห่งเว่ยโจวหรือแม้แต่จงโจว ลงมือแล้วละ มีแต่นิยายไซไฟของพวกเขาเท่านั้น ถึงจะโค่นฉู่ขวงได้ในการประชันวรรณกรรม”
“ผมว่าตรงกันข้ามเสียมากกว่า”
“ยังไงนะ”
“ปล่อยเรื่องสั้นมาสามเรื่องติดกัน ฝีมือของฉู่ขวงนั้นน่าทึ่งจริง แต่เป็นไปได้ไหมว่าสามเรื่องนี้ เขาได้เตรียมเอาไว้นานแล้ว หรืออาจจะเขียนเสร็จก่อนการประชันวรรณกรรมครั้งนี้เสียด้วยซ้ำ?”
“หมายความว่ายังไง?”
“ผมคาดการณ์ว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงที่ฉู่ขวงอ่อนแอที่สุด ต่อให้ไม่ต้องให้ผู้ยิ่งใหญ่จากเว่ยโจวหรือจงโจวลงมือ ฉู่ขวงก็คงทนไม่ไหวอยู่ดี”
จะเป็นแบบนั้นจริงหรือ?
…
ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร แต่เมื่อเทียบกับเหล่านักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ในบลูสตาร์ที่อ่านจบแล้ว ก็ยิ่งอยากจะเอาชนะฉู่ขวงให้ได้ในการประชันวรรณกรรม ปฏิกิริยาของผู้อ่านนั้นกลับบริสุทธิ์และจริงใจมากกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย!
‘เจ้าแก่ฉู่ขวง!’
‘โหดร้ายเกินไปแล้ว!’
‘เราเริ่มอ่านจากจากเรื่องเช้าตรู่รู้สัจธรรม ตอนจบก็ว่าปวดใจแล้ว ไม่คิดเลยว่าหลังจากนั้นจะยิ่งโหดร้ายขึ้นเรื่อยๆ !’
‘จริงด้วย!’
‘เรื่องที่ชวนปวดใจที่สุดอันดับสองคือเรื่องพาดวงตาของเธอไปด้วย ตอนจบหักมุมจนได้เศร้าสุดๆ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งต้องแลกชีวิตอันโดดเดี่ยวมืดมิดนิรันดร์ เพื่อการสำรวจโลกของมวลมนุษยชาติ!’
‘แต่ที่สุดแห่งความบีบคั้นก็คือเรื่องครูบ้านนอก! ’
‘สองเรื่องแรกอ่านแล้วก็แค่ใจหวิวๆ ยังพอทนไหว แต่เรื่องที่สามนี่น้ำตาแตก หัวใจของครูช่างยิ่งใหญ่!’
‘ขอบคุณคุณครูของผม!’
‘ยืนยันแล้วว่านี่คือสไตล์ฉู่ขวงแท้ๆ ไม่มีคำว่าโหดที่สุด มีแต่โหดกว่าเดิมเท่านั้น ไม่โหดไม่สบายใจจริงๆ !’
‘โหดร้ายก็จริง แต่ก็สะเทือนใจสุดๆ ’
‘เขามีเรื่องสั้นแนวไซไฟยุคแรกๆ เรื่องหนึ่งชื่อผู้โศกศัลย์ใครเคยอ่านก็คงเข้าใจ หมอนี่ชอบเล่นแบบนี้จริงๆ แล้วก็ดันทำเอาฉันน้ำตาไหลได้ทุกครั้ง!’
ใช่แล้ว
ทั้งสามเรื่องล้วนหนักหน่วงกดดันทั้งสิ้น
แต่คราวนี้แม้ผู้อ่านจะพากันบ่นด่า ทว่าก็เป็นไปในเชิงล้อเล่นเสียมากกว่า เพราะนิยายวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวพันกับการเสียสละอยู่แล้ว นี่นับเป็นเอกลักษณ์ประจำหมวดหมู่นี้ เพียงแต่เมื่อเรื่องนี้ดันเกี่ยวข้องกับเจ้าแก่ฉู่ขวง จึงทำให้ทุกคนยิ่งอินเป็นพิเศษ
เรียกได้ว่าฉู่ขวงไม่ใช่ผู้ถูกรังแกแต่อย่างใด
ท่ามกลางกระแสถกเถียงอย่างต่อเนื่อง
จันอวิ๋นแห่งฉินโจวได้ออกมาประกาศยอมแพ้อย่างเป็นทางการว่า
“แม้ผมทำได้เพียงยอมแพ้ แต่ในใจก็ยังเต็มไปด้วยความชื่นชม จันอวิ๋นอาจล้มลง ทว่าวงการนิยายวิทยาศาสตร์แห่งฉินโจวกลับลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ขออวยพรให้อาจารย์ฉู่ขวงสามารถแบกรับธงของฉินโจวไว้ได้ และคว้าชัยชนะต่อไป คุณคือบุคคลอันดับหนึ่งแห่งวิทยาศาสตร์ฉินโจว!”
