ตอนที่ 1211-2 การเคลื่อนไหวของหลินเยวียน (2)
“ทางบริษัท…”
มีเสียงอีกคนดังแทรกมาเบาๆ จากปลายสาย แต่ไม่ทันไร หลินเยวียนก็ไม่ได้ยินเสียงใดอีก
ไม่กี่วินาทีต่อมา
เสียงของซูอวี๋ก็ดังขึ้นอีกครั้ง “งั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ เดี๋ยวฉันจะติดต่อบล็อกเอง แต่โค้ชต้องเลี้ยงข้าวฉันตอบแทนด้วยนะ ฉันน่ะกินเก่งสุดๆ เลยล่ะ”
“เสียงเมื่อกี้คงเป็นผู้จัดการของคุณสินะครับ?”
หลินเยวียนเอ่ยถามด้วยความสงสัย “บริษัทคุณคงไม่ปล่อยให้คุณตัดสินใจง่ายๆ แบบนี้หรอกมั้ง”
ซูอวี๋หัวเราะเบาๆ ตอบกลับ “ถึงฉันจะไม่ได้มีสถานะเป็นองค์รัชทายาทในสตาร์ไลท์เหมือนคุณ แต่ในวงการเพลง ฉันก็ลุยมาหลายปีจนมีอำนาจการตัดสินใจของตัวเองพอสมควร นอกเสียจากว่าพวกเขาอยากจะทิ้งต้นไม้ที่ออกดอกออกผลเป็นเงินเป็นทองอย่างฉันทิ้งไปเฉยๆ”
นี่แหละหงส์ขาวตัวจริง!
ซูอวี๋ยังคงเป็นหงส์ขาวที่หลินเยวียนรู้จักดี หยิ่งทะนง มั่นใจ และแฝงด้วยความเด็ดขาดเอาแต่ใจเล็กน้อย
“โอเคครับ”
หลินเยวียนพูดตามตรง “เดิมทีฉันคิดว่าจะเสนอเงื่อนไขให้คุณก่อนซะอีก”
ซูอวี๋หัวเราะเบาๆ
“ตอนที่เข้าฝึกในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ ฉันก็ได้เรียนรู้หลายอย่างจากคลาสเรียนของคุณ นั่นก็คือเงื่อนไขที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้วค่ะ”
“นั่นเป็นคนละเรื่องกันนะครับ”
“แต่สำหรับฉัน มันก็คือเรื่องเดียวกันค่ะ”
“เข้าใจแล้ว”
แล้วสายสนทนาก็จบลงเพียงเท่านั้น
ทุกอย่างราบรื่นกว่าที่หลินเยวียนคิดเอาไว้มากนัก
เชิญชวน – ซูอวี๋ปฏิเสธ – หลินเยวียนเสนอเงื่อนไข – ซูอวี๋เริ่มลังเล – หลินเยวียนเพิ่มน้ำหนักข้อเสนอ – สุดท้ายซูอวี๋อาจจะยังปฏิเสธ หรืออาจจะตกลงก็ได้
นี่แหละคือกระบวนการการค้า
ขณะเดียวกันก็คือขั้นตอนมาตรฐานของการดึงคนในสนามนี้
แต่สิ่งที่เขาไม่คาดคิดเลยก็คือ ซูอวี๋กลับตอบตกลงตั้งแต่แรก
เขาไม่ต้องเสนออะไรเลย!
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะตอบรับอย่างตรงไปตรงมาแค่ไหนก็ตาม หลินเยวียนก็จะสิ่งที่ควรมอบให้กับซูอวี๋ เขาจะให้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน
นี่แหละคือหลักการที่หลินเยวียนยึดมั่น
…
ฉินโจว
ในบริษัทบันเทิงแห่งหนึ่ง
ผู้จัดการมองซูอวี๋ด้วยความจนใจ
“จี๋เค่อปู้ลั่ว คือแพลตฟอร์มที่มีโอกาสสูงสุดจะครองตลาดได้ทั้งหมดในอนาคตนะ แต่คุณกลับเลือกตามเซี่ยนอวี๋ไปบล็อกเนี่ยนะ? แบบนี้ผู้จัดการใหญ่คงโมโหจนความดันพุ่งแน่”
“คุณคิดผิดแล้ว”
“ผิดตรงไหนกันล่ะ ก็ได้ๆ คุณหนูใหญ่ ถึงคุณจะไปบล็อก อย่างน้อยก็ควรต่อรองอะไรสักหน่อยสิ! อย่างเช่นให้เซี่ยนอวี๋ช่วยทำอัลบั้มเดี่ยวให้สักชุด หรือรับปากว่าจะดันคุณขึ้นไปในการจัดอันดับนักร้องอะไรแบบนี้!”
“คุณก็ยังคิดผิดอยู่ดี”
“ฉันคิดผิดอีกแล้วหรือ?”
“ก่อนอื่นเลย ถ้าผู้จัดการใหญ่ไม่ใช่คนโง่ เขาก็ควรรู้ว่า อาจารย์เซี่ยนอวี๋ มีสถานะอะไรในวงการเพลงฉินโจว ไม่เชื่อเรามาลองพนันกันไหม?”
“ก็พนันดูสิว่าบารมีของเซี่ยนอวี๋จะมากแค่ไหน แค่ประโยคเดียวของเขา ก็ทำให้นักร้องระดับแนวหน้าของฉินโจวส่วนใหญ่ แม้กระทั่งราชาราชินีเพลง รวมถึงคนดนตรีนับไม่ถ้วน พร้อมใจกันเดินตามเขาไปได้หมด”
“ถ้าเขายอมให้สัญญาสักหน่อยก็คงดีนะ”
“ไม่มีใครจำเป็นต้องให้เซี่ยนอวี๋รับปากอะไรทั้งนั้น เพราะทุกคนต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่า อาจารย์เซี่ยนอวี๋ไม่เคยทำให้ พวกพ้องของตัวเองต้องเสียเปรียบเลยสักครั้ง”
“เหตุผลมีแค่นี้เองหรือ?”