ถ้อยคำนี้พูดได้อย่างน่าฟัง
แต่ก็มีเพียงจันอวิ๋นเท่านั้นที่สามารถพูดเช่นนี้ได้
เพราะเขาเป็นชาวฉินโจว
การประลองระหว่างเขากับฉู่ขวง จึงถือว่าอยู่ในข่าย ‘ดาร์บีแมตช์’ โดยแท้
จากนั้นไม่นาน
นักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์จากเยี่ยนโจว หลิงมู่ยอมแพ้
“ผมยอมศิโรราบ”
นี่คือกฎของการประชันวรรณกรรม ผู้แพ้จะต้องเอ่ยถ้อยคำยอมรับความปราชัยต่อผู้ชนะ ไม่มีใครดันทุรังในเรื่องนี้ เว้นแต่ผู้แพ้ไม่ยอมรับจริงๆ ถึงจะสามารถให้สาธารณชน หรือแม้แต่ยื่นเรื่องต่อทางการเพื่อขอผู้ตัดสินได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วการประชันวรรณกรรมไม่เคยยุ่งยากถึงเพียงนั้น
ท้ายที่สุด
จางอ้าวก็ยอมแพ้เช่นกัน พร้อมเอ่ยความในใจว่า
‘ในบลูสตาร์ตอนนี้ มีนักเขียนไม่กี่คนหรอกที่สามารถรักษาสถิติชัยชนะในการประชันวรรณกรรมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ และฉู่ขวงก็บังเอิญเป็นหนึ่งในนั้น ผมเสียใจที่ไม่อาจหยุดสถิติไร้พ่ายของอาจารย์ฉู่ขวงลงได้ แต่เมื่อได้เห็นว่ามีผลงานอันยอดเยี่ยมสามเรื่องถือกำเนิดขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองก็มีความดีความชอบอยู่บ้าง’
การยอมแพ้นั้น ก็เปรียบเสมือนการหาทางลงให้ตัวเอง
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ เหล่านักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ทั้งหลายช่วยฉู่ขวงหาทางลงไว้มากมาย แต่กลับลืมหาทางลงให้กับสามคนนี้ สุดท้ายก็ได้แต่ปล่อยให้พวกเขาหาทางลงกันเอง
และเมื่อทั้งสามยอมแพ้อย่างเป็นทางการ
ฉู่ขวงก็ปิดฉาก ‘ทริปเปิลคิลล์’ ได้สำเร็จ!
…
ศิลปะทั้งสิบแขวงของบลูสตาร์นั้น มีดังนี้
วรรณกรรม ดนตรี จิตรกรรม ภาพยนตร์ สถาปัตยกรรม ละครเวที การเต้นรำ ประติมากรรม อักษรวิจิตร และวิดีโอเกม
วิดีโอเกมนับเป็นศิลปะแขนงที่ยังคงมีข้อถกเถียง บางคนมองว่าใช่ศิลปะแห่งที่สิบแล้ว แต่บางคนก็เห็นว่ายังไปไม่ถึงขั้นนั้น ไม่ว่าอย่างไร ศิลปะทั้งเก้าแขนงก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นที่ยอมรับโดยไร้ข้อกังขา
จนถึงตอนนี้ สมาคมวรรณศิลป์ได้จัดทำการจัดอันดับสูงสุดของศิลปะทั้งสิบไปแล้วสี่แขนง ได้แก่
วรรณกรรม ดนตรี จิตรกรรม และภาพยนตร์
และในวันนี้ การจัดอันดับสาขาการเต้นรำก็ได้ถือกำเนิดขึ้น กลายเป็นการจัดอันดับสูงสุดลำดับที่ห้าในศิลปะสิบแขนงแห่งบลูสตาร์!
กติกาของการติดอันดับในตารางเต้นรำก็ถูกประกาศเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็นนักเต้น หรือผู้อยู่เบื้องหลังอย่างนักออกแบบท่าเต้น ตลอดจนทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเต้นรำ ล้วนมีสิทธิ์ได้รับการบรรจุเข้าสู่ในการจัดอันดับนี้ทั้งสิ้น
ในทันใดนั้นเอง
สายตาจากทั่วทั้งบลูสตาร์ต่างจับจ้องมายังข่าวนี้
‘บลูสตาร์มีศิลปะสิบแขนง ตอนนี้ก็มีอันดับสูงสุดแขนงใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว!’
‘ฉันชอบการเต้นมาก!’
‘ถึงตัวเองจะเต้นไม่เป็น แต่ก็ชอบดูนะ’
‘การเต้นคือศิลปะการแสดงที่สำคัญมาตั้งแต่โบราณ หวังว่าการจัดอันดับนี้จะตัดสินอย่างยุติธรรม แต่ไหนแต่ไร สมาคมวรรณศิลป์ก็ไว้ใจได้เสมอ คงไม่ทำให้ทุกคนผิดหวังหรอก’
‘ไม่รู้เลยว่าใครจะได้ติดอันดับบ้าง’
‘อาจารย์วั่นอี้แห่งทวีปจงโจว ต้องติดสิบอันดับแรกแน่นอน!’
‘แต่ถ้าเป็นการเต้นละก็ ดูเหมือนจงโจวจะไม่ได้ผูกขาดความเก่งแต่เพียงผู้เดียว แต่ละทวีปก็มีฝีมือพอตัวเหมือนกัน รอมานานแล้ว สุดท้ายก็ได้เห็นอันดับสูงสุดสักอันที่จงโจวไม่สามารถผูกขาดได้!’
‘ดูเร็ว!’
‘ออกมาแล้วๆ !’
‘อาจารย์วั่นอี้ติดอันดับจริงด้วย อยู่ที่อันดับสิบพอดี!’
‘เดี๋ยวสิ!’
‘ลองดูข้างล่างสิ!’
‘ผมไม่เข้าใจเลย!’
‘ทำไมเขาถึงติดอันดับด้วยล่ะ!?’
ท่ามกลางความสงสัยมากมายของบรรดาชาวเน็ต สิ่งที่ปรากฏอยู่ในอันดับที่ 21 ของการจัดอันดับสาขาการเต้นรำคือชื่อที่ผู้คนทั่วทั้งบลูสตาร์ต่างคุ้นเคยอย่างยิ่ง
เซี่ยนอวี๋?
………………………………

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...