“นี่แหละคือความเห็นร่วมของนักร้องระดับแนวหน้าของบลูสตาร์ทั้งหมด รวมถึงบรรดาราชาราชินีเพลงด้วย หลังจากมหกรรมดนตรีบลูสตาร์จบลง วงการเพลงฉินโจวก็เปรียบเสมือนมหาสมุทรผืนหนึ่ง และในมหาสมุทรนั้นก็เต็มไปด้วยฝูงปลามากมายจนนับไม่ถ้วน”
“แต่โค้ชใหญ่ของฉินโจวในมหกรรมบลูสตาร์ก็คือหยางจงหมิงนะ!”
“พูดไปคุณอาจไม่เชื่อ แต่ฉันรู้สึกว่าท่านพ่อหยางเองก็เป็นสิ่งมีชีวิตในมหาสมุทรนี้เหมือนกันะ คล้ายๆ กับฉลามขาวตัวใหญ่ หรือไม่ก็วาฬสีน้ำเงินอะไรทำนองนั้น”
ผู้จัดการถึงจนคำพูด
นี่เรื่องบ้าอะไรเนี่ย!
…
แน่นอนว่า หลินเยวียนได้ล่วงรู้ถึงความคิดของซูอวี๋ เขากำลังใคร่ครวญอยู่ว่า จากนี้ควรไปชวนใครดี?
เขาเปิดสมุดรายชื่อในโทรศัพท์ไล่ดูต่อ
แล้วพลันก็เหลือบไปเห็นเบอร์โทรศัพท์ของเฟ่ยหยาง
ทั้งคู่เคยแลกเบอร์กันไว้ตั้งแต่ตอนเข้าร่วมรายการเพลงของเรา แต่หลังจากนั้นก็แทบไม่ได้ติดต่อกันเลย มีเพียงตอนที่เข้าเก็บตัวฝึกซ้อมในมหกรรมบลูสตาร์เท่านั้น ที่หลินเยวียนเคยโทรไปชี้แนะอีกฝ่ายอยู่บ้าง ว่าในการร้องเพลงตรงไหนที่ยังไม่ดีพอและต้องแก้ไข…
การเชิญเหลียงจื่อหยวนประสบความสำเร็จ!
ช่างง่ายดายเสียจนหลินเยวียนเองยังแทบไม่อยากเชื่อ
แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่อยากเชื่อนั้นยังไม่หมดเพียงเท่านี้
สายที่สาม
สายที่สี่
สายที่ห้า
สายที่หก
หลินเยวียนกดโทรออกติดต่อกันนับสิบสาย!
ไม่เพียงแค่ราชาราชินีเพลงและนักร้องแถวหน้าของฉินโจวทั้งหมดเท่านั้นที่ได้รับการติดต่อจากเขา แม้แต่นักดนตรีสายเครื่องดนตรี หลินเยวียนก็ไม่ปล่อยให้หลุดมือ
อย่างเช่นซูเลี่ยนที่เคยคว้าแชมป์บลูสตาร์จากการบรรเลงซอเอ้อร์หูในมหกรรมดนตรีบลูสตาร์ด้วยบทเพลงจันทร์ส่องสองบ่อน้ำ
หรือไม่คนอื่นๆ อีกมากมาย
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผู้ที่เคยร่วมการเก็บตัวฝึกซ้อมสำหรับมหกรรมดนตรีบลูสตา เคยเข้าเรียนในชั้นของหลินเยวียน หรือแม้แต่เคยร้องเพลงจากผลงานของเขามาแล้วทั้งนั้น
ทว่าคนส่วนใหญ่ แม้จะเคยแลกเบอร์กันไว้ แต่ก็แทบไม่เคยติดต่อกันจริงจังเลยสักครั้ง มีเพียงเวลาเทศกาลปีใหม่หรือวันสำคัญ ถึงจะส่งข้อความอวยพรกันบ้างก็เท่านั้น
แต่ที่น่าประหลาดใจก็คือ
คำเชิญชวนเกือบทั้งหมดกลับประสบความสำเร็จ!
มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าได้เซ็นสัญญากับจี๋เค่อปู้ลั่วไปแล้ว หรือไม่ก็เพราะบริษัทไม่อนุญาตนั่นเอง
หลินเยวียนกลับไม่ได้รู้สึกโกรธหรือผิดหวังเลย
ตรงกันข้าม
อารมณ์ของเขากลับดีมากเสียด้วยซ้ำ
เพราะอัตราความสำเร็จของการเชิญชวนนั้นสูงจนชวนให้ขนลุก ราวกับว่าทุกคนนั้นปฏิเสธคนไม่เป็นอย่างไรอย่างนั้น
คำสัญญาต่างๆ ที่เขาเตรียมเอาไว้ตั้งแต่แรก สุดท้ายก็แทบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย!
หรือว่าผลไม้ปีศาจที่ช่วยเสริมบารมีอะไรทำนองนั้นมีอยู่จริง?
หลินเยวียนยกมือลูบหน้าตัวเองเงียบๆ “งั้นลองติดต่อเฟ่ยหยางดูสักหน่อยก็แล้วกัน
ถ้าเกิดเขาตอบตกลงขึ้นมาล่ะ?”
……………………………………………….

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอน 837-839 ไม่มีข้อความเลยครับ...